วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คาด'เนปาล'ตาย ทะลุหมื่น ประสบภัย8ล้าน

นายกเผย-ล่าสุดกว่า5พันศพซี130ขนทหารไทยไปถึงแล้ว‘ศพน้องอีฟ’พ่อให้กลับไทย

เนปาลยังทุกข์ระทมแสนสาหัส ผู้นำชาติเผยยอดเหยื่อธรณีพิโรธ อาจทะลุถึง 10,000 ศพ ขณะที่การค้นหาต้องเผชิญอุปสรรคนานัปการ จนชาวบ้านต้องใช้มือช่วยขุดหาศพคนตาย นายกฯชมกระทรวงการต่างประเทศช่วยคนไทยพ้นนรกดินไหวตามแผน กองทัพไทยส่งกำลังพลชุดแรกพร้อมยุทโธปกรณ์กับเครื่องอุปโภค บริโภคไปช่วยเนปาลแล้ว รวมถึงแพทย์กระทรวงสาธารณสุขไปเช่นกัน เอกอัครราชทูตเนปาลซึ้งใจคนไทยช่วยทั้งเงินทั้งของ ขณะที่ทุกหน่วยงานรัฐระดมจัดหาเงินบริจาคเต็มที่ พ่อน้องอีฟเปลี่ยนใจนำศพลูกมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ไทย ส่วนอัฐิแยกเก็บ 2 ประเทศ ส่วนแม่ผู้สูญเสียลูกสาวยังทำใจไม่ได้ มหาดไทยชวนร่วมบริจาคของเน้นเป็นประโยชน์ เหมาะสมและสะดวก วอนประชาชนอย่าตระหนกแผ่นดินไหว ด้านเชียงใหม่ระวัง 10 รอยเลื่อน

ชาวเนปาลยังตกอยู่ในภาวะทุกข์ยากลำเค็ญแสนสาหัส จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 7.8 แมกนิจูด ที่ส่งผลความเสียหายอย่างเหลือคณานับให้แก่โบราณสถานสำคัญต่างๆ หลายแห่ง รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนที่พังราบเป็นหน้ากลองในหลายพื้นที่ ผู้คนมากมายไร้ที่นอน ขาดแคลนอาหาร เด็กๆกว่า 1 ล้านคนต้องอดอยากหิวโหยไร้ที่อยู่อาศัย โดยยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้พุ่งเกิน 5 พันศพและคาดว่าจะถึง 1 หมื่นศพ ขณะที่การช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนหรือสถานที่ต่างๆ เป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากมีอุปสรรคนานัปการไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือและเส้นทางการเข้าถึงพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากเหตุแผ่นดินไหว ทั้งยังมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดต่อเนื่องเป็นระยะๆ

ผู้นำเนปาลระบุอาจตายถึงหมื่นศพ

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุโศกนาฏกรรมสะเทือนใจชาวโลก ที่จนถึงวันนี้ (28 เม.ย.) เป็นวันที่ 4 แล้ว ที่แผ่นดินเนปาลยังทุกข์ระทมกับภัย พิบัติร้ายแรงในรอบ 80 ปี ว่า ปฏิบัติการค้นหาและแจกจ่ายความช่วยเหลือผู้ประสบภัยยังเป็นไปอย่างล่าช้า แม้ความช่วยเหลือจากนานาชาติเริ่มทยอยเดินทางถึงเนปาลแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตตามรายงานของกระทรวงมหาดไทยเนปาล อยู่ที่ 4,349 คน บาดเจ็บเกือบ 8,000 คน ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ในเนปาล นอกนั้นอยู่ที่อินเดีย ธิเบต และบังกลาเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วย ขณะที่นายกรัฐมนตรีสุชิล คอยราลา ของเนปาล ระบุว่าผู้เสียชีวิตอาจทะลุถึง 10,000 คน เพราะข้อมูลจากหมู่บ้านห่างไกล ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวยังมาไม่ถึงมือเจ้าหน้าที่ รัฐบาลกำลังทำอย่างสุดความสามารถทั้งภารกิจการค้นหาและบรรเทาทุกข์ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาท้าทายและยุ่งยากมากสำหรับเนปาลและไม่ต่างจากการเตรียมการทำสงครามเลยทีเดียว

ชาวบ้านช่วยค้นหาตามมีตามเกิด

ข่าวแจ้งด้วยว่าแม้ผู้นำประเทศเนปาลจะออกมายืนยันว่าได้ทำสุดความสามารถ เพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งยังมีผู้รอดชีวิตได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากใต้ซากอาคารบ้านเรือนอย่างต่อเนื่อง แต่ชาวบ้านยังไม่พอใจและเห็นว่าทางการรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหวล่าช้า หลายคนเลือกที่จะขุดค้นหาบุคคลผู้เป็นที่รักที่จมอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ที่อาจรอความหวังได้รับการช่วยชีวิตอยู่ด้วยมือเปล่าและเครื่องมือง่ายๆตามที่หาได้ ขณะที่ชาวบ้านอีกหลายคนช่วยกันค้นหาญาติที่อาจรอดชีวิตใต้ซากหอคอยเก่าแก่ยุคศตวรรษที่ 19 “ธาราฮารา” ที่ถล่มพังลงมาจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว

เผยยอดผู้ประสบภัยกว่า 8 ล้านคน

ส่วนผู้คนจำนวนมากทั้งในกรุงกาฐมาณฑุและพื้นที่อื่นๆ ยังต้องนอนค้างคืนในที่โล่งแจ้งรวมทั้งตามสวนสาธารณะและถนน เพราะหวาดผวากับอาฟเตอร์ช็อกและบ้านเรือนเสียหายอยู่อาศัยไม่ได้ โดยอาฟเตอร์ช็อกครั้งล่าสุดขนาด 4.7 แมกนิจูด เกิดเมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 28 เม.ย. ด้านนักธรณีวิทยาเตือนว่าจะมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นต่อเนื่องอีกประมาณ 1 เดือน ด้านรายงานของสำนักงานประสานงานเพื่อผู้อยู่อาศัยของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยถึงตัวเลขประเมินเบื้องต้นของผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวว่ามีประมาณ 8 ล้านคน กระจายอยู่ใน 39 อำเภอ ในจำนวนนี้มีกว่า 2 ล้านคน อยู่ใน 11 อำเภอที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ช่วยคนลงจากยอดเอเวอเรสต์ได้แล้ว

ข่าวระบุด้วยว่าในกลุ่มผู้ตกค้างบนหุบเขาเอเวอเรสต์มากกว่า 200 คน ได้รับการอพยพลงมาพื้นล่างทั้งหมดแล้ว เช่นเดียวกับเหล่าผู้เสียชีวิตในเหตุหิมะถล่ม จากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว ด้านสถานการณ์ในภูมิภาคห่างไกล ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวยังวิกฤติ โดยแพทย์หญิงรีเบคกา แม็คอาเทียร์ แพทย์ชาวอเมริกัน 1 ในกลุ่มคนแรกๆ ที่เดินทางเข้าถึงอำเภอกอร์คา ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวเผยว่า บ้านเรือนผู้คนพังราบคาบกว่า 90% ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยว่า หมู่บ้านหลายแห่งที่อยู่รอบศูนย์กลางแผ่นดินไหวยังเข้าถึงยากเพราะถนนหนทางถูกตัดขาดจากเหตุดินถล่มลงมากีดขวาง อีกทั้งสภาพอากาศเลวร้าย ก็เป็นอุปสรรคในการส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าพื้นที่ด้วย

นานาชาติยังระดมช่วยทุกทิศทาง

ส่วนของความช่วยเหลือจากนานาชาติ ที่มีทั้งส่งเงินและอาสาสมัครมาช่วยเหลือเนปาล โฆษกกองทัพเนปาลแถลงว่า ทีมแพทย์และกู้ภัยจากอย่างน้อย 12 ประเทศ กำลังช่วยทหารและตำรวจเนปาลที่ถูกระดมมาเกือบทั้งกรมกอง ปฏิบัติหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือในกรุงกาฐมาณฑุและพื้นที่โดยรอบ การช่วยเหลือมาจากประเทศใหญ่ๆ เช่น อินเดียและจีน แต่ก็มีภูฏาน ประเทศเพื่อนบ้านเล็กๆ ส่งทีมแพทย์มาช่วยด้วย ขณะที่ทีมแพทย์และกู้ภัยจากรัสเซีย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์และสิงคโปร์ ทั้งเดินทางมาถึงแล้วและกำลังทยอยเดินทางมาสมทบ

เฟซบุ๊ก–กูเกิล ช่วยกาชาดสากลค้นหา

ขณะเดียวกัน แวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็เข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหวด้วย เมื่อสื่อสังคมออนไลน์ “เฟซบุ๊ก” และเว็บสืบค้นข้อมูล “กูเกิล” ได้ร่วมกับคณะกรรมการกาชาดสากล (ไอ–ซีอาร์ซี) เปิดหน้าเพจตามค้นหาผู้สูญหายและให้ผู้ใช้ได้ติดต่อแจ้งข่าวญาติๆ รวมทั้งเป็นช่องทางบริจาคช่วยเหลือ ด้านบริษัทจัดหาภาพถ่าย “ดิจิตอลโกลบ” ในสหรัฐฯ เปิดให้คนช่วยตรวจสอบ ภาพถ่ายดาวเทียมคมชัดสูงของพื้นที่กว่า 14,000 ตารางกิโลเมตรทั่วเนปาล รวมทั้งภาพความเสียหายของอาคารและถนนหนทาง เพื่อช่วยทีมกู้ภัยที่ทำงานในพื้นที่ซึ่งก็มีคนอาสาช่วยดูกว่า 4,500 คน

