วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาร์คอัดยับม.182ต้องลบทิ้ง

มาร์คอัดยับม.182ต้องลบทิ้ง

  • Share:

เทียนฉายแฉเอง‘โต๊ะพนัน’รับแทงรธน.รอด-ไม่รอด

“มาร์ค” ซัดแหลกร่างแรก รธน.ชี้ ม.181-182 ยื่นซักฟอกตัวเอง-ชง ก.ม. พิเศษสร้างเผด็จการรัฐสภา บี้ กมธ.ยกร่างฯต้องลบทิ้ง ยันไม่ปรับแก้-ไม่ประชามติเกิดความขัดแย้งหนัก “อ.สมบัติ” คิดเหมือน “มาร์ค” ม.182 น่ากลัวมาก “บวรศักดิ์” สวนเปรี้ยงนักการเมืองผวาโดนปฏิรูป ไม่แปลกใจดาหน้าออกมาวิจารณ์ เปิดเกมต่อรองให้ใช้ รธน.ไปก่อน 5 ปีแล้วค่อยแก้กันใหม่ “เทียนฉาย” แฉมีเปิดโต๊ะรับแทง สปช.โหวตคว่ำ-ไม่คว่ำร่าง รธน.กันแล้ว “บิ๊กตู่” ให้สิทธิ์ 36 อรหันต์จะปรับหรือไม่ปรับ แต่นายกฯจะส่งข้อเสนอแนะให้ปรับแก้ทุกอัน ไม่หวั่นลงจากหลังเสือจะโดนไล่เช็กบิล “จตุพร” ประกาศฟ้องดะแพ่ง-อาญา 4 กสทช.สั่งปิดพีซทีวี

หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกผ่านการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ล่าสุด มีกระแสคัดค้านในบางมาตราว่าเป็นเผด็จการและจะสร้างความขัดแย้งมากขึ้นในอนาคต

“มาร์ค” บี้ตัด ม.เผด็จการ 181-182

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 เม.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกว่า หาก กมธ.ยกร่างฯจะรับฟังเสียงท้วงติงทั้งในและนอกสภาปฏิรูปฯ จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะหลายเรื่องเป็นการท้วงติงที่ไม่มีผลประโยชน์และไม่มีเหตุผลชัดเจนที่ต้องบัญญัติมาตราที่สร้างปัญหา ตนยืนยันต้องเอา ม.181 และ 182 ออกไปที่ให้อำนาจนายกฯเสนอกฎหมายพิเศษ ถ้าไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ถือว่าผ่านความเห็นชอบ และการให้อำนาจนายกฯยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเองได้ โดยที่ฝ่ายค้านจะไม่สามารถดำเนินการได้ในสมัยประชุมเพราะถือเป็นครั้งแรกที่มีการสร้างเผด็จการรัฐสภาที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ

ปมบอร์ดปรองดองอภัยโทษเติมไฟ

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อถึงอำนาจของคณะกรรมการเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ 15 คนที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญว่า การกำหนดอำนาจหน้าที่ใน (6) ที่ระบุว่ากรรมการฯสามารถอภัยโทษให้กับผู้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือสำนึกผิดต่อกรรมการฯและก่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อ ครม.นั้น จะเป็นประเด็นที่นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงแน่นอน จึงไม่เข้าใจว่า เหตุใด กมธ.ยกร่างฯจึงไม่เรียนรู้จากวิกฤติประเทศที่ผ่านมาว่าประชาชนต่อต้านการนิรโทษกรรมให้กับคนที่ทำผิดร้ายแรง แม้แต่มาตรา 182 ที่ให้นายกฯเสนอกฎหมายพิเศษได้หนึ่งฉบับต่อหนึ่งสมัยประชุม ก็อาจมีเจตนาเดียวกันคือ ให้เสนอกฎหมายนิรโทษกรรมได้ จึงไม่เห็นเหตุผลว่า ทำไมต้องเขียนไว้แบบนี้ เช่นเรื่องอำนาจพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษเพราะการเขียนรัฐธรรมนูญเช่นนี้นักการเมืองโกงที่บ้าอำนาจจะชอบมาก

ชี้ไม่ปรับ-ไม่ประชามติขัดแย้งหนัก

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายพรรคการเมืองเสนอให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน แต่ขอให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและให้มีการลงประชามติ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เบื้องต้น กมธ.ยกร่างฯต้องแก้ไขในส่วนที่เป็นปัญหาก่อน เพราะในการอภิปราย กมธ.ยกร่างฯไม่สามารถชี้แจงได้ในหลายประเด็นสำคัญ แต่หากไม่มีการปรับปรุงและไม่มีการลงประชามติด้วย รัฐธรรมนูญนี้จะกลายเป็นระเบิดเวลาประเทศไทยที่สร้างความขัดแย้งไม่ยิ่งไปกว่าในอดีต และความตั้งใจของ คสช.ในการทำรัฐประหารก็จะสูญเปล่า ซึ่งการทำประชามติจะเป็นภูมิคุ้มกันให้รัฐธรรมนูญและการแก้ปัญหาความขัดแย้งเชื่อว่านายกฯต้องการยุติปัญหาความขัดแย้งมากกว่าที่จะทำให้ยืดเยื้อเพราะมีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

