วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิติกรแจ้งดำเนินคดีผู้บริหารม.วลัยลักษณ์ละเว้นปฏิบัติหน้าที่

การแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นี้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายอุทัย แกล้วกล้า ผู้จัดการโครงการชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนา และการแก้ไขที่ดินโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 17เม.ย.2558 ตนในฐานะตัวแทนผู้ร้องทุกข์/ผู้เสียหาย ในจำนวน 17 คนที่ถูก ดร.สุเมธ แย้มนุ่น รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงโครงการก่อสร้างศูนย์แพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยนายอาคม จิตร์พาณิชย์ นิติกรมหาวิทยาลัย ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.อรุณ จันทร์พูล พนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่กระทำผิดกฎหมาย 157 ในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปกปิดข้อมูลอันเป็นเท็จ กลั่นแกล้งบังอาจมาดร้าย ใส่ร้ายป้ายสีผู้เสียหายและผู้ร้องทุกข์ ทำให้รัฐเกิดความเสียหาย โดย พ.ต.ท.อรุณได้สอบปากคำและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนพยานหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีหนังสือแถลงการณ์ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ฉบับที่ 1 ลงนามโดยนายอุทัย แกล้วกล้า ตัวแทนผู้ร้องทุกข์/ ผู้เสียหาย เป็นกระดาษขนาดเอ 4 จำนวน 4 แผ่น ได้ออกเผยแพร่ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก และตามศูนย์ราชการต่างๆ สถานศึกษา และย่านพาณิชย์ เป็นต้น ในเขตพื้นที่ อ.ท่าศาลา อ.เมือง อ.ทุ่งสง ฯลฯ ในเนื้อหาตอนหนึ่งได้ระบุถึงเหตุที่ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น ในฐานะรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงพนักงานมหาวิทยาลัย กล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง กรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกิจการร่วมค้าพีวีทีซึ่งเป็นผู้รับจ้างตามสัญญาก่อสร้าง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ

นายอุทัย แกล้วกล้า ในฐานะผู้แทนร้องทุกข์กล่าวโทษและผู้แทนเสียหาย และเป็น 1 ใน 17 ที่ถูก ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ได้ระบุในหนังสือฉบับดังกล่าวถึงความไม่ชอบมาพากลของการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายของสภามหาวิทยาลัย และรักษาการอธิการบดี รวมถึงคณะกรรมการชุดรักษาการที่ออกหลายคำสั่ง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งแต่งตั้งการปฏิบัติหน้าที่โดยขัดกับ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย คำสั่งยกเลิกการก่อสร้าง คำสั่งสอบสวนข้อเท็จจริง คำสั่งรายงานผลการสอบสวน และคำสั่งอื่นๆจนมาถึงคำสั่งสุดท้ายสอบสวนวินัยร้ายแรง ฉบับที่ 181/2558 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2558 ส่งผลให้ผู้เสียหายและผู้ร้องทุกข์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยทั้งหมดได้ร่วมกันปกปิดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ด้วยการปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมาย และกลั่นแกล้งบังอาจมาดร้าย ใส่ร้ายป้ายสีผู้เสียหายและผู้ร้องทุกข์ อันเกิดจากการที่สภามหาวิทยาลัยได้ใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจนเป็นเหตุให้มีการบอกเลิกสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างมหาวิทยาลัยฯได้รับความเสียหายทั้งมหาวิทยาลัยและระบบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ยังได้ระบุถึงที่มาของการแต่งตั้งผู้บริหารชุดรักษาการ ที่ถูกแต่งตั้งโดยสภามหาวิทยาลัย เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมาย พ.ร.บ.แต่งตั้งในการใช้อำนาจที่ผิด รวมถึงการออกคำสั่งในการแต่งตั้งรองอธิการบดี รักษาการ ซึ่งทั้งหมดเป็นการกระทำที่ผิด ก.ม.157 อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อขอพบผู้บริหารมหาวิทยาลัยเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งข่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไป.

เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่กระทำผิดกฎหมาย 157 ในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปกปิดข้อมูลอันเป็นเท็จ กลั่นแกล้งบังอาจมาดร้าย ใส่ร้ายป้ายสีผู้เสียหายและผู้ร้องทุกข์ ทำให้รัฐเกิดความเสียหาย 29 เม.ย. 2558 16:31 29 เม.ย. 2558 17:00 ไทยรัฐ


advertisement