ระดมเงินบริจาคเบื้องต้นได้ 127 ล้าน

ในส่วนประเทศไทยนั้นเมื่อเวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เกาะลังกาวี สหพันธรัฐมาเลเซีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ระหว่างเข้าร่วมการประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 26 ว่า เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุ เร่งให้ความช่วยเหลือคนไทย ขณะนี้มีคนไทยในเนปาลเข้ามาอยู่อาศัยที่สถานเอกอัครราชทูตไทยแล้ว 40 คน นักศึกษาและนักท่องเที่ยวไทยในเนปาลปลอดภัยแล้วต้องขอชมกระทรวงการต่างประเทศที่จัดการได้ตามแผนช่วยเหลือ เบื้องต้น ทุกประเทศได้จัดส่งเงินช่วยเหลือประเทศละ 2 แสนดอลลาร์ ไทยจัดส่งทีมแพทย์ อาหารเครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของจำเป็นไปช่วยเหลือแล้ว โดยกองทัพอากาศได้นำเครื่องบินซี 130 นำแพทย์ 7 คนไปช่วยจัดตั้งโรงพยาบาลสนามและศูนย์ประสานงานทางด้านการแพทย์ หลังจากนี้ประเทศไทยจะเตรียมส่งเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือในการพิสูจน์เอกลักษณ์ของผู้เสียชีวิตด้วย ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนเปิดรับการบริจาค จากประชาชนในทุกช่องทาง ขณะนี้ยอดการบริจาคอยู่ที่ 127 ล้านบาท

ยอดเงินช่วยผ่านรายการ 56 ล้าน

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวประเทศเนปาลว่า ตามที่ได้มีการจัดรายการรับบริจาคผ่านสถานีวิทยุและโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ได้ยอดเงินประมาณ 56 ล้านบาทเศษ ขณะที่สิ่งของต่างๆหากประชาชนจะบริจาค ประสานงานได้โดยตรงผ่านกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ. ) รวมถึงส่วนราชการอื่นๆ ก็พร้อมรับสิ่งของบริจาคด้วย กระทรวงกลาโหมส่งกำลังพลไปช่วยเหลือ 67 นาย กองทัพบกได้จัดชุดแพทย์และเครื่องทำน้ำดื่ม ผลิตน้ำได้ 6,000 ลิตรต่อวัน ได้สั่งการให้เตรียมชุดค้นหาและกู้ภัย รวมถึงชุดสุนัขดมกลิ่น กระทรวงสาธารณสุข พร้อมเดินทางไป ก็จะได้ไปช่วยเหลือร่วมกัน โดยในวันที่ 29 เม.ย.จะมีการลำเลียงเครื่องบิน C-130 นำเจ้าหน้าที่ และสิ่งของ นำไปช่วยเหลือต่อไป

ส่งทหารไปเนปาลชุดแรก

ส่วนที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง เช้าวันเดียวกัน พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด มอบหมายให้ พล.ร.อ.ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ รอง ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีส่งกำลังพลทหารคณะช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล จำนวน 67 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ มอบหมายให้กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพไทยดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ เบื้องต้นชุดคณะช่วยเหลือดังกล่าวจะปฏิบัติงานเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.-4 พ.ค.58 หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะสั่งการอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป นอกจากนี้ในการเดินทางไปเนปาลของกำลังพลทหารครั้งนี้ กองทัพไทยยังได้มอบเหรียญพระครูสังฆวิชัย (หลวงพ่อแช่ม) พร้อมผ้ายันต์ให้แก่กำลังพลที่ไปปฏิบัติหน้าที่ทุกคน เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและความเป็นสิริมงคลด้วย ซึ่งในการนี้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผช.ผบ.ทบ. ได้ไปร่วมส่งกำลังพลครั้งนี้ด้วย

ใช้งบ 100 ล้านบาทหนุนปฏิบัติภารกิจ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในช่วงต้นการประชุม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้สั่งการเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาล โดย ครม.ยังได้อนุมัติงบประมาณ 100 ล้านบาท ใช้ในการปฏิบัติภารกิจทุกส่วนของการช่วยเหลือ กำชับให้ทุกส่วนราชการได้ติดตามการช่วยเหลือเพิ่มเติม ตามที่เนปาลร้องขอมา โดยเฉพาะการฟื้นฟูบูรณะต่างๆ ในฐานะที่ไทยเคยมีประสบการณ์ด้านการบรรเทาภัยพิบัติขนาดใหญ่มาแล้ว และ พล.อ.ประวิตรยังได้กล่าวขอบคุณส่วนราชการ คนไทยทุกคน ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจากรายการ “หัวใจไทยส่งไปเนปาล” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เม.ย. มียอดบริจาคผ่านรายการรวมเบ็ดเสร็จทั้งสิ้น 56 ล้านบาทเศษ ส่วนการรับบริจาคเงินของรัฐบาลนั้น ได้เปิดบัญชี “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” ธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล ของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หมายเลขบัญชี 067-0-10330-6 เท่านั้น เพื่อป้องกันการหลอกลวงของผู้ไม่ประสงค์ดี

