วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนุ่ม 15 เนปาลอึด ถูกฝัง 5 วัน รอดได้ปาฏิหาริย์ (ชมคลิป)

หนุ่ม 15 เนปาลอึด ถูกฝัง 5 วัน รอดได้ปาฏิหาริย์ (ชมคลิป)

  • Share:

สุดทรหดกิน ‘นํ้ามันเนย’ ยื้อชีวิต ชาวบ้านโหย-ปิดถนนสกัดรถข้าว นายกฯซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ

นายกรัฐมนตรีเนปาลถวายพระพรพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระทัย พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทย ประชาชนชาวไทยที่หลั่งไหลเทน้ำใจช่วยเหลือในยามทุกข์ยากสาหัส ขณะเข้าเยี่ยมขอบคุณทีมแพทย์ทหารกองทัพไทย ที่ไปปักหลักตั้งค่ายให้การรักษา ช่วยเหลือชาวเนปาลที่บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหว ในกรุงกาฐมาณฑุ “โอบามา” ต่อสายตรงถึงนายกฯ ยันจะช่วยเหลือทุกวิถีทาง ขณะที่นายกฯเนปาลระบุภัยพิบัติรุนแรงเกินรับมือไหว ยูเอ็นระบุใช้เงินฟื้นฟูประเทศถึงแสนล้านบาท ทีมกู้ภัยสู้ไม่ถอยสามารถช่วยเด็ก 15 ปี รอดปาฏิหาริย์หลังถูกฝังจมซากตึกโรงแรมมานานถึง 5 วัน ชาวบ้านอดอยากหนักถึงขั้นปิดถนนสกัดรถบรรทุกข้าว “ประยุทธ์” เกาะติดสถานการณ์เนปาล ชมสถานทูตไทยในกาฐมาณฑุมีความพร้อม ศพน้องอีฟถึงไทย 1 พ.ค. พี่สาวสุดอาลัยตั้งกองทุนช่วยชาวเนปาล

หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง 7.8 แมกนิจูด ที่ประเทศเนปาล ที่ทำให้ประชาชนกว่า 8 ล้านคน ต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล ผ่านไปกว่า 5 วัน ทีมกู้ภัยจากนานาชาติ ก็ยังมีการค้นหาเหยื่อธรณีพิโรธ ที่ติดใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนต่างๆอย่างไม่ท้อถอย โดยรายล่าสุดที่ค้นพบว่ารอดตายปาฏิหาริย์หลังเกิดเหตุกว่า 120 ชั่วโมงเป็นหนุ่มอายุ 15 ปีที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา ขณะที่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวส่วนใหญ่ยังอดอยากยากแค้นและยังรอการช่วยเหลือจากทุกฝ่าย เพื่อให้ชีวิตของเขากลับมามีความเป็นอยู่เหมือนเดิม ซึ่งไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ที่เนปาลจะได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ

เนปาลรับดินไหวรุนแรงเกินรับมือได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 เม.ย.หรือ 5 วันหลังเกิดแผ่นดินไหว ว่า รัฐบาลเนปาลปรับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 5,489 ราย มีผู้บาดเจ็บกว่า 11,000 คน บ้านเรือนถูกทำลายสิ้นเชิงกว่า 70,000 หลัง เสียหายอีกกว่า 530,000 หลัง นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินเดียและจีน อีกกว่า 100 คน ขณะที่รัฐบาลเนปาลยอมรับว่าภัยพิบัติครั้งนี้รุนแรงเกินกำลังที่ตนเองจะรับมือไหว ต้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างเร่งด่วน หลังรัฐบาลถูกโจมตีว่ารับมือภัยพิบัติล่าช้า

