ข่าว
100 year

เผด็จการสภาที่ถูกต้อง?

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

ถึงแม้การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะยุติลงแล้ว แต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ติดใจเป็นพิเศษใน 2 ประเด็น ได้แก่การให้คณะกรรมการปรองดองเสนอให้ตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษแก่ผู้กระทำความผิด เชื่อว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงแน่

อีกประเด็นหนึ่งได้แก่มาตรา 181 และ 182 ที่ให้อำนาจพิเศษแก่นายกรัฐมนตรีมาตรา 181 ให้นายกรัฐมนตรีเสนอขอความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรให้เปิดประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีภายใน 7 วัน หากนายกรัฐมนตรีได้คะแนน เสียงไว้วางใจไม่ถึงกึ่งหนึ่งให้ยุบสภา ส.ส.พ้นตำแหน่งทั้ง 450 คน เป็นเรื่องแปลกประหลาดในระบบรัฐสภา

เนื่องจากตามปกติหากนายกรัฐมนตรีแพ้มติไม่ไว้วางใจ จะต้องพ้นจากตำแหน่งพร้อมกับคณะรัฐมนตรี แต่มาตรา 181 กลับให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชนะ ส่วนเสียงข้างมากของ ส.ส.ผู้ชนะ กลับกลายเป็นผู้แพ้ พ้นจากตำแหน่งทั้งสภา เช่นเดียวกับมาตรา 182 ให้นายกฯเสนอร่าง พ.ร.บ. ถ้า ส.ส.ไม่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจภายใน 7 วัน ถือว่าให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.

อดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ระบุว่า วิธีการดังกล่าวเป็นการสร้าง “เผด็จการรัฐสภา” ที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรก นอกจากนั้นแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคนยังคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. สัดส่วนแบบผสม ที่ให้ประชาชนเลือกผู้สมัครคนใดก็ได้ กลัวว่าจะทำให้แตกแยกในพรรค เพราะผู้สมัครในบัญชีรายชื่อจะต้องหาเสียงแข่งกัน เพื่อให้ชนะเลือกตั้ง

การให้ผู้มีสิทธ์ิเลือกตั้งเลือกผู้สมัครคนใดก็ได้ในบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.นอกจากจะทำให้พรรคแตกแยกกันแล้ว ยังน่าจะขัดต่อวัตถุประสงค์การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่ออีกด้วย เพราะการเลือกตั้งแบบนี้ต้องการให้ “เลือกพรรค” ตามคติ “พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค” เนื่องจากผู้มีสิทธิ์เลือก “บุคคล” ได้อยู่แล้ว คือการเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขต

ถึงแม้ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะยืนยันมาโดยตลอดว่ายินดีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และพร้อมที่จะทบทวน แต่แสดงท่าทีว่าอาจจะแก้ไขในประเด็นที่ไม่ใช่หลักการสำคัญๆ แต่จะยืนยันไม่ทบทวนเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่มาของ ส.ว. และวิธีการเลือกตั้ง ซึ่งมุ่งสกัดกั้นไม่ให้พรรคใดได้เสียงข้างมาก เพราะต้องการรัฐบาลผสม

สมาชิก สปช.ระดับประธานคณะกรรมาธิการหลายคน เห็นตรงกันว่าจะต้องทบทวนร่างรัฐธรรมนูญเกือบทั้งฉบับ บางคนฟันธงว่าหากไม่ยอมแก้ไข จะไม่ผ่านการลงประชามติ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าถ้าไม่มีการออกเสียงประชามติจะกลายเป็นระเบิดเวลานำไปสู่ความขัดแย้ง ที่น่าเป็นห่วงมากก็คือ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ขอเวลาทดลองวิชาอย่างน้อย 5 ปี.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เผด็จการสภาที่ถูกต้องร่างรัฐธรรมนูญสภาปฏิรูปแห่งชาติอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะบทบรรณาธิการคอลัมน์ฉบับพิมพ์ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้