“สมบัติ” ก็คิด ม.182 น่ากลัวมาก

ที่รัฐสภา นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง แถลงว่า กมธ.ปฏิรูปการเมืองได้ประชุมวางแนวทางการยื่นญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ และหารือกับ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การยื่นญัตติมีน้ำหนักมากขึ้น จากการพูดคุยมีหลายประเด็นที่เห็นตรงกัน อาทิ กลุ่มการเมือง ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ที่มา ส.ว. นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นระบบที่ไม่มีประสิทธิภาพ และหากเป็นรัฐบาลผสมจะเกิดการต่อรองกัน มาตรา 182 น่ากลัว เพราะให้อำนาจฝ่ายบริหารขอความไว้วางใจผลักดันกฎหมายได้ทันที หากสภาไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นการให้อำนาจพิเศษรัฐบาลมาก เช่น หากมีรัฐบาลไหนต้องการเสนอ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็ทำได้ทันที เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในระบบการเมืองมากขึ้นแล้วจะทำเพื่ออะไร เป็นการส่งเสริมให้รัฐบาลมีอำนาจเผด็จการในการออกกฎหมาย ถือเป็นการรองรับเผด็จการรัฐสภาเต็มร้อย

กมธ.รธน.ปัดสูตรเผด็จการรัฐสภา

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ กมธ. ยกร่างฯจะประชุมประมวลความเห็นและข้อเสนอแนะจากการอภิปรายของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตลอด 7 วันที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการท้วงติงเกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง ความสัมพันธ์กับข้าราชการและมีการวิจารณ์รุนแรงว่า มีการผสานระบบคอมมิวนิสต์ หรือสร้างเผด็จการรัฐสภาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ทุกเนื้อหาที่เขียนกลั่นกรองจากมันสมองของ กมธ.ยกร่างฯที่พิจารณาจากพื้นฐานปัญหาชาติ จึงขอให้ให้เกียรติ กมธ.ทั้ง 36 คนด้วยว่า เรามาเพื่อแก้ปัญหาประเทศเพื่อใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือเพื่อดับชนวนระเบิดเวลาที่ค้างอยู่ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 ไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นระเบิดเวลาของประเทศไทย

บอกท้วงมามีน้ำหนักก็อาจปรับให้

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับการแปรญัตติเพื่อขอแก้ไข เชื่อว่าภายในเดือน มิ.ย.จะเริ่มเห็นภาพว่าเรื่องใดถูกแปรญัตติมากที่สุดด้วยเหตุผลอะไร โดย กมธ.ยกร่างฯจะนำมาพิจารณาทบทวน หากมีเหตุผลและน้ำหนักมากพอก็อาจมีการปรับแก้ได้ แต่ขณะนี้ กมธ.ยกร่างฯจะเน้นการลงพื้นที่ในต่างจังหวัดตามแผนสร้างเวทีรับฟังความเห็น 12 เวทีเป็นหลักก่อน ส่วนนักการเมืองที่ไม่เห็นด้วยก็สามารถเสนอความเห็นมายัง กมธ.ยกร่างฯได้ เพราะมีการส่งร่างรัฐธรรมนูญไปให้ทุกพรรคการเมืองแล้ว

จัดคิวพรรคการเมืองชำแหละ รธน.

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดสุดท้ายยังไม่ได้หารือว่าจะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกในส่วนใดบ้าง โดยจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 29 พ.ค. เพราะต้องรอคำขอแก้ไขจาก สปช. ครม. คสช. ตลอดจนพรรคการเมือง หากเสียงส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าต้องการแก้ไขในประเด็นเดียวกัน กมธ.ยกร่างฯ ก็พร้อมปฏิบัติตาม วันที่ 1-5 มิ.ย. ก็จะให้ สปช. ที่เสนอแก้ไขเข้ามาชี้แจงหลักการและเหตุผลต่อ กมธ.ยกร่างฯ ส่วนวันที่ 6 มิ.ย. ก็จะเชิญตัวแทนพรรคการเมือง ที่มี ส.ส.อยู่ในสภาครั้งที่ผ่านมา กว่า 10 พรรคมาให้ความเห็น สำหรับพรรคการเมืองอื่นนั้นให้ส่งความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามา เชื่อว่าการให้เวลาพรรคการเมือง 1 วัน ถือว่าเพียงพอ ล่าสุด กมธ.ยกร่างฯได้แต่งตั้งคณะอนุ กมธ.ขึ้นมา 4 ชุด ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ในการยกร่างกฎหมายต่างๆ ก็จะเร่งพิจารณากฎหมายลูก 12 ฉบับ กฎหมายที่สำคัญ 14 ฉบับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป 30 ฉบับ

