วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ทฤษฎีหนังดัง กับการกลับมาอีกครั้งเพราะยังมีคนรอคอย...

คุณดูหนังเยอะมั้ยคะ ถ้าชอบหนังแนว Sci-fi จะเห็นว่าในปีที่ผ่านมา ภาพติดตาของตัวละครเอกในเรื่องที่ไม่ยอมตาย ก่อนจะตายหรือรู้ว่าจะตายก็อัพโหลด ”จิต” เข้าไปในคอมพิวเตอร์แม้ร่างกายสลาย แต่จิตนั้นไซร้คือตัวตนเราอยู่อมตะ

ถือว่า เป็น ”พลอตยอดนิยม” ที่มีให้เห็นในหนังดังหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น LUCY, TRANCENDENCE หรือแม้แต่เรื่องล่าสุดที่ซีดูคือ CHAPPIE

ซีเคยขบคิดไปว่า “เราคงไม่อยากเป็นอมตะ ถ้าคนที่เรารักไม่ได้อยู่บนโลกนี้กับเราแล้ว” ตามอารมณ์อินๆ ไปกับหนัง แต่กับคนที่มีความหวัง...ไม่ต่างจากหนังที่ย่อมจะ ”รักษาความรักที่เคยมี” ไว้ให้ดีที่สุด...

ผ่านมายังไม่ถึงสัปดาห์ดี แต่กระแสของความสนใจในประเด็นที่มีสองดอกเตอร์ชาวไทยเป็นข่าวใหญ่ให้ต่างชาติกล่าวขวัญถึง...เพราะทั้งสื่อใหญ่และสื่อออนไลน์ในไทยต่างพูดถึงกันทั้งสัปดาห์

ถ้าซีจะหยิบยกมาเขียนลง “คนดังนั่งเขียน” ในสัปดาห์เดียวกันนี้คงยังไม่ช้าไป เพราะวันนี้ซีได้นัดสัมภาษณ์กับสองดอกเตอร์ คุณพ่อคุณแม่ของ “น้องไอน์”
 
ประเด็นมีอยู่ว่า เผื่อว่าซีจะเก็บตกประเด็นที่สื่อยังไม่เคยถามถึง และแชร์ ”ความคิดล้ำหน้า” จากครอบครัวนี้ได้ ลึกๆ แล้วสารภาพว่า ตัวซีเองเป็นอีกคนหนึ่งที่ให้ความสนใจในศาสตร์ของ “เทคโนโลยี” ในประเภทที่สร้าง “ความหวัง” กับเราในแบบนี้อยู่บ้าง

ในใจซี มีเรื่องให้พูดคุยมากมายและนี่คือ 6 คำถาม...กับข่าว ”การแช่แข็งหนูน้อยเพื่อรอคอยการกลับมาอีกครั้ง” ต้องยอมรับว่า “ตั้งตารอคอยการสัมภาษณ์มาตลอดสัปดาห์เลยล่ะค่ะ นี่คือบทสนทนาระหว่างซีกับ คุณพ่อน้องไอน์ ดร.สหธรณ เนาวรัตน์พงษ์ พ่อน้องไอนส์

> ตอนนี้สภาวะจิตใจเป็นอย่างไรบ้างคะ ?

สภาวะทางด้านจิตใจก็คล้ายเดิมเพราะเพิ่งเสียลูกไป ยังวนอยู่กับความรู้สึกนี้ ต้องใช้เวลา...

> จะพูดไปแล้วก็เหมือนว่าไม่ได้สูญเสียไปโดยสิ้นเชิง?

การเสียไปอย่างนี้เราถือว่าเป็นการเสียไปโดยสิ้นเชิงแล้วครับ ส่วนเรื่องที่ว่าเค้าจะเดินทางไปสู่อนาคตแล้วเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากอีก จะเป็น 50 หรือ 100 ปี ซึ่งช่วงเวลานั้นไม่ใช่เวลาที่เราจะมีชีวิตอยู่

> อะไรที่เป็นตัวที่ทำให้ตัดสินใจในการใช้วิธีการแพทย์ที่น้อยคนมากที่ไทยจะเข้าใจ?

คือเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของความคิดทางวิทยาศาสตร์ที่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจของเด็กๆ บางคนในส่วนหนึ่ง แต่ก็มีอีกประเภทหนึ่งที่ต่อต้านกระบวนการนี้ จนกระทั่งเรามีอารมณ์ที่แบบว่า เราได้รักใครสักคนสุดหัวใจ แล้วคิดว่าวันหนึ่งเราจะไม่ได้เจอเค้าอีก เค้าต้องเดินทางไปสู่อนาคต  "เพราะชีวิตคือการมีโอกาส"

> อย่างนี้เรียกว่าเป็นการแช่งแข็งศพ หรือการเก็บรักษาสภาพที่ยังไม่ได้เสียชีวิต 100% เพื่อกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง?

คือการเสียชีวิตนี้ ร่างกายเราไม่สามารถคงสภาพการทำงานโดยปกติไว้ได้ หัวใจหยุดเต้นเซลล์ระบบก็ตายที่เราพูดกัน แต่ว่าช่วงเวลาหนึ่งหลังจากที่โดนประกาศว่าตายแล้วจริงๆ เซลล์ภายในร่างกายก็ยังคงมีชีวิตอยู่ เราจึงรีบคว้าเอาเซลล์หรือสิ่งที่ยังทำงานอยู่ไว้และรีบเก็บรักษา

> ช่วยอธิบายเทคโนโลยีที่เรียกว่าเป็นการแช่แข็งเซลล์?

โดยเทคโนโลยีนั้น ปกติเราก็มีใช้กันอยู่แล้ว โดยการเก็บรักษาสเปิร์มของพ่อพันธุ์ และร่วมถึงการเก็บตัวอ่อนในสเปิร์มไว้ เทคโนโลยีนี้ถูกไขออกมาโดยการเก็บรักษาเลือด อวัยวะและตัวอย่างอื่นๆ ที่ทีมแพทย์ใช้ในปัจจุบัน เพียงแต่การเก็บรักษาอันนี้มีความสลับซับซ้อนกว่ามาก เพราะว่า เราจำเป็นต้องรักษาเซลล์ที่อยู่ลึกเข้าไปสู่ระบบต่างๆ จึงมีการใช้ด้านวิทยาศาสตร์ที่สลับซับซ้อน การแลกเปลี่ยนของระบบร่างกายและอุณหภูมิในร่างกาย

> ตอนนี้ร่างกายของน้องอยู่ที่ไหนคะ ?

ร่างกายน้องตอนนี้ถูกเก็บรักษา -90 องศา เพื่อเตรียมส่งไป สหรัฐอเมริกา รัฐลุยเซียนา ซึ่งมีการทดลอง ทดสอบด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันเราทราบกันดีว่า จิตใจ บุคลิกภาพ ความจำเราถูกบรรจุในสมอง ทางวิทยาศาสตร์ก็เพียงพอแล้วที่จะเก็บรักษาต่อไป

จริงๆ แล้วมีอีกหลากหลายคำถาม ที่ในตอนแรกคิดว่า “จะเป็นการล่วงเกิน” หัวใจที่บอบบางของคนเป็นพ่อแม่มั้ยนะถ้าถามออกไป...

แต่ในครั้งนี้ มองเห็นความเข้มแข็งและสัมผัสได้ถึงความหวังน้อยๆ รอคอยความก้าวหน้าทางการแพทย์เพื่อจะได้เห็นการกลับมาอีกครั้งเพื่อมีโอกาสในการเติบโตและมีความสุข ทั้งๆ ที่ในหัวใจครอบครัวก็ได้ "ทำใจ" กับการ "จากไป" ในครั้งนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ซึ่งไม่ว่าคุณจะเชื่อแบบไหน แต่ซีเชื่อว่า "การตัดสินใจครั้งนี้ของคนเป็นพ่อที่มีความรักลูกสุดหัวใจ" ได้ผลักดัน "ความสนใจต่อวงการแพทย์แขนงนี้ขึ้นมาได้ทันที หนำซ้ำยังชี้ให้เรารู้จัก "ความรักแท้" ได้อย่างไม่กังขา

ซี ฉัตรปวีณ์

คุณดูหนังเยอะมั้ยคะ ถ้าชอบหนังแนว Sci-fi จะเห็นว่าในปีที่ผ่านมา ภาพติดตาของตัวละครเอกในเรื่องที่ไม่ยอมตาย ก่อนจะตายหรือรู้ว่าจะตายก็อัพโหลด ”จิต” เข้าไปในคอมพิวเตอร์แม้ร่างกายสลาย แต่จิตนั้นไซร้คือตัวตนเราอยู่อมตะ 28 เม.ย. 2558 12:00 28 เม.ย. 2558 16:06 ไทยรัฐ