สปช.หักเงินเดือนคนละ 2 พันช่วย

ตอนสาย ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มี น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช.คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้ขอความเห็นเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ที่ผ่านมา ประธาน สปช.ได้สั่งการให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการ สปช.รับแจ้งการบริจาคสิ่งของของสมาชิก สปช.ที่ศูนย์รับฟังความคิดเห็น สปช. ซึ่งสิ่งของจะมอบผ่านสภากาชาดไทย ขณะที่ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยให้ร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือ ด้วยการหักเงินจากบัญชีค่าตอบแทนของ สปช. จำนวน 2,000 บาท ส่วนคนใดจะบริจาคเพิ่มสามารถทำได้ โดยเงินทั้งหมดจะมอบผ่านรายการที่รัฐบาลจัดขึ้น เพื่อส่งมอบให้ประเทศเนปาลต่อไป

สนช.ตั้งโต๊ะรับช่วยผู้ประสบภัย

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.มีดำริถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยดินไหวที่เนปาล ซึ่งสมาชิกหลายคนแสดงความเห็น และห่วงใยชาวเนปาล จึงมีความเห็นตรงกันว่า จะเปิดให้สมาชิก สนช.บริจาคเงินตามศรัทธาเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว โดยในวันที่ 30 เม.ย.จะตั้งโต๊ะรับบริจาคที่บริเวณหน้าห้องประชุมรัฐสภา 1 และยังร่วมบริจาคเงินได้ที่กลุ่มงานการเงิน สำนักการคลัง ชั้น 1 อาคาร 2 หรือโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธ.กรุงไทย สาขารัฐสภา ชื่อบัญชี “สภานิติบัญญัติแห่งชาติช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล 2558” เลขที่บัญชี 089-0-16216-6 โดยขณะนี้นายพรเพชรได้ร่วมบริจาคแล้วเป็นเงิน 10,000 บาท

ขอบริจาคเต็นท์–เสื้อกันหนาว

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาลว่า ที่ประชุม ครม.ได้หารือถึงการให้ความช่วยเหลือ โดยกระทรวงมหาดไทยมีแนวคิดว่าจะช่วยเหลือสิ่งของจำพวกเต็นท์ เครื่องกันหนาว อาหารพร้อมทาน ส่วนที่ประเทศเนปาลขอความช่วยเหลือเป็นเงินบริจาคและจิตอาสามากกว่านั้น รัฐบาลต้องนำมาพิจารณา กระทรวงการต่างประเทศคงจะประเมินเรื่องนี้เสนอรัฐบาล เมื่อถามถึงมีการทำบัญชีแอบอ้าง จากกลุ่มมิจฉาชีพเพื่อรับบริจาค พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่น่าจะมี และมีศูนย์ดำรงธรรมเป็นจุดศูนย์รวมในแต่ละพื้นที่ ได้กำชับศูนย์ดำรงธรรมเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียความตั้งใจในการบริจาค ส่วนข้อกังวลจากบางฝ่ายว่าประเทศไทย อาจอยู่ในพื้นที่ที่จะเกิดแผ่นดินไหวก็เชื่อไม่น่ามีผล แต่รัฐบาลก็ต้องมีความพร้อมและมีแผนป้องกันในระยะยาว ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก วันที่ 29 เม.ย. จะประชุมของกระทรวงมหาดไทย โดยจะย้ำเรื่องการเฝ้าระวังด้วย

ไทยมอบเงินช่วยเบื้องต้น 6 ล้านบาท

วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนรชิต สิงหเสนี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนมอบเงินบริจาคเบื้องต้นของรัฐบาลไทย จำนวน 2 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6 ล้านบาท ให้กับรัฐบาลเนปาล ผ่านทางนายขคนาถ อธิการี เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย โดยเอกอัครราชทูตเนปาล ได้ขอบคุณทางการไทยและประชาชนไทย ที่แสดงความประสงค์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเนปาลเป็นจำนวนมากและรวดเร็ว โดยทราบว่ามีผู้มอบทั้งเงิน สิ่งของ และอาสาไปให้ความช่วยเหลือที่เนปาล จึงรู้สึกซาบซึ้งและเป็นเกียรติต่อมิตรภาพที่ชาวไทยมอบให้

เผยต้องการของใช้พื้นฐาน

เอกอัครราชทูตเนปาล กล่าวว่าสำหรับสิ่งของจำเป็นเร่งด่วน ที่รัฐบาลเนปาลต้องการขณะนี้ คือ ของใช้พื้นฐาน ได้แก่ เต็นท์ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ผ้าห่ม เวชภัณฑ์ และน้ำดื่มโดยหากมีผู้ประสงค์บริจาคเงินเพิ่มเติมให้กับสถานทูตฯ เดินทางมามอบให้ได้โดยตรงที่สถานทูตฯ หรือโอนเงินผ่านบัญชี กระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 9313500234 ชื่อบัญชี Nepal Earthquake Relief Fund และบัญชีกระแสรายวัน ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 0713017184 ชื่อบัญชี Nepal Earthquake Relief Fund สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.nepalembassybangkok.com หรือเฟซบุ๊กของสถานทูต “The Embassy of Nepal in Bangkok

