วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฟใต้โหมแดนใต้ เข้าถึงเงื่อน “เข้าใจ”

“ชายแดนใต้วันนี้ดีขึ้นแล้ว”...เป็นคำตอบที่หลายคนอยากได้ยินโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

หากใครได้เห็นภาพโฆษณาทางทีวีเมื่อไม่นานมานี้ที่ว่า... “ชายแดนใต้วันนี้ดีขึ้นแล้ว” ฟังแล้วก็อาจรู้สึกชื่นใจขึ้นหน่อย แต่...คำถามสำคัญมีว่า เงื่อนปมปัญหาที่เรื้อรังมานานกว่า 10 ปีมีคนเจ็บตายเกินกว่าครึ่งพัน ครั้งนี้เห็นเป็นความหวังขึ้นมาได้ มีหลักฐานอะไรเป็นข้อยืนยัน?

ภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนสถิติข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาค 4 ตรงกันคือ

เหตุลดลงร้อยละ 60…คนเสียชีวิตลดลงร้อยละ 71 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 57

พื้นที่หมู่บ้านและชุมชนที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบลดลงร้อยละ 33...มีพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนไม่เกิดเหตุรุนแรงในรอบ 6 เดือนเป็น
ร้อยละ 24

ขณะเดียวกัน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้กล่าวอ้างถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ 37 อำเภอ...

จำนวน 1,850 ตัวอย่าง สำนักโซล่าโพล (SAURAPOLL) มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พบว่าพี่น้องประชาชนให้ความเห็นว่า...เหตุการณ์ร้ายลดลง ตนเองรู้สึกมีความปลอดภัยวางใจในสถานการณ์มากขึ้นร้อยละ 76

และ...มีความมั่นใจว่าแนวนโยบายของรัฐการปฏิบัติของทางราชการจะนำไปสู่สันติสุขได้ร้อยละ 72 ซึ่งหมายถึง...เดินมาถูกทาง

ภาณุ ย้ำว่า แนวทางสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ชายแดนใต้วันนี้เริ่มดีขึ้นแล้วคือ หนึ่ง...โครงสร้างการจัดส่วนราชการชัดเจนประกอบด้วย ฝ่ายนโยบาย มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเลขานุการ ฝ่ายอำนวยการเพื่อประสานนโยบายสู่การปฏิบัติ มีรองนายกรัฐมนตรีงานความมั่นคง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้า และฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่ มีแม่ทัพภาค 4 เป็นหัวหน้าซึ่งถือว่าเป็นเจ้าภาพหลัก ตรงนี้เองที่ปรากฏภาพการร่วมมือปฏิบัติหน้าที่เป็นเอกภาพชัดเจนปรากฏผลจริงจังกว่าที่ผ่านมา

ประการที่สอง...การทำงานที่ใช้ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปก.อ.) เป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่ มีนายอำเภอ ผู้กำกับการตำรวจ และหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจฝ่ายทหารในพื้นที่ ทำงานร่วมกัน 3 ฝ่ายจริงๆ ทั้งงานความมั่นคงและงานการพัฒนา

สาม...กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการแก้ไข พัฒนา ในภารกิจของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ศอ.บต.กำหนดไว้ชัดเจนต้องดูแลพื้นที่ให้ปลอดเหตุ คนปลอดภัย มีการฝึกจัดตั้ง ทบทวน ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เฉพาะปี 2558 จำนวน 1,500 ชุด 45,000 คน จัดตั้ง ทส.ปช. 2,000 นาย และชุดราษฎรอาสาพิทักษ์ถิ่น 5,000 คน และต่อมาก็มีการกำหนดแผนปฏิบัติการ...“ทุ่งยางแดงโมเดล”

นั่นคือการใช้กลุ่มพลังประชาชนเข้าดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างชัดเจน เน้นดูแลกลุ่มบุคลากรครู โรงเรียน ซึ่งเห็นผลชัดเจนนับแต่ 1 พ.ย.57 เป็นต้นมา...ไม่มีเหตุร้ายเกิดกับครูและโรงเรียน

สี่...การทำงานเชิงรุกในพื้นที่ของทุกฝ่าย สามารถพูดได้ว่าทุกหมู่บ้านโดยเฉพาะหมู่บ้านสีแสดพื้นที่เสริมสร้างความมั่นคง นายอำเภอพร้อมเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายเข้าไปประชุมจัดเวทีชาวบ้านพูดคุย...นอนพักค้างครบทั้ง 162 แห่ง...ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดก็ได้วางแนวปฏิบัตินำหัวหน้าส่วนราชการไปพักค้างในกิจกรรมจังหวัดเคลื่อนที่ด้วย

การตรวจเยี่ยมหรือสดับตรับฟัง พบปัญหารีบหาทางแก้ไข พร้อมติดตามใน “โครงการคลายทุกข์ที่ต้นทาง”...นอกจากนี้ยังได้เปิด