ศปป.ติดใจเล็งเรียกฝ่ายการเมืองมาอีก

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงข้อสรุปหลังจากศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เชิญนักวิชาการ นักการเมืองและกลุ่มการเมืองมาพูดคุย ซึ่งครั้งก่อนได้รับข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มาก และจะพยายามจัดเวทีลักษณะนี้อีก ขออย่าตกใจเมื่อถูกเชิญ

“ดิเรก” ฟันธงไม่ปรับประชามติไม่ผ่าน

นายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง คนที่ 1 สปช. กล่าวว่า ยังมีหลายส่วนที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญควรปรับแก้ โดยเฉพาะองค์กรอิสระที่จะเกิดขึ้นใหม่ เช่น สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ที่มีอำนาจตรวจสอบการทำงานของนายกฯและรัฐบาลได้ ถือว่าขัดหลักการ ทำลายระบบถ่วงดุล 3 ขาหลักของประเทศคือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ มีเพียงองค์กรเดียวที่เห็นว่าเหมาะสมจะตั้งขึ้นคือ คณะกรรมการอิสระเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่มีอำนาจเพียงเสนอแนวทางสร้างความปรองดอง ไม่ได้มีการล้วงลูก หรือมีอำนาจควบคุมรัฐบาล สรุปองค์กรไหนที่ตั้งมาแล้วมีอำนาจซ้อนอำนาจควรจะปรับแก้ ประเด็นที่ สปช.อภิปรายติติงมาก ทั้งเรื่องนายกฯคนนอก การเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม และที่มาของ ส.ว. หาก กมธ.ยกร่างฯ ไม่สามารถแก้ได้ทั้งหมด ควรแก้ในประเด็นหลักๆ เพราะถ้ายังปล่อยผ่านไปโดยไม่แก้ไข จนกระทั่งมีการทำประชามติขึ้นจริง เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านแน่

“บวรศักดิ์” ยังดันลงประชามติ

เมื่อเวลา 09.40 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “รัฐธรรมนูญใหม่กับการกระจายอำนาจ” ให้กับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศรับฟังว่า กมธ.ยกร่างฯและ สปช.ได้ขอทุกท่านที่มาร่วมรับฟังในวันนี้เพื่อช่วยเป็นเครือข่ายในการนำสาระและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไปทำความเข้าใจให้ประชาชนให้ได้รับทราบ แม้ว่าที่ผ่านมาทุกรัฐบาลจะมีความพยายามในการปฏิรูปแต่ก็ไม่เคยทำได้ ขณะนี้ กมธ.ยกร่างฯได้จัดทำร่างแรกสำเร็จแล้ว แต่เป็นร่างแรกที่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป ส่วนการจัดทำประชามติ คสช. ครม. ต้องเห็นชอบ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำประชามติหรือไม่ยังไม่แน่ แต่ส่วนตัวเห็นว่าต้องทำ และเชื่อว่านายกฯก็อยากจะทำ

รู้ไต๋นักการเมืองผวา รธน.หมวดปฏิรูป

นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ปี 40 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปี 50 มีรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ และฉบับนี้เป็นฉบับปฏิรูป จึงไม่แปลกใจที่จะมีการวิจารณ์ โดยเฉพาะนักการเมืองที่ออกมาวิจารณ์ระบบเลือกตั้ง เพราะเขากลัวประเด็นกลุ่มการเมืองว่าคนของเขาจะแยกไปตั้งกลุ่มมาแข่งกับเขา และกลัวระบบบัญชีรายชื่อ ที่เป็นแบบโอเพ่นลิสต์ให้ประชาชนจัดลำดับได้เอง ส่วนที่บอกว่าทำให้พรรค การเมืองอ่อนแอ ที่จริงต้องพูดต่อว่าทำให้ประชาชนเข้มแข็งขึ้น สิ่งที่นักการเมืองกลัวจริงๆคือ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ สมัชชาพลเมือง รวมถึงหมวดปฏิรูปทั้งหมด เพราะเขาต้องปฏิบัติตาม ซึ่งสิ่งที่เรากำลังปฏิรูปสวนทางกับที่เขาอยากทำ

ชงใช้ไปก่อน รธน.5 ปีแล้วค่อยแก้

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีบางฝ่ายระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอว่า ไม่เป็นความจริง แต่ถ้าตนเป็นนักการเมืองก็คงกลัว แต่การปฏิรูปต้องยอมสละความเคยชินทิ้งไป

จึงเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อนอย่างน้อย 5 ปี แล้วค่อยแก้ไข ถ้าบ้านเมืองเกิดความปรองดองก็อาจจะกลับมาแก้ให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง โดยมีเสียงในรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งก็แก้ได้ ส่วนการวิจารณ์เรื่องการให้กลุ่มการเมืองลงสมัครเลือกตั้งได้นั้น อยากให้นึกถึงคนที่ไม่มีเงินตั้งพรรคการเมืองต้องไปหาสมาชิก 5 พันคน จึงควรมีกลุ่มการเมืองที่จดทะเบียน แต่มีเงื่อนไขน้อยกว่าพรรคการเมืองลงสมัครได้ แต่ถ้าต่อไปมีปัญหาก็ปรับแก้ไขได้ในอนาคต อยากให้นึกถึงคนอย่างนายอลงกรณ์ พลบุตร สปช. คนแบบนี้จะไปอยู่ที่ไหน เพราะยังมีคนลักษณะนี้อีกเยอะ