นักท่องเที่ยว–นศ.รอกลับบ้าน

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลง ขณะนี้คนไทยที่พำนักในสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเนปาล จำนวน 45 คน ทุกคนปกติสุขดี มีผู้แจ้งความจำนงกลับไทยแล้ว 30-40 คน ส่วนนักศึกษาแพทย์ 6 รายอยู่ที่โพคารา สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเนปาล กำลังประสานให้เดินทางมายังกาฐมาณฑุ แต่เนื่องจากขณะนี้เนปาลระงับสายการบิน จึงมีการประสานเส้นทางโดยรถยนต์ และตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศนั้น สิ่งของที่บริจาค ควรเป็นของที่ยังไม่เคยใช้งาน ถ้าเป็นอาหารแห้ง หลีกเลี่ยงส่วนผสมของเนื้อวัวเนื่องจากชาวเนปาลส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู

พ่อน้องอีฟเปลี่ยนใจจัดงานศพลูกในไทย

ด้านครอบครัวของ น.ส.มารีสา อีฟ จีระวงศ์ไกรสร ผู้ช่วยแพทย์สาวไทยที่เสียชีวิตจากภูเขาหิมะถล่มเสียชีวิต ตอนสายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายอาคม จีระวงศ์ไกรสร บิดาของน้องอีฟ-น.ส.มารีสา ว่า ครอบครัวได้ปรึกษากันแล้วคิดว่าจะขอนำศพบุตรสาวกลับมาจัดพิธีศพในประเทศไทย เนื่องจากนางวีรุดา มารดา ยังอยู่ในอาการเศร้าโศกและไม่สะดวกที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ อีกทั้งญาติๆ อยากให้นำศพมาทำพิธีที่ประเทศไทย ตนเห็นว่าอีฟ เคยตั้งใจไว้ว่าจะกลับมาอยู่เมืองไทย เพื่อดูแลบิดามารดาและทำประโยชน์ช่วยเหลือคนไทย จึงตัดสินใจที่จะนำศพอีฟกลับมาเมืองไทย โดยได้แจ้งไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศเนปาลแล้วว่า จะให้สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเนปาล ช่วยดำเนินการจัดนำศพอีฟกลับมาประเทศไทยและจะแจ้งให้กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล ช่วยประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเนปาล ดำเนินการแทนตนนำศพน้องอีฟกลับประเทศไทย

แยกอัฐิ 2 ส่วนเก็บไทย-สหรัฐฯ

นายอาคมเปิดเผยอีกว่า ครอบครัวนับถือศาสนาคริสต์ แต่ก็ได้ให้ญาติช่วยกันติดต่อว่า เมื่อทำพิธีทางศาสนาคริสต์แล้ว ตั้งใจจะฌาปนกิจ จากนั้นแยกอัฐิอีฟเป็น 2 ส่วน เก็บไว้ที่ประเทศไทย 1 ส่วน เนื่องจากอีฟตั้งใจจะกลับมาใช้ชีวิตกับบิดามารดาที่ประเทศไทย เมื่อไม่มีโอกาสมาอยู่ยังมีชีวิต ก็ขอนำอัฐิเก็บไว้ที่ประเทศไทยแทน อีก 1 ส่วนนำกลับไปฝังที่ประเทศสหรัฐฯสถานที่เกิด เวลาที่ตนและภรรยากลับไปสหรัฐฯ จะได้ไปหาอีฟด้วย เนื่องจากตน และภรรยาแบ่งเวลาไปๆมาๆ ระหว่างประเทศไทยและประเทศสหรัฐฯ 3 เดือนครั้ง นายอาคมเผยด้วยว่า ชีวิตตนรอดตายมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกช่วงคนร้ายลอบวางระเบิดที่ตึกเวิลด์เทรด ขณะนั้นทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทซีพี สำนักงานนิวยอร์ก ตอนระเบิดก็อยู่ในตึก แต่ไม่เป็นอันตราย ครั้งที่สองตอนกลับประเทศไทยก่อนที่คนร้ายจะขับเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดถล่ม คิดว่าบั้นปลายจะอยู่กับลูกๆ แต่ไม่คิดว่าอีฟจะจากไปก่อน ขอขอบคุณกำลังใจที่ทุกคนมอบให้