ช่องทางให้ราษฎรร้องเรียน ร้องทุกข์ ร้องขอความช่วยเหลือแจ้งได้ที่สายด่วน 1880 ซึ่งมีสายเข้าประมาณวันละ 80 สาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการร้องขอความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ในระยะ 6 เดือนหลังนี้ มีสายแจ้งเบาะแสให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้ามด้วย นั่นแสดงถึงความไว้วางใจในกลไกรัฐ

แม้เราจะมียุทธศาสตร์พระราชทานเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา นัยคำว่า...“เข้าใจ” ที่สำคัญคือการเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทเรียน วางรูปแบบการแก้ไขให้ได้ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามกล่าวอ้างเป็นเงื่อนไขต่อไปได้

อย่างกรณีการเกิดเหตุชาวบ้านและนักศึกษาถูกยิงเสียชีวิต 4 คน โดยกล่าวหาว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ เทียบได้กับกรณีของกรือเซะ หรือตากใบ แต่คราวนี้เราใช้แนวทางของทุ่งยางแดงโมเดลในมิติของการแก้ไขข้อขัดแย้งเจ้าหน้าที่ทหารกับประชาชน ซึ่งทุกฝ่ายก้าวข้ามความเคียดแค้นอาฆาตได้ โดยใช้หลักการศาสนาการขออภัยต่อกัน...

เป็นการสะท้อนในแนวทางปฏิบัติที่ว่าแก้ไขปัญหาอย่างคนที่รู้ปัญหาจริงๆ

ภาณุ บอกอีกว่า กระบวนการในแนวทางของทุ่งยางแดงโมเดล มิติการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน เริ่มจาก...ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงมีหลายฝ่ายร่วม ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น ตัวแทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ สื่อมวลชน นักวิชาการ โดยคนนอกมากกว่าคนในราชการ กำหนดรายงานผลโดยเร็ว

ถัดมา...คณะกรรมการต้องทำงานด้วยความรอบคอบ รอบด้าน รวดเร็ว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ...เป็นอย่างไร หากเจ้าหน้าที่ผิดผู้รับผิดชอบก็ต้องขออภัยต่อครอบครัวผู้เสียหาย และอีกฝ่ายตามแนวทางศาสนาก็ต้องรับและให้อภัย เป็นการล้างใจได้จริงๆ คนอื่นหรือคนนอกไม่สามารถนำเรื่องนี้ไปกล่าวอ้างได้อีก

“เรื่องนี้เป็นเรื่องแยกจากกันกับการดำเนินคดีผู้ก่อเหตุหรือการเยียวยาดูแลครอบครัวผู้สูญเสีย ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ทางราชการถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว”

อีกเรื่องหนึ่งที่เคยเป็นประเด็นคือ “การปิดล้อมตรวจค้น” ซึ่งมักจะมีหลายฝ่ายกล่าวอ้างเป็นเงื่อนไขความขัดแย้ง แม่ทัพภาค 4 ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติต่อเรื่องนี้ชัดเจนคือ เราใช้ว่าการติดตามคนร้ายและควบคุมในพื้นที่เฉพาะ ต้องทำงานร่วมกัน เห็นชอบและรับรู้ร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย...ทหาร...ตำรวจ...พลเรือน ต้องใช้การพูดคุยเกลี้ยกล่อมโดยพ่อแม่ญาติคนที่บุคคลเป้าหมายเคารพ เจ้าหน้าที่กระทำการอย่างเปิดเผยให้เวลาพยายามเต็มที่

สิ่งสำคัญคือ...“เจ้าหน้าที่จะไม่ใช้อาวุธจนกว่าอีกฝ่ายเริ่มก่อน”

ประเด็นน่าสนใจ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 กลวิธีนี้ได้ผลดี บุคคลเป้าหมายวางอาวุธมอบตัว 7 ราย...มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธระหว่างกันเพียง 2 กรณี ที่มายอและสายบุรี ปัตตานีเท่านั้น

นโยบายรัฐบาลสนับสนุนการพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุข ต้องบอกว่า... เวลานี้ได้ก้าวหน้าไปมาก และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่เป็นที่มาของชายแดนใต้วันนี้ดีขึ้นแล้วคือ ความตั้งใจ ทุ่มเทอย่างชัดเจนและเต็มกำลังของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เข้ามาคลุกอยู่กับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มานาน

“เมื่อรู้ปัญหา...ไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญเป็นวาระแห่งชาติเท่านั้น ยังติดตามงาน ให้กำลังใจทุกฝ่ายจนทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ และงานการพัฒนาดีขึ้นก้าวหน้าขึ้นอย่างชัดเจน”

ขวัญกำลังใจของคนพื้นที่ในวันนี้...ทุกคนมั่นใจว่า “สันติสุข” จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน.

28 เม.ย. 2558 10:17 28 เม.ย. 2558 10:17 ไทยรัฐ