เมิน “มาร์ค” ให้ตัด กก.ปรองดอง

เมื่อถามว่ากรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ตัดคณะกรรมการปรองดองในร่างรัฐธรรมนูญออก เพราะเกรงจะเป็นต้นเหตุความขัดแย้ง นายบวรศักดิ์ตอบว่า เป็นความเห็นของนายอภิสิทธิ์ แต่ถ้าตัดเรื่องนี้ออกก็ไม่มีใครทำ ถ้าให้รัฐบาลทำก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเป็นคู่ขัดแย้ง จึงควรมีคนกลางมาทำหน้าที่ เมื่อถามว่า กมธ.ยกร่างฯจะทบทวนเรื่องที่มา ส.ว.หรือไม่

นายบวรศักด์ตอบว่า สามารถทบทวนได้ แต่ต้องยึดหลักว่า สภาที่สองต้องไม่ใช่กระจกสะท้อนของสภาที่หนึ่ง โดยสภาที่สองต้องมีความหลากหลาย ให้กลุ่มวิชาชีพต่างๆเข้าถึง ถ้าไม่เขียนที่มาของ ส.ว.เช่นนี้ กลุ่มเกษตรกรจะเข้าไปเป็น ส.ว.ได้หรือ ขณะที่สภาล่างต้องมีพื้นที่เป็นของกลุ่มการเมืองและพรรคการเมือง

กล่อมองค์กรท้องถิ่นรับแผนควบรวม

ที่อิมแพคฟอรัม เมืองทองธานี มีการประชุมวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เรื่องจุดเปลี่ยนท้องถิ่นไทยกับการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล ทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ สปช. กล่าวปาฐกถาเรื่องจุดเปลี่ยนท้องถิ่นไทยกับการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ในร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติเรื่องท้องถิ่น ในมาตรา 211 วรรค 2 เป็นเรื่องใหม่ ที่ให้ท้องถิ่นกระจายภารกิจการจัดทำบริการสาธารณะให้ชุมชน มาตรา 212 เป็นเรื่องที่ อปท.ให้ความสำคัญ เพราะอาจมีการควบรวม อปท.ให้มีขนาดเหมาะสม เนื่องจากขณะนี้มี อปท. 7,853 แห่ง รวม กทม.และพัทยา ซึ่งมี อปท.ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15 ล้านบาท 3,000 กว่าแห่ง และมีรายได้ต่ำกว่า 20 ล้านบาท 5,000 กว่าแห่ง จึงอาจต้องมีการควบรวมเพื่อให้ อปท.แต่ละแห่งมีงบประมาณมากเพียงพอ

“เทียนฉาย” แฉโต๊ะพนันเปิดแทง รธน.

ต่อมานายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. บรรยายเรื่อง “ทิศทางของสภาปฏิรูปแห่งชาติในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ว่า จากการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญตลอด 7 วันที่ผ่านมา สปช.หลายคนเห็นว่ายังให้ความเห็นไม่พอต่อร่างรัฐธรรมนูญ แต่เวลาบังคับมีเพียงเท่านี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มมีกระแสที่พูดว่า หาก สปช.ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเปลี่ยน กมธ.ยกร่างฯ และเริ่มดำเนินการใหม่ทั้งหมด จึงมีการคาดหมายพอสมควรว่าจะยังไม่เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งได้ ถ้าสปช.ไม่เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญนี้ ทำให้เกิดการพนันขันต่อในวงพนัน มีการเดิมพันว่า สปช.จะเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

ยัน สปช.–กมธ.รธน.ไม่มีฮั้วไม่มีธง

นายเทียนฉายกล่าวว่า ส่วนการทำงานของสปช.กับ กมธ.ยกร่างฯยืนยันว่า ไม่มีการฮั้วกัน ไม่มี ธงมาตั้งแต่ต้น แต่ข้อเสนอการปฏิรูปของ สปช.คือ การทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ สปช.จึงต้องถ่ายทอดความคิดให้ กมธ.ยกร่างฯ นำประเด็นปฏิรูปเป็นบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้การปฏิรูปเสียของ จึงมีคำถามว่า นี่เป็นกระบวนการสืบทอดอำนาจใช่หรือไม่ ตอบว่า ชัดเลยเป็นการสืบทอด แต่ไม่ใช่สืบทอดอำนาจ แต่เป็นการสืบทอดงาน เพราะการปฏิรูปไม่ได้เสร็จแค่ 3 ปี แต่เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขในระยะยาว

“บิ๊กตู่” ปลื้มผลประชุมสุดยอดอาเซียน

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เดินทางกลับจาก ร่วมประชุมสุดยอดกรอบผู้นำอาเซียนเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ที่ลังกาวี โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกอย่างคืบหน้าหมด ทั้งการประชุมในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีผลผูกพันกับ 3 ประเทศ มีอยู่กว่า 90 แผนงาน ขณะนี้เดินไปแล้วกว่า 60 แผนงาน ซึ่งกำลังเริ่มต้นกระบวนการประมาณ 20 แผนงาน คาดว่าทั้งหมดจะดำเนินการจบภายในปี 2560 ขึ้นไป ซึ่งขึ้นอยู่กับงบประมาณ วันนี้เริ่มต้นไปแล้วและเชื่อมต่อว่าจะมีการสร้างถนนเส้นทางอย่างไร ส่วนของไทยเริ่มทยอยสร้างแล้วทุกอย่างจะเสร็จในปี 59 เช่น ด่านศุลกากรบ้านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา นอกจากนี้ ยังมีการ สร้างสะพานข้ามแม่น้ำ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และรับเบอร์ซิตี้ โครงการเมืองสีเขียว ทางรถไฟถนน ท่าเรือพาณิชย์

ให้เป็นสิทธิ กมธ.ปรับ–ไม่ปรับ รธน.

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ที่ผ่านมาว่า ครม.จะร่วมกันสรุป ตรงไหนควรจะแก้หรือไม่ สปช.- คสช.-ครม.ก็ทำ 3 แท่งส่งไปที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ เขาจะแก้หรือไม่เป็นอำนาจของเขา ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มองสถานการณ์อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า วันนี้อยากถามว่าสถานการณ์บ้านเมืองปกติหรือไม่ ถ้าไม่ปกติ แล้วอยากให้ปกติหรือไม่ ยั่งยืน อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่ หรืออยากจะให้เป็นแบบเดิม ขอถามประชาชนทั้งประเทศ วันนี้ตั้งใจจะอารมณ์ดี แต่พอหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาเปิดอ่านอะไรก็ไม่รู้ พวกอดีตรัฐมนตรีเก่าๆ เขียนออกมาไม่สร้างสรรค์สักเรื่อง ไม่เคยรับความผิด ความบกพร่องของตัวเองเลย เดี๋ยวคอยดูกันต่อไป ว่ากันไป สอบสวนกระบวนความเกี่ยวข้องกับใครก็ว่าหมด ก็น่าจะต้องมีมาตรการอะไรขึ้นมาสักอย่าง และการที่จะทำให้รัฐบาลมาอย่างไร ทำอย่างไรจะให้ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ตนบอกแล้วให้ไปคิดกันมา จะมีมาตรการอะไรกันบ้างตนไม่รู้ เพราะตนไม่เคยทำหน้าที่นี้ และไม่เคยคัดสรรใครเข้ามาด้วย ดูแต่ทหาร ฉะนั้นต้องไปคิดมา เป็นนักกฎหมาย เป็นกรรมาธิการฯ ถ้าคิดว่าอันนี้ดีแล้วคนยอมรับได้ ได้รัฐบาลมาก็เป็นไปตามนั้น

ฉะปมนายกฯคนนอกมโนสืบอำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรี อย่าไปกังวลว่าตนคือนายกรัฐมนตรีตรงนั้น มันไม่ใช่ คนละเรื่องกัน ตรงนี้ไม่ใช่ว่าตนเห็นด้วยไม่เห็นด้วย แต่อย่ามาพูดกันตรงนั้น จากที่ฟังมา เขาบอกว่าถ้าเหตุการณ์ไม่ปกติจะเอานายกฯมาจากไหน แต่กลายเป็นว่ามันจะเป็นการสืบทอดอำนาจ มันอะไรกัน ไม่เข้าใจ อ่านหนังสือกันไม่เข้าใจหรืออย่างไร เขาเขียนไว้หรือเปล่าว่ามาตอนไหน หรือวิเคราะห์วิจารณ์ฝันมโนกันไปเรื่อยทุกวัน อ่านหนังสือภาษาไทยไม่ออก แสดงว่าการศึกษาไทยใช้ไม่ได้ อ่านหนังสือไทยไม่รู้เรื่อง โตๆกันแล้วจะว่ายังไงก็ว่ามา จะเอาใครมาบังคับบัญชาปกครองบริหารก็ไปหามา ยังไม่เรื่องของตน หน้าที่ของตนตอนนี้คือ ดูแลความสงบเรียบร้อย