แม่ยังทำใจไม่ได้ลูกจากกะทันหัน

ส่วนนางวีรุดา จีรวงศ์ มารดาของอีฟ ผู้สื่อข่าวรายงานว่ายังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์หรือพูดคุยกับบุคคลภายนอก แต่นางวีรุดาได้ติดตามข้อความต่างๆที่ชาวไทยในสหรัฐฯโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กของศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก โดยมีข้อความแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนายอาคมและนางวีรุดา พร้อมทั้งอธิษฐานจิตให้อีฟเป็นเด็กน่ารักและเป็นนางฟ้าของทุกๆคน ขอให้หลับสบายไปสู่สรวงสวรรค์ พร้อมกันนี้นางสุจิตรา ปาลีวงศ์ ประธานศูนย์วัฒนธรรมแห่งรัฐนิวยอร์ก ได้โพสต์แจ้งทุกคนว่า ชาวไทยในนิวยอร์กจะทำบุญให้กับอีฟ วันที่ 2 พ.ค.นี้ ที่วัดพุทธไทยถาวร นครนิวยอร์ก เลี้ยงพระเพลและมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพช่วงบ่าย ขณะที่นางวีรุดาได้โพสต์ข้อความตอบว่า “ขอบคุณทุกคนที่รู้จักและไม่รู้จัก แม่เสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียน้องเขาไป เขาคงไม่รักแม่ถึงทำแบบนี้”

รองปลัด สธ.นำทีมไปช่วยเนปาล

อีกด้านในส่วนการเดินทางไปช่วยเหลือชาวเนปาล ของทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุขนั้น วันเดียวกัน นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ นพ.ไพโรจน์ เครือกาญจนา ผู้ช่วย ผอ.รพ.ราชวิถี เดินทางไปกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ทีจี 319 นพ.สุริยะกล่าวว่า เบื้องต้นได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติภารกิจ 2 วันแต่จะมากกว่านั้นหรือไม่อยู่ที่สถานการณ์ ก่อนรายงานกลับมาที่กระทรวง การเดินทางล่วงหน้าไปเพื่อประสานกับสถานทูตไทยในเนปาลและสหประชาชาติ รวมถึงสาธารณสุขของประเทศเนปาลว่ามีความต้องการให้ทีมแพทย์ช่วยเหลือลักษณะใดบ้าง เพราะยังมีอีกหลายเมืองที่ประสบภัย รวมถึงหาสถานที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม

4 ทีมแพทย์-เวชภัณฑ์พร้อม

รองปลัด สธ.กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ทีมแพทย์และเวชภัณฑ์พร้อมแล้ว มีทีมแพทย์ 4 ทีม ทีมละ 16-17 คน เป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ส่วนใหญ่อุบัติภัยที่เกิดขึ้นในไทยก็เป็นที่ฝึกฝนทีมแพทย์เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งน้ำท่วมใหญ่ สึนามิ และโคลนถล่ม โดยทีมแพทย์ที่จะเดินทางเข้าช่วยเหลือจะอยู่ 14 วันหมุนกันไป รวมถึงยังมีทีมแพทย์จากกองทัพไทยและทีมแพทย์จากญี่ปุ่นที่จะเดินทางเข้าไปให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้ทีมที่ไปจะต้องดูแลตัวเองได้ จึงเตรียมอุปกรณ์ภาคสนาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบสื่อสาร เครื่องปั่นไฟ รวมทั้งอาหารน้ำดื่มไปเอง สำหรับการทำงานของทีมแพทย์ จะทำงานเหมือนในห้องฉุกเฉิน ที่สามารถช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหลักของเนปาลเพื่อรักษาต่อไป

แห่บริจาคที่ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ

ขณะที่ศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ ที่ศูนย์ดำรงธรรมในแต่ละจังหวัด ได้เปิดเป็นศูนย์รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล มีข้าราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคม ชมรม มูลนิธิ บริษัท ห้างร้าน พ่อค้าแม่ค้าและประชาชน นำข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องนุ่งห่ม น้ำดื่ม อาหารสำเร็จรูป และเงินสด เดินทางมาบริจาคจำนวนมาก นอกจากนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาบางจังหวัดยังเปิดศูนย์รับบริจาคตามวัดต่างๆ อาทิ จ.พิษณุโลก ที่วัดราชบูรณะ จ.นครศรีธรรมราช ที่โรงเรียนปริยัติธรรมฯ ภายในวัดสระเรียง เพื่อรวบรวมน้ำใจของเหล่าพุทธศาสนิกชนในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับความเดือดร้อน

เชียงใหม่ระวัง 10 รอยเลื่อน

นายธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เผยว่า หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาลทำให้รอยเลื่อนเปลือกโลกขยับหลายแห่ง โดยพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่ 10 รอย ปีที่แล้วเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 แมกนิจูด เมื่อวันที่ 5 พ.ค.57 เกิดจากรอยเลื่อนพะเยา จุดศูนย์กลางอยู่ที่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย แต่อาฟเตอร์ช็อกของแผ่นดินไหวที่เนปาลมากกว่าที่ อ.แม่ลาว ขณะนี้ต้องเฝ้าระวังรอยเลื่อนทั้งหมด เพราะหากรอยเลื่อนไหนขยับทุกรอยจะขยับตามไปหมด การเกิดแผ่นดินไหวไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ จึงได้แต่เฝ้าระวังอย่างเดียว กรมอุตุนิยมวิยาภาคเหนือมีเครื่องมือตรวจวัดการเกิดแผ่นดินไหวหลายจุด เพื่อเฝ้าระวังมาโดยตลอด ด้านนายพุทธิพงษ์ ศิริมาศ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เพื่อความไม่ประมาทจะมีการซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวเพื่อให้ประชาชนป้องกันตัวเองได้เพราะ จ.เชียงใหม่ มีตึกและอาคารสูงจำนวนมาก