ต้องใช้กว่าแสนล้านฟื้นฟูประเทศ

ส่วนประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรีสุชิล คอยราลา แห่งเนปาล แสดงความเห็นอกเห็นใจและให้สัญญาว่าสหรัฐฯ จะทำทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้เพื่อช่วยเหลือเนปาล ด้านนายเจมี แม็คโกลดริค ผู้ประสานงานช่วยเหลือเนปาลของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศว่า ยูเอ็นเริ่มรณรงค์เรี่ยไรเงินบริจาค 415 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 13,280 ล้านบาท) ช่วยบรรเทาทุกข์เนปาลในระยะสั้นใน 3 เดือนข้างหน้า ส่วนการฟื้นฟูเนปาลระยะยาวต้องใช้ความพยายามแบบมาราธอน ซึ่งการประเมินระบุว่าต้องใช้เงินอย่างน้อย 5,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 160,000 ล้านบาท) หรือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีเนปาล

ตะลึง...เด็ก 15 ปีถูกฝัง 5 วันรอดตาย

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความทุกข์ยากของชาวเนปาล ก็มีข่าวดีอีกครั้ง เมื่อทีมกู้ภัยของเนปาลและสหรัฐฯได้ช่วยชีวิตชายวัยรุ่นอายุ 15 ปี ชื่อ นายเพมบา ทามัง ลามา ออกมาจากใต้ซากปรักหักพังของโรงแรมขนาดเล็กหรือเกสต์เฮาส์สูง 7 ชั้น ชื่อ “ฮิลตัน เกสต์เฮาส์” ในย่านกอนกาบู กรุงกาฐมาณฑุได้เมื่อเช้าวันที่ 30 เม.ย. หลังเกิดแผ่นดินไหวถึง 5 วัน ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องด้วยความยินดีของชาวบ้าน โดยนายเพมบาอยู่ในสภาพมึนงง ร่างกายมอมแมมไปด้วยฝุ่น แต่ยังมีสติบอกชื่อตัวเองได้ หน่วยกู้ภัยต้องให้น้ำเกลือ สวมปลอกคอ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลสนามของทีมบรรเทาทุกข์อิสราเอล เจ้าตัวเผยในภายหลังว่ารอดชีวิตมาได้เพราะกินน้ำมันเนยในไหประทังชีวิต

เชื่อยังมีคนรอดชีวิตอีกหลายราย

ก่อนหน้านี้เมื่อ 29 เม.ย. หน่วยกู้ภัยสามารถช่วยชีวิตชายวัย 27 ปี ชื่อนายริชี คานัล ซึ่งติดอยู่ใต้ซากโรงแรมในกรุงกาฐมาณฑุนานถึง 82 ชม. ออกมาได้ และยังช่วยเด็กทารกวัย 4 เดือนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังในเมืองภักตะปุระ ทางตะวันออกของหุบเขากาฐมาณฑุนาน 22 ชม. ออกมาได้โดยไม่มีอันตรายใดๆ ซึ่งการช่วยชีวิตทั้ง 3 ราย ได้ทำให้มีความหวังเพิ่มขึ้นว่าจะสามารถช่วยชีวิตผู้เคราะห์ร้ายรายอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะในเขตชนบททุรกันดารหลายพื้นที่ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 วัน กว่าหน่วยกู้ภัยจะเดินเท้าเข้าไปถึงได้

สภาพอากาศเลวร้ายทำให้การช่วยลำบาก

ส่วนปฏิบัติการกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ของเนปาลและนานาชาติ ตามพื้นที่ห่างไกลยังเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะสภาพอากาศเลวร้าย มีฝนตกและหมอกหนา ถนนบนภูเขาก็ถูกปิดกั้นจากหินหรือดินถล่ม ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์เข้าไปหย่อนเครื่องบรรเทาทุกข์เป็นหลัก ขณะที่ในเขตชนบทห่างไกลหลายพื้นที่ซึ่งเสียหายอย่างหนัก ความโกรธแค้นของชาวบ้านทวีขึ้นเรื่อยๆ เพราะยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ ทั้งอาหารและเวชภัณฑ์ ชาวบ้าน เผยว่าพวกตนกำลังจะอดตาย และหวั่นว่าจะเกิดโรคระบาด รวมทั้งอหิวาตกโรคและโรคบิด

