วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แฉโครงข่าย‘ยูฟัน’แบ่ง4-5กลุ่มใหญ่จ่อฟันกม.เงินตรา

แฉโครงข่าย‘ยูฟัน’แบ่ง4-5กลุ่มใหญ่จ่อฟันกม.เงินตรา

  • Share:

ตำรวจชุดคลี่คลายคดี บ.ยูฟัน สโตร์ จก. ประชุมเตรียมสรุปสำนวนส่งอัยการให้เสร็จสิ้นภายในต้นเดือน พ.ค. เตือนผู้เสียหายอย่าลังเลให้รีบแจ้งภายในสิ้นเดือนนี้ ตะลึงพบโครงข่ายขนาดใหญ่ 4-5 รายซ่อนอยู่ในองค์กร แต่ละโครงข่ายมีลูกข่ายไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นราย อยู่ระหว่างออกหมายจับเพิ่ม เผยชุดสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดตาม พ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ.2501 รวมทั้งข้อหาอื่นอีกหลายกระทง

ความคืบหน้ากรณีตำรวจบุกทลายเครือข่ายบ.ยูฟัน สโตร์ จก. ที่ บก.ปคบ. เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 28 เม.ย. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนคดีบ.ยูฟันฯ ประชุมพนักงานสอบสวนและชุดปฏิบัติการสืบสวนคดี ทั้ง 9 ชุด เพื่อนำข้อมูลการแจ้งความผู้เสียหาย ประมวลผลเชื่อมโยงโครงข่ายของ บ.ยูฟันฯ และเตรียมสรุปสำนวน พยานหลักฐาน ส่งให้อัยการฟ้องศาล ภายในต้นเดือน พ.ค.นี้ จากนั้นได้ประชุมร่วมกับ ปปง. สคบ. และดีเอสไอ เพื่อหารือถึงข้อกฎหมายและกำหนดแนวทางการดำเนินคดี ในด้านการออกหมายค้น หมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงเร่งดำเนินการส่งทรัพย์ที่อายัดได้ให้กับ ปปง.ตรวจสอบก่อนขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาเยียวยาผู้เสียหาย

พล.ต.ท.สุวิระ เผยว่าสั่งการให้พนักงานสอบสวน เร่งสรุปสำนวน ประมวลผลโครงข่ายแต่ละสายของ บ.ยูฟันฯ ที่หลอกลวงผู้เสียหายเข้าเป็นสมาชิก เพื่อแยกโครงข่ายให้ชัดเจน เพื่อทราบถึงตัวผู้กระทำผิด เบื้องต้นพบมีโครงข่ายขนาดใหญ่อยู่ 4-5 ราย แต่ละรายมีลูกข่ายไม่ต่ำกว่า 50,000 ราย มีทั้งบุคคล

ผู้ที่ถูกออกหมายจับแล้วและผู้ที่ต้องถูกออกหมายจับเพิ่มเติม ส่วนชุดปฏิบัติการสืบสวนกำชับให้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดให้ได้มากที่สุดก่อนสิ้นเดือน เม.ย.นี้ เพื่อสรุปส่งสำนวนอัยการในต้นเดือน พ.ค.ต่อไป

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ตำรวจออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องคดี บ.ยูฟันฯ ทั้งหมด 13 ราย จับกุมได้ 5 ราย ถูกกุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพราะศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว มอบตัว 2 ราย ยื่นประกันชั้นพนักงานสอบสวนไปแล้ว ที่เหลือ 6 ราย ยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ และ สตช.ประสานการทำงานร่วมกับตำรวจสากลและตำรวจในประเทศที่คาดว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปอย่างใกล้ชิด หลังร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบพฤติกรรมผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมาย พ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ.2501 ที่ห้ามมิให้ผู้ใด จำหน่าย ใช้หรือนำออกใช้ ซึ่งวัตถุหรือเครื่องหมายใดๆแทนเงินตราเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี เพราะพฤติกรรมการนำเงินอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ซื้อสินค้าและแลกเปลี่ยนเงินตราแทนเงินบาทหรือเงินดอลลาร์ มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ และยังพบการกระทำผิดที่เข้าข่ายความผิดอีกหลายมาตรา อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหาทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินที่อายัดเพิ่มทั้งหมดส่งมอบให้ ปปง. ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ด้านการติดตามบุคคลหลบหนีอยู่ประเทศมาเลเซีย ทางการมาเลเซียรอหลักฐานหนังสือการรับฟ้องจาก สนง.อัยการไทย เพื่อดำเนินตามขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามทางเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซีย เตรียมเดินทางเข้าหารือในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ภายในสัปดาห์หน้า

“สำหรับยอดผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความแล้ว 292 ราย มูลค่าความเสียหาย 110 ล้านบาท เตือนให้ผู้เสียหายรีบเข้าแจ้งภายในเดือน เม.ย.เพราะต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด นำสู่การออกหมายจับตัวการใหญ่ และสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลภายในต้นเดือน พ.ค. อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีความมั่นใจในพยานหลักฐานว่าจะสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ทั้งหมด แม้ว่าผู้บริหาร บ.ยูฟันฯ จะตั้งทนายขึ้นมาสู้คดี ถือเป็นการดีที่จะได้กระตุ้นให้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานรัดกุมรอบคอบ ยิ่งขึ้น” พล.ต.ท.สุวิระกล่าว

สำหรับบรรยากาศการเดินทางเข้าแจ้งความของผู้เสียหายในคดีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนเดินทางเข้าแจ้งความกับชุดพนักงานสอบสวนอย่างคับคั่ง บางรายเดินทางมาจากต่างจังหวัด เข้ารอคิวแรกตั้งแต่เวลา 04.30 น. มีตำรวจอำนวยความสะดวกชี้แจงเตรียมเอกสารและขั้นตอนการแจ้งความเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ตลอดทั้งวันมีผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความกว่า 50 ราย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้