วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลาหมอ “ชุมพร 1” ทางเลือกสู้อากาศวิปริต

แต่วันนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร สามารถพัฒนาพันธุ์ปลาหมอไทย ให้กลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ได้แล้ว

“การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปลาหมอของบ้านเรา ได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2512 แต่การศึกษาตอนนั้นส่วนใหญ่จะเป็นวิจัยเกี่ยวกับชีววิทยา เทคนิคการเพาะพันธุ์ การอนุบาล และการเลี้ยงปลาหมอ ส่วนการศึกษาวิจัยเพื่อปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์



ปลาหมอ ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร หน่วยงานในสังกัดของสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์ กรมประมง จึงได้ทำโครงการนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี 2547และที่นี่ถือเป็นหน่วยงานเดียว ที่ได้ดำเนินการปรับปรุงพันธุ์ปลาหมอมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี จนทำให้ได้ปลาหมอไทยพันธุ์ชุมพร 1 หนักตัวละ 1 กก.”

ดร.สง่า ลีสง่า ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร เล่าว่า ก่อนจะมาเป็นปลาหมอชุมพร 1 ในระยะแรกได้มีการให้ประมงจังหวัดในแต่ละแห่งทำการคัดหาปลาหมอที่มีขนาดใหญ่ของแต่ละพื้นที่ ส่งมาทำการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ที่ศูนย์ฯชุมพร โดยได้ปลาหมอตัวแทนจาก4 ภาค นั่นคือ ภาคเหนือได้มาจากอุตรดิตถ์ ภาคอีสานได้มาจากสกลนคร ภาคกลางจากราชบุรีและภาคใต้จากนครศรีธรรมราช

จากนั้นนำแต่ละพันธุ์มาทำการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์จนออกลูกออกหลานมา 4 รุ่น...ทำการคัดขนาดปลาหมอขนาดใหญ่ของแต่ละสายพันธุ์มาเป็นพ่อแม่พันธุ์ แล้วนำมาผสมไขว้ข้ามสายพันธุ์

ในที่สุด ปี 2554 จึงได้ปลาหมอที่มีขนาดใหญ่ และมีการตั้งชื่อ ชุมพร 1... แต่เพื่อความมั่นใจว่า พันธุ์ปลาหมอที่ได้มาเป็นพันธุ์ที่นิ่ง นำไปเลี้ยงในพื้นที่ต่างๆของประเทศไทยแล้ว ยังคงลักษณะเด่นเช่นเดิม ไม่เกิดการกลายพันธุ์ จึงได้ส่งพันธุ์ไปให้ศูนย์วิจัยประมงทุกภาคของประเทศ ยกเว้นภาคกลาง นำไปทดลองเลี้ยง ปรากฏว่า ปลาหมอชุมพร 1 สามารถเจริญเติบโตได้ดี ไม่มีการกลายพันธุ์แสดงว่า ได้ปลาหมอพันธุ์ใหม่ที่แท้จริง

“และยังทำให้เราได้ข้อมูลที่น่าสนใจปลาหมอชุมพร 1 จะเติบโตได้ดีที่สุด ในบ่อดินและพื้นที่เหมาะกับการเลี้ยงมากที่สุดคือ ภาคอีสาน นับได้ว่าปลาหมอชุมพร 1 จะเป็นทางเลือกอาชีพใหม่ของคนอีสาน รวมทั้งยังจะเป็นแหล่งโปรตีนใหม่ให้ผู้บริโภคชาวอีสานอีกด้วย ดีกว่าปลานิล หรือปลาทับทิม เพราะปลาหมอชุมพร 1 เลี้ยงง่าย สามารถอยู่ในที่มีน้ำน้อยได้ จึงง่ายต่อการขนส่งระยะทางไกลๆ ไม่จำเป็นต้องแช่น้ำแข็งน็อกปลาเหมือนปลาชนิดอื่น เลยทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้กินสดๆเป็นๆ เนื้อหวานอร่อยมากขึ้น”

นอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลาแบบนำไปขายเองได้แล้ว...ที่สำคัญ ปลาหมอยังมีความทนทานต่อสภาวะคุณภาพดินและน้ำที่แปรปรวนในยุคอากาศวิปริตจากสภาวะโลกร้อนอีกด้วย

พูดง่ายๆ ยุคนี้เลี้ยงปลาหมอโอกาสรอดตายมีมากกว่าเลี้ยงปลาอย่างอื่น.



ปลาหมอไทยหนักตัวละ 1 กิโลกรัม เป็นข่าวฮือฮาในวงการปลาน้ำจืดของไทย เพราะเท่าที่เจอกันมา ปลาหมอต่อให้เลี้ยงดีแค่ไหน อย่างเก่งก็แค่ตัวละ 2–3 ขีดเท่านั้นเอง 30 เม.ย. 2558 11:48 30 เม.ย. 2558 11:56 ไทยรัฐ