อดอยากหนักถึงขั้นปิดถนนสกัดรถข้าว

มีรายงานด้วยว่าที่หมู่บ้านซังกาชอว์ค ชาวบ้านที่โกรธแค้นใช้ยางรถยนต์ปิดกั้นถนนสายหลัก สกัดรถบรรทุกข้าวและเครื่องบรรเทาทุกข์อื่นๆ ไม่ให้เดินทางไปยังเขตภัยพิบัติอื่น ชาวบ้านยังสกัดขบวนรถขนเครื่องบรรเทาทุกข์ของทหาร ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับทหารอย่างตึงเครียด ส่วนที่เมืองโดลาคา ทางตะวันออกกรุงกาฐมาณฑุ ชาวบ้านบุกทุบหน้าต่างอาคารรัฐบาลท้องถิ่น เพราะโกรธแค้นที่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 200,000 คนยังไม่ได้รับวัสดุปลูกสร้างบ้านเรือนขึ้นมาใหม่

ร้านอาหารในเมืองเริ่มเปิดให้บริการ

อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้เชี่ยวชาญเผยว่า แม้แผ่นดินไหวจะสร้างความเสียหายอย่างหนัก แต่ยอดผู้เสียชีวิตในหลายหมู่บ้านต่ำกว่าที่หวั่นกลัว เพราะขณะเกิดแผ่นดินไหวชาวบ้านส่วนใหญ่ทำงานอยู่นอกบ้าน นอกจากนี้ ที่กรุงกาฐมาณฑุ ยังมีสัญญาณว่าชาวเมืองบางส่วนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ร้านค้าหลายแห่งเปิดให้บริการ ส่วนที่จัตุรัสดูร์บาร์ ก็มีพ่อค้าแม่ค้านำผักผลไม้มาวางขายอีกครั้ง

เปิดขึ้นเขาเอเวอเรสต์อาทิตย์หน้า

ด้านนายทุลซิ กัวตัม หัวหน้าแผนกไต่เขาแห่งกระทรวงการท่องเที่ยวเนปาลแถลงว่า ทางการเนปาลจะเปิดให้นักผจญภัยไต่ขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกได้อีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพราะเห็นว่าไม่มีความเสี่ยงเพิ่มเติมแล้ว หลังแผ่นดินไหวทำให้เกิดหิมะถล่ม ที่ค่ายฐานหรือเบสต์แคมป์เชิงเขาหิมาลัย จนมีนักไต่เขาและมัคคุเทศก์เสียชีวิตถึง 18 ราย โดยใน 2-3 วันข้างหน้า จะเร่งซ่อมแซมบันไดปีนเขาที่ย่านคุมบู ไอซ์ฟอลส์ ทางใต้ของยอดเขาเอเวอเรสต์ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้นักผจญภัยไต่เขาในช่วงฤดูใบไม้ผลิได้ต่อไปอีก 2-3 สัปดาห์ ทั้งนี้ ธุรกิจไต่เขาเป็นหนึ่งในรายได้หลักของเนปาลนอกเหนือจากการท่องเที่ยว

นายกฯเนปาลเยี่ยมแพทย์กองทัพไทย

นอกจากนี้ ในเช้าวันเดียวกัน นายสุชิล คอยราลา นายกรัฐมนตรีเนปาลพร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์กองทัพไทย ที่ออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ณ สนามกีฬาทหาร เมืองกาฐมาณฑุ โดยได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย กองทัพไทย และประชาชนชาวไทยที่ให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งกล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ กองทัพไทยโดยชุดค้นหาและกู้ชีพ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้ลำเลียงสิ่งของพระราชทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี นำไปให้ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และน้ำดื่ม สถานทูตไทย จะทำการส่งมอบให้กับรัฐบาลเนปาล เพื่อส่งถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด

ยันทหารไทยพร้อมช่วยชาวเนปาล

ส่วนความช่วยเหลือของไทย เมื่อเวลา 07.00 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. กล่าวถึงการขนสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ที่ประเทศเนปาล ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชี้แจงในที่ประชุมสภากลาโหม เป็นห่วงปัญหาการอนุมัติการลงจอด เราพยายามติดต่อเพื่อให้เครื่องบินไปได้ สิ่งของบริจาคจำนวนมาก กำลังคิดว่าจะทำอย่างไร จะขนย้ายไปทางเรือเอกชน หรือเรือของทหาร แล้วไปขึ้นท่าที่ประเทศอินเดีย บรรทุกต่อด้วยรถยนต์ แต่ใช้เวลานานกว่า 10 วัน พล.อ.ประวิตรยังกำชับให้กองทัพเรือไปพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไร เพื่อเป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ประสงค์จะช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำหรับชุดกู้ภัย ได้ติดต่อและประชุมทางไกลกับเจ้าหน้าที่ทหารที่สถานทูตเนปาลประจำประเทศไทย กองทัพมีความพร้อมในการช่วยเหลือ ทั้งงานช่าง งานแพทย์ ต้องรอการประเมินจากเจ้าหน้าที่ของเราที่ไปปฏิบัติหน้าที่อยู่

นายกฯ วอร์รูมเกาะติดช่วยเนปาล

ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานประชุมวีดิทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม ระหว่างศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี ร่วมกับศูนย์บัญชาการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุ ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ติดตามสถานการณ์ในประเทศเนปาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เป็นตัวแทนรัฐบาลไปในครั้งนี้ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะสถานทูตเอกอัครราชทูตไทยในเนปาลที่เตรียมการรับมือและตอบคำถามของตนได้ทุกเรื่อง ซึ่งรัฐบาลได้ติดตามความก้าวหน้าการช่วยเหลือ และสอบถามว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมจะได้จัดส่งตรงกับความต้องการ

รายงาน 8 ล้านคนได้รับผลกระทบ

จากนั้นนายวุตติ วุตติสันต์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประจำประเทศเนปาล รายงานสถานการณ์และผลกระทบต่างๆ สรุปว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้งหมด 8 ล้านคน รอความช่วยเหลือจากนานาประเทศ ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้ 5 พันกว่าราย บาดเจ็บหมื่นกว่าราย ไร้ที่อยู่อาศัย 2.8 ล้านคน งบประมาณที่เนปาลต้องการทั้งหมด 415 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะนี้ต้องการความช่วยเหลือน้ำ อาหาร เต็นท์ ผ้าห่ม ส่วนคนไทย สถานทูตได้ให้ความช่วยเหลือกลับมาประเทศไทยแล้ว 83 ราย จะเดินทางกลับมาอีก 14 ราย

นายกฯ เนปาลซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ

พล.ต.ปริญญา ขุนนาศรี รองเจ้ากรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะหัวหน้าชุด กล่าวรายงานว่าสถานการณ์ตอนนี้ถือว่าดีขึ้น การเกิดอาฟเตอร์ช็อกน้อยลง ขณะนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการกู้ภัยไปสู่การฟื้นฟู ทีมช่วยเหลือจากประเทศไทยได้ปฏิบัติการอย่างเต็มที่ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นายกรัฐมนตรีเนปาลได้มาเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือประเทศไทย พร้อมกล่าวถวายพระพรแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พร้อมขอบคุณรัฐบาลและคนไทยทุกคนที่ช่วยเหลือเนปาลอย่างเต็มที่ ขณะที่วันนี้ยังมีปัญหาเรื่องการสื่อสารอยู่

