วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อะไรก็ได้แต่ต้องไม่ “เสียของ”

โดย สายล่อฟ้า

เหตุเกิดที่สโมสรกองทัพบก เมื่อ คสช.เชิญบรรดาแกนนำพรรคการเมืองและ นปช.มาพบเพื่อพูดคุยหาแนวทางปรองดองเรื่องรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่มีผลในรอยต่อทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้

เมื่อตัวแทนพรรคการเมืองและแกนนำ นปช.ส่งเสียงตรงกันว่า รัฐธรรมนูญกลายเป็นระเบิดเวลาทำให้เกิดหายนะ การมีกติกาที่ดี และเป็นสากลเป็นสิ่งสำคัญ เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก 2-3 ปีดีกว่า รัฐธรรมนูญจะต้องทำประชามติ

“เสียเวลามาเป็น 10 ปีแล้ว เสียอีก 2—3 ปีคิดว่าคนไทยรอได้”

ผมสรุปจากคำพูดของแต่ละคน ซึ่งต่างก็แสดงความเห็นที่สอดรับกันโดยมิได้นัดหมาย นั่นก็หมายความว่า “นักการเมือง” พร้อมที่จะรอเลือกตั้งได้หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันใหม่

ประเด็นร้อนๆนี้ก็เลยพาดผ่านไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่ถือดุลอำนาจทั้งหมด

“นักการเมืองมีอำนาจอะไร เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับประชาชน รัฐธรรมนูญก็เขียนไว้แล้ว ส่วนโรดแม็ปผมก็มีอย่างนี้ ตอนนี้มี 60 วัน 90 วัน ก็ต้องเป็นอย่างนั้น ถ้ามันไปได้ ถ้าไปไม่ได้ก็หาทางมา”

“ทุกอย่างเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศจะเอาอย่างไร ประชามติก็ไม่ได้เขียนไว้อยากจะทำหรือไม่ทำก็แล้วแต่ เพราะเขียนทางเลือกไว้อยู่แล้ว”

นั่นเป็นเสียงจากหัวหน้า คสช.ที่ไม่ได้แสดงความชัดเจนว่าจะเอายังไงแน่ แต่โยนให้เป็นเรื่องของประชาชนว่าจะเอากันยังไง

หากพิจารณาจากเงื่อนไขก็คงเห็นภาพที่ชัดเจนว่า นักการเมืองเห็นไม่ต่างกันว่าสาระของรัฐธรรมนูญในร่างแรกนั้นจะทำให้เกิดปัญหา จะทำให้ไม่ได้รับการยอมรับ ทางเดียวก็คือแก้ไขกันใหม่แม้ว่าจะต้องรอไปอีก 2-3 ปีก็ไม่มีปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่ยอมตกหลุมพรางที่จะเข้าไปสู่วังวนนี้

1.ต้องการให้รัฐธรรมนูญผ่านออกมาประกาศใช้ตามโรดแม็ปที่วางเอาไว้เพื่อจะได้มีการเลือกตั้งต้นปี 59 อันเป็นเจตนารมณ์ที่ประกาศเอาไว้แล้ว

2.หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะทำยังไงต่อไป ซึ่งก็เขียนเอาไว้ชัดเจนแล้ว แต่ปัญหาก็คือ คสช.ยังจะต้องรักษาอำนาจเอาไว้ต่อไป

ซึ่งจะทำให้ถูกมองไป 2 ด้านคือ ความจำเป็นตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้ แต่อาจจะถูกมองว่าต้องการสืบทอดอำนาจต่อไปโดยอาศัยเงื่อนไขนี้

เช่นกัน นักการเมืองก็จะหวังโยนหินถามทางด้วยการสร้างเงื่อนไขที่ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ อ้างว่าไม่เป็นประชาธิปไตย และจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต

นอกจากนั้นยังต้องการรู้ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าต้องการสืบทอดอำนาจต่อไปหรือไม่ ด้วยการเปิดช่องว่าพร้อมจะรอได้แม้จะใช้เวลา 2-3 ปีก็ตาม

เป็นเงื่อนไข “ต่อรอง” และต้องการรู้ว่าผู้นำ คสช.คิดอย่างไรแบบว่า “รู้เขา รู้เรา” ทำนองนั้น เพราะรู้ดีว่าหากกติกาเป็นไปอย่างนี้โดยไม่มีการแก้ไข จะทำให้นักการเมืองเสียประโยชน์โดยตรง โอกาสที่จะชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

แม้ประชาธิปัตย์เองก็เชื่อว่าจะทำให้พวกเขาเสียประโยชน์

จากนี้ไปเชื่อว่า นักการเมืองคงจะต้องรอจังหวะก้าวต่อไปด้วยการรอดูว่ารัฐธรรมนูญจะมีการแก้ไขหรือไม่ หลังจาก ครม. คสช. และ กมธ.ยกร่างฯได้ร่วมกันพิจารณาอีกครั้ง

ซึ่งก็คือหลักการและสาระของรัฐธรรมนูญที่จัดทำเสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะให้ สปช.พิจารณาลงมติว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่

แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับ คสช.ว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป เพราะอำนาจต่อรองมีแต้มต่อมากยิ่งขึ้น เมื่อนักการเมืองแสดงท่าทีออกมาชัดเจนอย่างนี้

ด้วย “เงื่อนไข” ที่ว่าจะไม่ยอมให้ “เสียของ” อย่างเด็ดขาด.

“สายล่อฟ้า”

28 เม.ย. 2558 10:21 28 เม.ย. 2558 10:21 ไทยรัฐ