ช่างปูนปั้นเมืองเพชรปลอดภัย

นายทองร่วง เอมโอษฐ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ศิลปะปูนปั้น) เผยว่า รู้สึกเป็นห่วงนายสำรวย เอมโอษฐ์ ช่างปูนปั้นเมืองเพชรบุรี น้องชาย พร้อมคณะรวม 7 คน ที่เดินทางไปทำงานปูนปั้นประดับพระอุโบสถวัดกีรติวิหาร เมืองกิติภูร ประเทศเนปาล ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงกาฐมาณฑุที่เกิดแผ่นดินไหว ทราบว่าทั้งหมดปลอดภัย มีเพียงบางคนที่ขาแพลงเนื่องจากกระโดดลงจากนั่งร้านขณะเกิดแผ่นดินไหว แต่ความเป็นอยู่ลำบาก ต้องออกมานอนในสนามหรือที่โล่ง ยังเดินทางกลับเมืองไทยไม่ได้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือด้วย นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้เหล่าพุทธศาสนิกชนให้ความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยด้วยเนื่องจากเนปาลถือเป็นพุทธภูมิแห่งหนึ่ง

เงินบริจาคลดหย่อนภาษีได้

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาล และมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว โดยมีการเปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อรวบรวมส่งไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้แก่ชาวเนปาลนั้น กรมสรรพากรขอชี้แจงว่า การบริจาคช่วยเหลือในกรณีดังกล่าว ผู้บริจาคสามารถนำเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาคไปหักเป็นค่าลดหย่อน หรือหักเป็นรายจ่ายในการเสียภาษีได้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่มีอยู่

เที่ยวบินลงเนปาลเข้าที่แล้ว

อีกด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เรื่องการส่งความช่วยเหลือไปยังประเทศเนปาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงมาก ได้รายงานการจัดกิจกรรมระดมทุนผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ได้เงิน 56 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้จัดส่งเจ้าหน้าที่และความช่วยเหลือจากกระทรวงต่างๆไปกับเครื่องบินซี 130 ของกองทัพอากาศ และจะมีการรับคนกลับมาด้วย ส่วนปัญหาการจราจรทางอากาศ ที่สนามบินตรีภูวัน เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่เที่ยวบินจากไทยไม่สามารถขึ้นลงได้นั้น สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าเข้าที่แล้ว ดังนั้น การช่วยเหลือต่างๆจะต้องรอให้เนปาลเป็นฝ่ายเรียกร้องมาก่อน การที่ไทยจะเข้าไปช่วยเหลือเรื่องการบริหารการบินมีข้อจำกัดเรื่องของภาษาในการสื่อสารภายใน ดังนั้น ถ้าเขาไม่เชิญก็อย่าไปยุ่ง แต่เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือ

“บินไทย” พร้อมขนส่งแพทย์–อาหาร

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของการบินไทยจะเป็นสายการบินหลัก ในการขนส่งความช่วยเหลือด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์และบุคลากรด้านการแพทย์ การกู้ภัยไปยังประเทศเนปาล ตลอดจนสนับสนุนภาครัฐ กองทัพ และสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือตามแผนของรัฐบาลไทย ตลอดจนการขนส่งสิ่งของที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย รวมทั้งมีการจัดอาหารกล่อง 200 กล่อง และน้ำดื่ม 500 ขวด จากครัวการบินไทยส่งไปกับเที่ยวบินของการบินไทยทุกวัน เพื่อช่วยเหลือคนไทยในสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุด้วย

นศ.เนปาลซึ้งใจคนไทย

นายคารุน ชัคยา อายุ 29 ปี ชาวเนปาล นักศึกษาปริญญาโทคณะเภสัชศาสตร์ 1 ใน 14 นักศึกษาชาวเนปาล ที่เดินทางมาศึกษาระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา เผยว่า หลังเกิดเหตุพยายามติดต่อกลับไปที่บ้านเกิด ในกรุงกาฐมาณฑุ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงส่งข้อความเข้ามือถือของน้องชาย วันรุ่งขึ้นได้รับข้อความตอบกลับว่าทั้งพ่อ แม่ และน้องชาย ทุกคนปลอดภัย แม่โทร.กลับมาหาและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทราบว่าบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย ส่วนคนละแวกใกล้เคียงส่วนใหญ่ปลอดภัย แต่ในพื้นที่เมืองหลวงยังมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกหลายแห่งได้รับความเสียหาย นอกจากจะเป็นการยากในการบูรณะฟื้นฟูแล้วยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเนปาล เนื่องจากรายได้หลักของประเทศคือการท่องเที่ยว ขณะนี้ความช่วยเหลือต่างๆจากนานาชาติแม้เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จึงขอขอบคุณมหาวิทยาลัยและประชาชนชาวไทยทุกคนที่กำลังระดมความช่วยเหลือชาวเนปาลอยู่ในขณะนี้