ทูลกระหม่อมฯ ประทานเครื่องยังชีพ

ต่อมา ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุมนายกฯ ได้กล่าวถึงยอดช่วยเหลือขณะนี้ จากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ จำนวน 10 ล้านบาท รัฐบาลได้มอบให้สถานเอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทยแล้ว รวมถึงรัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 2 แสนยูเอสดอลลาร์ และอนุมัติ 100 ล้านบาท ในการจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นส่งไปช่วยเหลือ และยังมีการบริจาคจากภาคส่วนต่างๆรวมประมาณ 150 ล้านบาท นอกจากนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี ได้ประทานเครื่องยังชีพที่จำเป็นในการดำรงชีวิต โดยจะส่งไปพร้อมเครื่องบินซี 130 วันนี้

เตรียมฝ่ายนิติเวชหากเนปาลร้องขอ

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวต่อว่า นายกฯยังเน้นย้ำการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ตรงความต้องการ เข้าร่วมศูนย์ประสานงานด้านการทหารนานาชาติ 15 ประเทศ นำประสบการณ์เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในไทยมาเป็นตัวอย่างในการช่วยเหลือชาวเนปาล และแสดงความห่วงใยทีมช่วยเหลือ ให้รายงานสถานการณ์ให้ทราบทุกวัน ส่วนของอุปกรณ์ต่างๆหากไม่เพียงพอให้ประสานขอมา พร้อมห่วงเรื่องน้ำอุปโภค บริโภค ให้จัดระบบการลำเลียงให้ดี จัดหาเครื่องนุ่มห่ม รองเท้าแตะ จัดหุงข้าวอาหารให้การช่วยเหลือ ขอให้เจ้าหน้าที่ระวังป้องกันตัวจากโรคระบาดที่จะเกิดขึ้น สำหรับการให้ความช่วยเหลือระยะยาว นายกฯแนะให้ขนส่งทางเรือ ซึ่งจะได้ปริมาณมากกว่าขนส่งทางเครื่องบิน และขณะนี้ไทยได้เตรียมฝ่ายนิติเวชไว้ หากเนปาลร้องขอ

บริจาคผ่านศูนย์ดำรงธรรมกว่า 20 ล้านบาท

อีกด้านที่กระทรวงมหาดไทยว่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบธรณีพิบัติภัย ที่ประเทศเนปาล ผ่านศูนย์ดำรงธรรมส่วนกลาง เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยของบริจาคส่วนใหญ่ คือ น้ำดื่ม ข้าวสาร เครื่องนุ่งห่ม นายบวรศักดิ์ วานิช ผอ.สำนักตรวจราชการ และรับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบศูนย์ดำรงธรรมกล่าวว่า ขณะนี้มียอดเงินบริจาคผ่านศูนย์ดำรงธรรมอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 20 ล้านบาท มีน้ำดื่มบรรจุขวดจำนวน 1 ล้านขวด และจังหวัดร้อยเอ็ดจะนำส่งข้าวหอมมะลิจำนวน 10 ตัน ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังให้นโยบายนำยางพาราแผ่นส่งให้ผู้ประสบภัยเพื่อใช้ทำที่พักชั่วคราวด้วย

ศพน้องอีฟกลับบ้านถึงไทย 1 พ.ค.

ทางด้านครอบครัว น.ส.มารีสา หรือน้องอีฟ จีรวงศ์ไกรสร ผู้ช่วยแพทย์สาวไทยที่เสียชีวิตจากภูเขาหิมะถล่ม ระหว่างเกิดแผ่นดินไหวที่เนปาล เมื่อตอนบ่ายวันเดียวกันนี้ นายอาคม จีรวงศ์ไกรสร บิดาของน้องอีฟเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำเนปาลว่า มีการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารการเสียชีวิตของน้องอีฟเรียบร้อยแล้ว กำหนดส่งศพน้องอีฟมากับเครื่องบินของสายการบินไทยในตอนสายวันที่ 1 พ.ค. ถึงเมืองไทยตอนเย็น ได้ติดต่อรถพยาบาลของโรงพยาบาลสมิติเวช รับศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลก่อน เพื่อรอบุตรชายและเพื่อนๆจากนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ บินมาร่วมงาน โดยวันที่ 2 พ.ค. จะจัดทำบุญครบ 7 วัน ที่วัดเทพลีลา หัวหมาก วันที่ 6-7 พ.ค. มีพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาคริสต์ที่วัดมหาไถ่ฯ จากนั้น วันที่ 8 พ.ค. ย้ายไปสวดพระอภิธรรมที่วัดเทพลีลา และวันที่ 9 พ.ค. ฌาปนกิจ