ป้อง 36 อรหันต์–ต้องไว้ใจให้เกียรติ

เมื่อถามว่า มีประเด็นใดที่คิดว่าต้องมีข้อเสนอแนะปรับแก้บ้าง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มีทุกอัน ซึ่งตนจะถามกลับไปว่าอย่างนี้หมายความว่าอย่างไรทำเพื่ออะไร สิ่งสำคัญจะถามไปว่าวันนี้ประเทศไทยต้องเดินหน้า โดยถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประชาชนได้ประโยชน์อะไรต้องรู้จักสิทธิและหน้าที่อย่างไร พูดอย่าให้มันตกหล่น บางคนที่ออกมาวิจารณ์ เห็นว่า บางอย่างต้องให้ความเป็นธรรม ต้องให้เกียรติกรรมาธิการยกร่างบ้าง บางทีก็ถูกมองว่าเพื่อจะสืบทอดอำนาจ ถ้าอย่างนี้ใครก็ร่างไม่ได้เพราะไม่ไว้วางใจ แต่ลืมกันไปว่า เคยเกิดอะไรขึ้นมา แล้วจะทำอย่างไรให้มันไม่เกิดอีก มีหลายๆคนเขียนอะไรมาไม่รู้ แถมยังเป็นครูเป็นอาจารย์ เขียนว่า รัฐธรรมนูญมาตราที่ควรจะขึ้นก่อนคือเรื่องสิทธิเสรีภาพ ไม่ควรเอาหน้าที่เรื่องพลเมืองขึ้นมาก่อน ดูสิมันสอนแบบนี้ นี่หรือประเทศไทย

ไม่หวั่นลงหลังเสือโดนเช็กบิลกลับ

เมื่อถามว่า นายกฯอยู่ในตำแหน่ง ยังถูกจ้องเล่นงาน หากวันหนึ่งที่ต้องลงจากตำแหน่ง ห่วงหรือไม่ว่าตัวเองจะถูกไล่บี้เช็กบิล พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า ขึ้นหลังเสือแล้วลงหลังเสือลำบากเหรอ ตนจะไปห่วงทำไม ถ้าห่วงไม่เข้ามาทำหรอกก็รู้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างตอบคำถามดังกล่าวนั้น พล.อ.ประยุทธ์ชี้นิ้วไปยังกลุ่มข้าราชการและทหารที่ยืนใกล้ๆ พร้อมกล่าวว่า “เสี่ยงไหม ทุกคนที่อยู่นี่แล้วเขาได้อะไร ผมได้อะไร วันนี้ผมไม่ได้ห้ามอะไรใครจะว่าอะไรก็ว่าไม่มีที่ไหนในโลก ท่านต้องภูมิใจไม่มีรัฐบาลที่มาลักษณะนี้แล้วเป็นแบบตน มีที่เดียวในโลกนี้ที่ไม่แสวงหาผลประโยชน์ไม่จับกุมคุมขังนักการเมืองแบบร้ายแรง อย่างมากก็พูดคุยสามสี่วันก็ปล่อยกลับหมด เว้นแต่บ่อยๆเข้าก็ต้องโดนบ้าง รู้อยู่ว่าผิด ยังทำ ถ้าคุยแล้วยังไม่หยุดก็ต้องใช้กฎหมายที่แรงและหนักขึ้นไป ซึ่งจริงๆแล้วกฎหมายมีแรงอยู่แล้ว แต่ตนไม่ได้ใช้เลย จริงๆถ้าผิด สามารถมาติดคุกได้ทันทีจะบอกให้

เดดไลน์ 14 พ.ค.ครม.ส่งความเห็น

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งการให้แต่ละกระทรวงส่งความเห็นร่างรัฐธรรมนูญมายังตนภายในวันที่ 14 พ.ค. จะให้ความเห็นกี่มาตราก็ได้ ไม่เกี่ยวกับกระทรวงตัวเองก็ได้ พบอะไรแปลกๆ ก็เสนอมา จากนั้นเลือกเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์ไม่ซ้ำซ้อน เสนอในนาม ครม. ส่วน คสช.จะพิจารณาแยกกับ ครม. ตอนนี้ไม่มีใครดูด้านสังคม พรรคการเมืองยังไม่ได้ดู หากวันหนึ่งพรรคการเมืองเข้ามาอาจบอกว่าทำงานไม่ได้ ติดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็ต้องมาขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงอยากให้กระทรวงช่วยดูว่าการบริหารราชการแผ่นดินในอนาคตติดขัดอะไรหรือไม่ ตนดูคร่าวๆพบว่าในแง่การบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลหน้าอาจเกิดปัญหาในการแต่งตั้งโยกย้าย เสนอโครงการต่างๆ หรือเรื่องการเงินการคลัง ที่ถ้อยคำอาจยังไม่ชัดเจน มัดจนเกินไป จึงเป็นโอกาสจะขอแก้ให้เบาลง

แจกลอตแรกแท็บลอยด์ผลงาน รบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้นำ “จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน” ที่จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ผลงานรัฐบาลฉบับแรก จำนวน 300 เล่ม มาแจกจ่ายให้กับรัฐมนตรี ผู้บริหาร ข้าราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี สื่อมวลชน และนำไปไว้ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ.ซึ่งมีขนาดเอ 3 จำนวน 8 หน้า จัดพิมพ์ 6 หมื่นเล่ม แจกจ่ายให้กับประชาชนและหน่วยงานราชการในกทม. 3 หมื่นเล่ม ต่างจังหวัด 3 หมื่นเล่ม โดยจัดพิมพ์ทุก 15 วัน

“บิ๊กตู่” เขียนเองคอลัมน์ “จากใจนายกฯ”