นักท่องเที่ยวไทยเผยนาทีระทึก

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 19.00 น. กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 30 คน เดินทางกลับจากประเทศเนปาล ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 3209 โดยเป็นกลุ่มที่ตกค้างอยู่ที่สนามบินตรี–ภูวัน กรุงกาฐมาณฑุ ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. นายศุภวัฒน์ แย้มประเสริฐ อายุ 30 ปี หนึ่งในนักท่องเที่ยว กล่าวว่า เดินทางไปเที่ยวและปีนเขากับพี่สาว ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. วันเกิดเหตุเดินท่องเที่ยวตามโบราณสถานในเมืองกาฐมาณฑุ จู่ๆ ก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ตอนนั้นตกใจมาก รีบพาพี่สาววิ่งไปอยู่กลางที่โล่งแจ้ง หลังเหตุการณ์สงบต้องดูแลตัวเองรวมกลุ่มอยู่กับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่อยู่รวมกันเป็นจุดๆ พอวันรุ่งขึ้นก็เดินทางไปที่สนามบินรอขึ้นเครื่องกลับไทย ตอนนั้นลำบากมาก เพราะไม่รู้ว่าจะได้ขึ้นเครื่องตอนไหน ไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแล อาหารที่สนามบินก็ไม่มี ต้องนอนทนหิวอยู่ 2 คืนถึงจะได้กลับเมืองไทย พอถึงเมืองไทยได้พบเพื่อนที่มารอรับที่สนามบินก็ดีใจมาก เพราะหลังเกิดเหตุติดต่อใครไม่ได้เลย

สลด..ตายกว่า 5 พันเจ็บกว่าหมื่น

เวลา 19.30 น. ตามเวลาในไทย สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า หน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ สังกัดกระทรวงมหาดไทยของเนปาล แถลงปรับยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเพิ่มเป็น 5,057 คน ส่วนผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 10,000 คน และยังมีรายงานเชื่อว่ามีคนสูญหายมากถึง 250 คนในเหตุดินและหิมะถล่มในหมู่บ้านชนบทห่างไกลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเขตเดินป่ายอดนิยมของนักท่องเที่ยว ทางเหนือกรุงกาฐมาณฑุ แต่ด้วยสภาพอากาศเลวร้ายและมีฝนตก ทำให้การค้นหาช่วยเหลือทำได้ไม่เต็มที่ ขณะเดียวกัน มีรายงานเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.8 แมกนิจูด ลึกใต้ดิน 71 กม. ในพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเอกวาดอร์ แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและความเสียหาย

นำศพน้องอีฟลงจากยอดเขาแล้ว

สำหรับศพของอีฟนั้น มีรายงานว่าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเนปาล ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ของประเทศเนปาล นำศพ น.ส.มาริสา หรือน้องอีฟจากจุดเกิดเหตุ คือเทือกเขาเอเวอเรสต์ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปส่งที่กรุงกาฐมาณฑุ โดยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเนปาล ได้จัดรถพยาบาลไปรับศพมาเก็บไว้ในห้องเย็นของสถานเอกอัครราชทูต เพื่อรอการส่งศพไปตามที่ญาติต้องการต่อไป

กต.ปัดข่าวคนไทยถูกสถานทูตทอดทิ้ง

ขณะเดียวกัน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข่าวที่มีการร้องเรียนจากคนไทยที่ประสบเหตุในเนปาลบางส่วน อ้างว่า ไม่ได้รับการดูแลจากสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ เท่าที่ควรว่าไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น อาจเป็นความเข้าใจผิดกัน เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยทุกคน มีภารกิจสำคัญที่ต้องดูแลคนไทยที่มีความทุกข์ยาก อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของไทยทุกฝ่าย ซึ่งไปทำหน้าที่ดูแลผู้ประสบภัยที่เนปาล ก็ให้การช่วยเหลือคนไทยถ้วนหน้า ตอนนี้มีคนไทยไปพักอยู่ในภายในพื้นที่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ จำนวนหลายสิบคน

เนปาลยังทุกข์ระทมแสนสาหัส ผู้นำชาติเผยยอดเหยื่อธรณีพิโรธ อาจทะลุถึง 10,000 ศพ ขณะที่การค้นหาต้องเผชิญอุปสรรคนานัปการ จนชาวบ้านต้องใช้มือช่วยขุดหาศพคนตาย นายกฯชมกระทรวงการต่างประเทศช่วยคนไทยพ้นนรกดินไหวตามแผน 29 เม.ย. 2558 00:30 29 เม.ย. 2558 02:27 ไทยรัฐ