พี่สาวตั้งกองทุนช่วยเนปาล

นายอาคมเปิดเผยอีกว่า นางวีรุดา มารดาของน้องอีฟ ฝากถึงเพื่อนๆและผู้ที่จะไปร่วมงานศพน้องอีฟ ขอให้แต่งกายตามสบายเสื้อสีขาวหรือสีต่างๆได้ จะทำให้รู้สึกเหมือนมาร่วมงานพบปะกัน และของดพวงหรีดเคารพศพ หากมีจิตศรัทธาขอเชิญร่วมทำบุญ เพื่อมอบให้ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ตั้งใจว่าจะนำไปบริจาคผ่านสภากาชาดไทย นอกจากนี้ นางฟารีดา จีรวงศ์ไกรสร เบเกอร์ พี่สาวของน้องอีฟและสามี ยังได้ร่วมกับเพื่อนชาวต่างประเทศตั้งกองทุนช่วยเหลือเนปาล ตอนนี้มีเพื่อนร่วมบริจาคมาแล้วเป็นเงิน 50,000 เหรียญสหรัฐฯ และมีองค์กรในประเทศอังกฤษแจ้งว่า ติดต่อจะบริจาคสมทบให้อีก ซึ่งจะมอบให้องค์กรระหว่างประเทศต่อไป

สร้างเว็บไซต์เป็นสื่อการช่วยเหลือ

ส่วนนักศึกษาชาวเนปาลที่มาศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆในประเทศไทย ก็ได้รวมกลุ่มระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยและสร้างเครือข่ายการติดตามข่าวสาร โดยนายอาด้า บาสนาท นักศึกษาชาวเนปาล ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยนานาชาติสแตมฟอร์ด ร่วมกับเพื่อนนักศึกษาชาวเนปาล จำนวน 48 คน และเพื่อนนักศึกษาชาวอินเดียหลายคน จัดทำเว็บไซต์ www.raisehopenepal.com เป็นสื่อกลางและช่องทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ด้วยการรวบรวมเว็บลิงค์รายชื่อหน่วยงานที่รับบริจาคออนไลน์ อาทิ สภากาชาด หน่วยงานยูนิเซฟ เพื่อเป็นช่องทางเร่งด่วนในการจัดส่งความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังมีหน้าเว็บเพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลคนหาย หรือแจ้งข่าวผู้ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาล ให้ญาติของผู้สูญหายอัพโหลดภาพและรายละเอียดข้อมูลคนหาย ในการตามหาด้วย มีผู้สนใจเข้าไปดูจำนวนมาก

ปาปัวฯดินไหว

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) แถลงว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 6.9 แมกนิจูด ที่นอกชายฝั่งประเทศปาปัว นิวกินี ในมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 เม.ย. จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ท้องทะเล 85 กิโลเมตร ห่างเมืองราบวล บนเกาะอีสต์ นิว บริเทน ไปทางใต้ 154 กิโลเมตร แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย ขณะที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งแปซิฟิกแถลงว่า คาดว่าจะไม่เกิดสึนามิตามมา สำหรับเมืองราบวลตั้งอยู่ใต้เงาภูเขาไฟ “ทาวูร์วูร์” ที่ยังไม่ดับ เมื่อปี 2537 ภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ทำลายเมืองราบวลจนย่อยยับ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้