ทั้งนี้ ในส่วนของหน้าปกจดหมายข่าวรัฐบาล มีคอลัมน์ “จากใจนายกรัฐมนตรี” ที่มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า รัฐบาลชุดนี้เข้ามารับหน้าที่อันหนักหนาในช่วงเวลาที่ไม่อาจละเลยได้ อันเกิดจากความเข้าใจที่แตกต่างกัน ปัญหานานัปการจากความอ่อนแอและไร้วินัยของการบริหารจัดการในอดีต ที่ทำให้ประเทศชะงักงัน และต้องบริหารประเทศท่ามกลางสถานการณ์รุมเร้าจากภายนอก อันเนื่องจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ แต่ถึงแม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลอยากเรียนจากใจว่า ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจเข้ามารับผิดชอบประเทศ จนถึงวันนี้ เจตนารมณ์ต้องการเห็นประเทศไทยสงบสุข เจริญรุ่งเรือง มีคุณธรรมและความยุติธรรม ประชาชนสามัคคี เชิดชูสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสำคัญ ไม่มีวันแปรเปลี่ยน ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และด้วยหัวใจของชายชาติทหาร

ออกตัวในเล่มไม่ได้ไปว่าอะไรใคร

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้แจกจ่าย “จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน” ฉบับปฐมฤกษ์ ปีที่ 1 วันที่ 28 เมษายน 2558 ให้กับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลเพื่อใช้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาลให้ประชาชนรับทราบว่า เพิ่งเห็นพร้อมกับผู้สื่อข่าววันนี้ และในจดหมายข่าวฉบับนี้ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายกับใครหรือไปว่าอะไรให้ใครหรือไม่

บัวแก้วเลื่อนโชว์ผลงานเป็น 30 เม.ย.

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ จะแถลงผลงานของกระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 30 เม.ย.ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำหนดการเดิมของการแถลงผลงาน คือวันที่ 22 เม.ย. โดย พล.อ.ธนะศักดิ์ มอบหมายให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ เป็นผู้แถลงผลงาน เนื่องจาก พล.อ.ธนะศักดิ์ ติดภารกิจร่วมประชุมเอเชีย-แอฟริกา ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันดังกล่าวได้เลื่อนออกไปอีก เนื่องจากนายดอนต้องเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 19-24 เม.ย.ที่ผ่านมา

ถกทูต–กงสุลทั่วโลกฟังโรดแม็ป

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงการจัดประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ประจำปี 2558 ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค. ว่า การประชุมในครั้งนี้มีหัวข้อหลัก คือ “การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย เอกอัครราชทูต 69 คน และกงสุลใหญ่ 29 คน รวมทั้งสิ้น 98 คนที่ประจำการอยู่ทั่วโลก ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการประชุมนี้จัดขึ้นหลังจากที่ว่างเว้นไป 3 ปี เพื่อวางนโยบายและยุทธศาสตร์ในระยะยาว ซึ่งจะครอบคลุมประเด็นหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เช่น การสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดี การกระชับความร่วมมือกับนานาประเทศ การทูตเชิงเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบาย ในวันที่ 29 เม.ย. เวลา 10.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ

คสช.บล็อก พท.ไปนอก–“ทักษิณ” ยังนิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า บรรดาแกนนำพรรคที่มีบทบาทในระยะหลัง และออกมาให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ รวมทั้งความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ได้ถูก คสช.สั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เช่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่ยังสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ โดยมีบางคนเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ขณะนี้อยู่ที่ฮ่องกง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณยังคงมีท่าทีนิ่งเฉยเช่นเคย ไม่มีการเคลื่อน-ไหวสั่งการอะไรกับอดีต ส.ส.หรือสมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุเพียงให้รอรัฐธรรมนูญใหม่มีความชัดเจนเสียก่อน จึงค่อยประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง

“บิ๊กต๊อก” เร่งไล่ล่าคนผิด ม.112

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการติดตามจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดต่อสถาบันหรือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ทำโดยตลอดอยู่แล้ว ตอนนี้กำลังให้ฝ่ายตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวบรวมข้อมูล ถ้าได้ข้อมูลมาแล้วจะนำมาพูดคุยกับฝ่ายกฎหมาย อัยการสูงสุด (อสส.) กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ได้ข้อยุติว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็ต้องเร่งดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย เพราะเรื่องนี้คาราคาซังมานานแล้ว

พีซทีวีบุก กสท.ค้านสั่งจอดำ

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมแกนนำกลุ่ม นปช. ผู้บริหารและผู้ประกาศ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องพีซ ทีวี ร่วมประชุมหารือหาทางออกกรณีถูกสั่งปิด โดยมีมติให้ส่งตัวแทนแค่ 4 คน ไปยื่นหนังสือต่อ กสท.เพื่อให้ทบทวนคำสั่งดังกล่าว และได้เตรียมคำร้อง เพื่อยื่นต่อศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราว เป็นดาบต่อไป

