วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล็อกแก๊งฆ่ายกทีม ดักยิงเสี่ยรถเบนซ์

ล็อกแก๊งฆ่ายกทีม ดักยิงเสี่ยรถเบนซ์

  • Share:

2ทหาร1พลเรือนรับงาน6แสน

รวบยกแก๊งทีมสังหารเสี่ยเจ้าของบริษัทประกอบตู้ไฟฟ้าโรงงานอุตสาหกรรมดับสยองคารถเบนซ์ ผู้ต้องหา 3 คนเป็นทหารยศ จ.ส.อ. กับ ส.อ. และอดีตทหารอีกคน เปิดปากสารภาพรับจ้างสังหารผู้ตายในราคา 6 แสนบาท คืนเกิดเหตุขับรถปิกอัพไปจอดขวางอยู่กลางสะพานข้ามคลองในหมู่บ้าน รอจนผู้ตายขับรถมาจอดต่อท้ายเปิดโอกาสให้ ส.อ.มือสังหารซัด .38 กระหน่ำยิงปลิดชีพ แต่ผิดแผน เหยื่อกระสุนเหยียบคันเร่งชนท้ายรถจนพุ่งตกข้างถนนไปด้วยกัน มือปืนขับรถเผ่นหนีไปคนเดียว ส่วนอีก 2 คนอยู่รอในที่เกิดเหตุทำทีเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ถูกตำรวจเค้นสอบจนยอมสารภาพ ก่อนตามไปจับ ส.อ.คนลั่นไกได้ที่นครปฐม ผบช.ภ.1 ออกหมายจับคนรับงานอีก 1 กำชับให้มอบตัวหวั่นถูกผู้บงการฆ่าตัดตอนไม่ให้สาวถึงตัว คาดปมสังหารจากปัญหาในบริษัท

จากเหตุการณ์มือปืนกระหน่ำยิงนายวิรัตน์ ตติยานุพันธ์วงศ์ อายุ 46 ปี เสี่ยเจ้าของบริษัท บีอีที จำกัด เป็นบริษัทประกอบตู้ไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าโรงงานอุตสาหกรรม เสียชีวิตคารถเบนซ์ รุ่นอี 300 ทะเบียน 3 กน 641 กรุงเทพมหานคร บริเวณเชิงสะพาน ข้ามคลองในหมู่บ้านศุภลักษณ์วิลเลจ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ในที่เกิดเหตุยังพบรถปิกอัพโตโยต้าวีโก้ ทะเบียน ฒข 2861 กรุงเทพมหานคร ถูกรถผู้ตายพุ่งชนท้ายจนกระเด็นตกลงไปข้างทางด้วยกัน มี จ.ส.อ.บรรหาร เอี้ยงทอง ทหารช่าง 51 จ.ราชบุรี อ้างเป็นคนขับอยู่ในที่เกิดเหตุ ถูกตำรวจนำตัวไปสอบสวน เบื้องต้นตั้งปมสังหารมาจากเรื่องปัญหาในบริษัท ขัดแย้งส่วนตัว และเหตุซึ่งหน้า

ความคืบหน้าตำรวจสามารถจับกุมมือปืนที่ก่อเหตุได้ยกแก๊ง โดยเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 เม.ย. พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 เดินทางไปที่ สภ.ลำลูกกา เรียกประชุมวางแนวทางการสอบสวนคลี่คลาย คดี หลังจากชุดสืบสวนสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว 3 คน ประกอบด้วย จ.ส.อ.บรรหาร หรือจ่าบอย เอี้ยงทอง อายุ 45 ปี นายสุวิชัย หรือจ่าโต จากผา อายุ 45 ปี อดีตทหาร ทั้งคู่ถูกพบตัวในที่เกิดเหตุ และ ส.อ.ภูมิพัฒน์ หรือปุ้ย มะปัญญา อายุ 46 ปี มือปืนผู้ลั่นไก ถูกตามไปจับกุมได้ที่ จ.นครปฐม

สอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้รับว่าจ้างจากนายณภัทร สว่างศรี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168 หมู่ 5 ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เป็นเงิน 600,000 บาท ให้ลงมือสังหารผู้ตาย โดยวันเกิดเหตุ จ.ส.อ.บรรหารเป็นคนขับรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีขาว ทะเบียน กท 7868 ราชบุรี ดูต้นทางและสะกดรอยตามผู้ตายที่ขับรถเบนซ์ออกมาจากบริษัทที่อยู่ภายในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ส่วนนายสุวิชัยขับรถปิกอัพโตโยต้า ทะเบียน ฒข 2861 กรุงเทพมหานคร พา ส.อ.ภูมิพัฒน์ไปยืนดักรออยู่บนสะพานข้ามคลองในหมู่บ้าน ส่วนตัวเองก็จอดรถขวางไว้บนสะพาน เมื่อผู้ตายขับรถมาถึงต้องจอดต่อท้ายเปิดโอกาสให้ ส.อ.ภูมิพัฒน์ ใช้ปืน .38 กระหน่ำยิงใส่ร่างผู้ตาย 3 นัดซ้อน จังหวะนั้นผู้ตายเหยียบคันเร่งรถพุ่งชนท้ายรถปิกอัพที่จอดขวางอยู่จนไถลลงสะพานตกลงไปข้างทางทั้ง 2 คัน

หลังเกิดเหตุ จ.ส.อ.บรรหารขับรถเก๋งตามหลังมาให้ ส.อ.ภูมิพัฒน์ขับหลบหนีไป ส่วนตัวเองกับนายสุวิชัยรออยู่ในที่เกิดเหตุ ทำทีว่าไม่รู้เห็นกับเหตุการณ์ที่ขึ้น กระทั่งมีเพื่อนผู้ตายขับรถตามหลังมาเห็นเหตุการณ์แจ้งตำรวจ นำตัว จ.ส.อ.บรรหารและนายสุวิชัยไปเค้นสอบสวนจนยอมเปิดปากรับสารภาพ ก่อนที่ตำรวจจะตามไปจับกุมตัว ส.อ.ภูมิพัฒน์ ได้อีกคน ขณะหลบหนีไปกบดานอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม ส่วนนายณภัทร สว่างศรี อายุ 45 ปี ผู้จ้างวานเป็นคนรับงานมาจากผู้บงการใหญ่อีกทอด ตำรวจได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับตามล่าตัวแล้ว เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องปัญหาภายในบริษัท

ต่อมาเวลา 16.30 น. ตำรวจควบคุมตัว ส.อ. ภูมิพัฒน์ มะปัญญา มือปืนผู้ลั่นไกสังหารผู้ตายไปชี้จุดเกิดเหตุ โดย ส.อ.ภูมิพัฒน์สารภาพว่า รับว่าจ้างจากนายนายณภัทร สว่างศรี ซึ่งเป็นคนรับงานมาอีกทอด โดยที่ตนไม่ทราบว่าผู้บงการเป็นใคร ก่อนลงมือได้รับเงินมาเพียง 10,000 บาท ส่วนค่าจ้างที่ตกลงกันไว้ 6 แสนบาท จะได้รับหลังจากเสร็จงาน หลังก่อเหตุหลบหนีไปพักที่รีสอร์ตย่าน จ.นครปฐม กระทั่งถูกตำรวจตามไปจับกุม

ด้าน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 กล่าวว่า จากการสอบสวนมือปืนให้การรับสารภาพและซัดทอดว่ารับงานมาจากนายณภัทร ขณะนี้ได้ออกหมายจับแล้ว และขอให้เข้ามอบตัวกับตำรวจโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยเพราะเกรงว่าจะถูกฆ่าตัดตอนเพื่อไม่ให้สาวถึงผู้บงการตัวจริง อย่างไรก็ตาม จะได้สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอย่างละเอียดรวมทั้งติดตามตัวนายณภัทร คนรับงานมาดำเนินคดีพร้อมสอบสวนขยายผลให้ไปถึงผู้จ้างวานที่แท้จริงต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้