วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แรงงานไทยวิกฤติหนัก ผลพวงจากประชานิยม

แรงงานไทยวิกฤติหนัก ผลพวงจากประชานิยม

  • Share:

วันนี้เป็น วันแรงงานแห่งชาติ ผมคงต้องเขียนเรื่องแรงงานให้เข้ากับบรรยากาศ ท่านผู้อ่านเชื่อไหม แรงงานไทยวันนี้เข้าขั้นวิกฤติมาก ผลพวงจาก “นโยบายประชานิยม” ที่ผ่านมาในช่วง 10 ปี ปัญหาแรงงานกำลังกัดกร่อนเศรษฐกิจไทยทุกด้าน และกำลังจะแพ้แรงงานเพื่อนบ้านที่เคยล้าหลังกว่าไทย

หากไม่เร่งแก้ไข จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคตอย่างรุนแรง

EIC หรือ Economic Intelligence Center ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจเชิงลึกของ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ตีพิมพ์ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า กว่า 50% ของผู้ประกอบการ ไม่สามารถหาแรงงานที่ต้องการได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน ปัญหานี้จะรุนแรงในกลุ่มที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น ธุรกิจก่อสร้าง กลุ่มธุรกิจที่ต้องการทักษะเฉพาะ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

จากการศึกษาของอีไอซีพบว่าสาเหตุเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักคือ

1.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมผู้สูงอายุ โดย สัดส่วนของประชากรวัยทำงาน (อายุ 15-64 ปี) จะเข้าสู่จุดสูงสุดในปี 2018 (อีก 3 ปีข้างหน้า) หลังจากนั้น จำนวนแรงงานไทยจะลดลง ทำให้ประเทศไม่ได้รับแรงส่งทางเศรษฐกิจจากการขยายตัวของประชากรวัยทำงานเหมือนแต่ก่อน

2.การลงทุนในระดับต่ำของภาคอุตสาหกรรม และการเน้นนโยบายสนับสนุนภาคเกษตรที่บิดเบือนกลไกตลาด (เช่น โครงการประกันราคาข้าว โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด ของสองพรรคการเมืองคู่กัดนั่นแหละ) ส่งผลให้แรงงานกลับเข้าสู่ภาคการเกษตรแบบดั้งเดิม ที่มีการพัฒนาทักษะค่อนข้างต่ำ

(เห็นไหมครับ นโยบายประชานิยมทำลายเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างไร)

3.แรงงานขาดทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ ซึ่ง เกิดจากโครงสร้างการศึกษาไทยที่ขาดความสมดุลในหลายด้าน และคุณภาพแรงงานที่ต่ำกว่าความคาดหวังของนายจ้าง

ภาวะขาดแคลนแรงงานจาก 3 ปัจจัยนี้ ทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ส่งผลให้ศักยภาพในการเติบโต (Potential Growth) ของประเทศลดลงอย่างชัดเจน ในช่วง 5–6 ปีที่ผ่านมา การจัดการปัญหาด้านอุปทานแรงงาน จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้รับผิดชอบกำหนดนโยบายต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน

นี่คือข้อสรุปจากผลสำรวจและวิเคราะห์ของอีไอซี

ทีนี้ไปดูแรงงานประเทศเพื่อนบ้านบ้าง ผมเพิ่งเล่าเรื่องการไปเยี่ยม ท่านทูตณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา ผมได้คุยกับพนักงานท้องถิ่นคนหนึ่ง เธอบอกว่าตอนนี้คนเขมรเรียนภาษาอังกฤษกันมาก ผมเลยไม่แปลกใจที่พนักงานในร้านค้าส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ บางคนพูดได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เท่ากับพูดได้ 3 ภาษา ภาษาเวียดนามและภาษาจีนคนเขมรก็พูดได้ เพราะใกล้ชิดกับเวียดนามและจีน

แต่ การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของไทย จากการจัดอันดับของ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ปี 2013 ไทยอยู่อันดับที่ 85 ของโลก ขณะที่ มาเลเซีย อยู่อันดับ 19 อินโดนีเซีย อันดับ 36 ฟิลิปปินส์ อันดับ 40 จีน อันดับ 54 ส่วน “ภาษาอังกฤษ” ไทยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่คาดหวังมาก แต่ก็ไม่มีรัฐบาลไหนสนใจจะพัฒนา

โรงเรียนในกัมพูชา เรียนกันแค่ครึ่งวัน ครึ่งวันเช้า 07.00-12.00 น. ครึ่งวันบ่าย 13.00-17.00 น. นักเรียนที่เรียนตอนเช้า ตอนบ่ายจะไปเรียนภาษาอังกฤษ เรียนภาษาอังกฤษกันตั้งแต่ระดับประถมเลย แต่ โรงเรียนไทย เรียนกันทั้งวัน ยังต้องไปกวดวิชาทุกวิชา ภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่เร่ง ปฏิรูปการศึกษา อนาคตประเทศไทยลำบากแน่นอน

จะแก้กันยังไง เกินสติปัญญาคอลัมนิสต์อย่างผมจะคิดได้ ร่างรัฐธรรมนูญที่ไปลอกจากประเทศที่มีแรงงานคุณภาพสูงมา คงแก้ปัญหาแรงงานคุณภาพต่ำไทยไม่ได้ มีแต่จะพาให้ “ตกเป็นเหยื่อประชานิยมการเมือง” จนไม่มีโอกาสโงหัวฉลาดขึ้น สุดท้าย “การเลือกตั้ง” ก็จะฉุดคนไทยถอยกลับไปสู่จุดเดิม.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้