วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กตู่สั่งเข้มสุวิระ ถอนรากบ.ยูฟัน

บิ๊กตู่สั่งเข้มสุวิระ ถอนรากบ.ยูฟัน

  • Share:

เตรียมชงคดีแชร์ลูกโซ่ บ.ยูฟัน สโตร์ จก. เป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้เกี่ยวข้องต้องรับโทษรุนแรงขึ้น หลังชุดคลี่คลายคดีประชุมร่วมกับอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด “สุวิระ” ผู้ช่วย ผบ.ตร.เผย “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” กำชับให้ดำเนินการเด็ดขาด ขุดรากถอนโคนธุรกิจแชร์ลูกโซ่ให้หมดไปจากประเทศ ด้านชุดสอบสวนขยายเวลารับแจ้งความไปถึง 5 พ.ค. ขณะที่ดีเอสไอจัดสัมมนาให้ความรู้เท่าทันกลโกงแชร์ลูกโซ่กับประชาชนที่ จ.เชียงใหม่

ความคืบหน้าทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ บ.ยูฟัน สโตร์ จก. ที่ บก.ปคบ.เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 เม.ย. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา ในฐานะ หน.ชุดสอบสวนคดี เรียกประชุมพนักงานสอบสวนและชุดปฏิบัติการสืบสวน โดยมีนายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และคณะฝ่ายสืบสวนอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วม เพื่อหารือข้อกฎหมาย ใช้เวลานานประมาณ 1 ชม. ก่อนเปิดการแถลงข่าว

พล.ต.ท.สุวิระเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแน่ชัดแล้วว่าบ.ยูฟันฯ กระทำความผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและทำความผิดมีในพื้นที่มากกว่า 1 รัฐ มีการวางแผนเตรียมการต่างๆ อยู่นอกราชอาณาจักร ถือว่าเป็นพฤติกรรมกระทำความผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนั้น การดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทจำเป็นต้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดเข้ามาร่วมดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวต่ออีกว่า สำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมดำเนินการสอบสวนตั้งแต่แรก ทำให้สำนวนการสอบสวนครบถ้วน นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมรวมทั้งประสานร่วมมือกับต่างชาติง่ายขึ้น ซึ่งต้องยกระดับในการติดตามอาชญากรข้ามชาติเพื่อถอนรากถอนโคนครือข่ายองค์กรแชร์ลูกโซ่ให้หมดไปจากกลุ่มประเทศอาเซียน

ด้านนายสุรศักดิ์ เผยเบื้องต้นพบพฤติกรรมของเครือข่าย บ.ยูฟันฯ มีการกระทำผิดทั้งในและนอกประเทศ กรณีนี้เป็นความผิดทางอาญาต้องรับโทษทางกฎหมายไทย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.20 ระบุว่าหากความผิดมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำความผิดนอกราชอาณาจักรไทย ให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบหรือมอบหมายให้อัยการพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้สอบสวนแทน รวมทั้งทำการสอบสวนร่วมกัน

“การกระทำความผิด บ.ยูฟันฯ มีความผิดอาญาเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน มีโทษความผิดจำคุกสูงสุดไม่เกิน 4 ปี แต่การกระทำความผิดเกิดขึ้นมากกว่า 1 รัฐ มีการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักรไทยด้วย เพื่อให้ได้เงินหรือประโยชน์อันเกิดแก่ตน ถือว่าเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 ดังนั้น ผมจะนำรองอธิบดีฝ่ายสืบสวนคดีอาญา อัยการผู้เชี่ยวชาญสอบสวนคดีอาญา อัยการจังหวัดประจำฝ่ายสืบสวนคดีอาญา เข้าร่วมทำงานในครั้งนี้” นายสุรศักดิ์กล่าว

บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรียกประชุมชุดทำงานเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานการขออนุมัติออกหมายค้นและหมายจับเพิ่ม พล.ต.ท.สุวิระกล่าวหลังการประชุมว่า สำนักงานอัยการ แจ้งว่าการรับคดียูฟันฯ เป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาตินั้น พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานชี้ให้ชัดเจนถึงพฤติกรรมการทำผิดนอกราชอาณาจักรเสนอต่ออัยการสูงสุดเพื่อขอความเห็น หากอัยการสูงสุดรับเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติผู้เกี่ยวข้อง บ.ยูฟันฯ ต้องรับโทษรุนแรงขึ้นกว่ากฎหมายปกติ

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการตามปกติ มีตำรวจเข้าร่วมสอบสวนสืบสวนกว่า 200 นาย ส่วนการทำความผิดนอกราชอาณาจักร ประสานตำรวจสากล สตม. บก.ปอท. บก.ปอศ.และตำรวจสันติบาล เข้าร่วมเก็บข้อมูลพยานหลักฐาน หากพบหลักฐานเพียงพอว่ากระทำความผิดนอกราชอาณาจักรจะเสนอต่ออัยการสูงสุด ลงความเห็นเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติก่อนส่งสำนวนฟ้องต่อศาล นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจจำนวนมาก จึงต้องขยายเวลารับแจ้งความออกไปเพราะเวลาฝากขังผู้ต้องหาผ่านไป 1 ผัด ยังมีเวลารับแจ้งความอีกระยะหนึ่งและวันที่ 1-5 พ.ค.นี้ เป็นวันหยุดยาว บก. ปคบ.ยังคงรับแจ้งความทุกวัน มีผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 499 ราย มูลค่าความเสียหาย 126 ล้านบาท สามารถอายัดทรัพย์รวม 728 ล้านบาท โดยผู้เสียหายที่แจ้งความจะได้รับการชดเชยอย่างเต็มมูลค่าความเสียหาย

“คดีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม มีความห่วงใยผู้เสียหายมาก เรียกผมเข้าพบเมื่อ วันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อติดตามความคืบหน้า กำชับมอบนโยบายให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ให้ถอนรากถอนโคนขบวนการแชร์ลูกโซ่ ไม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอีก” พล.ต.ท.สุวิระกล่าว

ส่วนบรรยากาศการรับแจ้งความจากผู้เสียหายนั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวันมีผู้เสียหายหลากหลายอาชีพ ทั้งข้าราชการ นักธุรกิจ เดินทางเข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนจำนวน 100 กว่าราย ทำให้ตำรวจต้องประกาศขยายเวลารับแจ้งความออกไปอีกถึงวันที่ 5 พ.ค.นี้ 

ที่โรงแรม ดิเอ็มเพลส จ.เชียงใหม่ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เป็นประธานเปิดพิธี “โครงการสัมมนาแจ้งเตือนภัยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่” โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ และ พ.ต.ท.สมพร ชื่นโกมล ผอ.สำนักคดีพิเศษภาค 5 นายนาวิน สินธุสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมข้าราชการและประชาชนกว่า 600 คนเข้าร่วมงาน

นางสุวณาเผยว่า มีประชาชนจำนวนมากตก เป็นเหยื่อของธุรกิจการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่รายอื่น มีผู้เสียหายเข้าร้อง เรียนดีเอสไออย่างต่อเนื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท ดีเอสไอให้ความสำคัญถึงภัยและความเสียหายของประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา

รูปแบบการวางแผนสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันกลโกงของแชร์ลูกโซ่ ดีเอสไอจึงจัดโครงการดังกล่าวพร้อมให้คำปรึกษาและความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลจาก สคบ. ตั้งแต่มีการก่อตั้งหน่วยงานมีผู้ร้องเรียนคดีแชร์ลูกโซ่กว่า 100 คดี พื้นที่ภาคเหนือพบคดีแชร์ลูกโซ่สูงถึงร้อยละ 30 ของคดีฉ้อโกงทั้งหมด การสัมมนาครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือน พ.ค. ที่ จ.สุราษฎร์ธานี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้