“ตู่” ฟ้องดะแพ่ง–อาญา 4 กสทช.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวตอนหนึ่งในรายการมองไกล ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องพีซทีวี ของกลุ่ม นปช. ว่าแม้แต่กรรมการ กสทช.เสียงข้างน้อยอย่าง น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ยังชี้ว่าเร่งรีบเกินไป เพราะยังถอดเทปไม่ครบ ก็มาตัดสินแล้ว ไม่ได้ผ่านขั้นตอนอนุกรรมการ เหตุนี้ตนจึงเตรียมจะฟ้องกรรมการ กสทช. 4 ราย ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตาม ม.157 และข้อหาหมิ่นประมาท ทั้งอาญาและทางแพ่งจะสู้ทุกหนทางตามกระบวนการของกฎหมาย การเป็นเด็กดีมันลำบาก แต่มนุษย์เราก็ไม่ควรถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี เมื่อต้องการให้ตนลุกขึ้นมาต่อสู้ก็จะสู้ไม่มีปัญหา ที่ผ่านมาเลี่ยงแล้ว ไม่ว่าคดีอาญาแพ่ง คดีในศาลปกครอง การทำหนังสือร้องเรียนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สุดท้ายเมื่อหาที่พึ่งไม่ได้ก็จะไปถวายฎีกากับเบื้องสูง

กสทช.แจงเตือนแล้ว 4 ครั้งไม่ฟัง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากรับหนังสือช่องรายการ PEACE TV แล้ว ก็จะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. เพื่อบรรจุเป็นวาระการพิจารณาในที่ประชุมบอร์ด กสทช.ต่อไป ในส่วนของช่องรายการพีซทีวี เมื่อได้รับคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดาวเทียมจากสำนักงาน กสทช. ก็ต้องยุติออกอากาศทันที

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. กล่าวว่า การสั่งเพิกถอนใบอนุญาตพีซทีวี ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งคณะอนุกรรมการเนื้อหาได้เรียกมาทำความเข้าใจถึง 4 ครั้ง แต่ก็ยังกระทำความผิดอีก จนนำไปสู่การพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 7 วัน คือ วันที่ 10-17 เม.ย.58 ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 18 เม.ย.58 เมื่อกลับมาออกอากาศอีกครั้ง ก็จะยังกระทำความผิดซ้ำอีก เกี่ยวกับการออกอากาศที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองอีก ทางบอร์ด กสท.จึงจำเป็นต้องมีมติเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว

สนช.ยื่น 17 คำถามเค้น “บุญทรง”

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงผลการประชุมวิป สนช.ว่า ได้หารือถึงการประชุม สนช.ในวันที่ 30 เม.ย. ที่จะพิจารณาการถอดถอนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กรณีการทุจริตการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งจะพิจารณาประเด็นการซักถามคู่กรณีคือ ป.ป.ช.และผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน ขณะนี้มีสมาชิก สนช.ยื่นญัตติประเด็นซักถามคู่กรณีมาให้วิป สนช. 19 คำถาม เป็นคำถามฝ่าย ป.ป.ช. 2 คำถาม และคำถามต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน 17 คำถาม จากนั้นในวันที่ 7 พ.ค. จะแถลงปิดคดีและลงมติในวันที่ 8 พ.ค.

นายกฯอุบตั้งทหาร ปธ.บอร์ดหวย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการใช้มาตรา 44 แต่งตั้งประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ด) คนใหม่ว่า มีหลายร้อยคนกำลังคัดเลือกอยู่ และไม่เคยเลือกใครเพียงชื่อเดียว ตอนนี้มีหลายชื่อต้องดูรายละเอียดทั้งหมด ไม่ใช่เอาแต่พวกตนต้องเลือกคนทำงาน เมื่อถามว่า มีชื่อของ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานบอร์ดคนใหม่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็มีชื่อทั้งพลตรี พลโท พลเอก ผมก็เตรียมเอาไว้ แล้วชื่อเขาเป็นอย่างไรน่ารังเกียจหรืออย่างไร ถ้าไม่น่ารังเกียจก็จบ ใครก็ได้”

ต่อข้อถามว่า จำเป็นให้ทหารเข้ามาเป็นประธานบอร์ดสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ถ้าพลเรือนทำได้ตนก็เอาพลเรือน ถ้าไม่ได้ก็ต้องเป็นทหารเท่านั้นเอง ซึ่งตั้งใจว่างวดเดือน มิ.ย.นี้จะลองทำให้ได้ก่อน ถ้าไม่ได้ต้องมีเปลี่ยนแปลง ใครโกงใครทุจริตก็ติดคุก

ปลด ผอ.สำนัก บห.แรงงานต่างด้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 เม.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9/2558 เรื่องการให้ข้าราชการสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 70/2557 ซึ่งเคยให้นายพิชิต นิลทองคํา จัดหางาน จ.ชลบุรี มาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสํานักบริหารแรงงานต่างด้าว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.57 นั้น และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวมีประสิทธิภาพ หัวหน้า คสช.อาศัยอํานาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มีคําสั่งให้นายพิชิตสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สํานักบริหารแรงงานต่างด้าวตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.58 เป็นต้นไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้