วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ส่งออกติดลบ 3 เดือนติด

ส่งออกติดลบ 3 เดือนติด

  • Share:

ผมเขียนเรื่อง “การส่งออกติดลบ” ไปวันก่อนว่า ขณะที่เพื่อนบ้านส่งออกเพิ่มขึ้น คุณดวงกมล เจียมบุตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ก็ส่งหนังสือมาชี้แจง ลองอ่านเหตุผลของกระทรวงพาณิชย์อีกทีครับ ผมจะย่อให้ลงพอดีกับเนื้อที่ก็แล้วกัน

“ตามที่คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย โดย ลม เปลี่ยนทิศ ฉบับวันที่ 21 เมษายน ลงบทวิจารณ์เกี่ยวกับการส่งออกของไทยว่า “กระทรวงพาณิชย์ก็ได้แต่กล่าวโทษเศรษฐกิจโลก ที่ทำให้การส่งออกลดลง แต่ไม่ได้ดูตัวเองว่าได้ทำงานด้านการส่งออกอย่างเต็มที่หรือยัง ทั้งๆ ที่ตลาดการค้าโลกก็ยังมีการเติบโต ไม่ใช่นั่งพึ่งแต่ตลาดจีนกับยุโรป ทั้งที่สองตลาดนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี...” นั้น กระทรวงพาณิชย์ ขอเรียนชี้แจงดังนี้

1.การส่งออกของไทยที่ผ่านมาได้ปรับตัวลดลง เนื่องจากสาเหตุหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1.1 เศรษฐกิจโลกมีการชะลอตัวลง ส่งผลให้การนำเข้าของประเทศต่างๆทั่วโลกลดลงอย่างเห็นได้ชัด 1.2 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรุดตัวกว่าร้อยละ 47.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน กระทบต่อมูลค่าส่งออกสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันดิบ 1.3 ค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินของประเทศคู่ค้า/คู่แข่ง ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยุโรป จีน เงินบาทแข็งค่าขึ้นร้อยละ 0.4, 13.3, 16.1 และ 3.2 ตามลำดับ เทียบกับ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เงินบาทแข็งค่าขึ้นร้อยละ 4.7, 8.3, 6.1 และ 6.3 ตามลำดับ

2.กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินยุทธศาสตร์การส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ดังนี้

2.1 เร่งรัดทำการตลาดเชิงกลยุทธ์ โดยแบ่งกลุ่มตลาดส่งออกเชิงรุกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ ตลาดอาเซียน เน้นสินค้าอุปโภค บริโภค ธุรกิจบริการ ก่อสร้าง การลงทุน ตลาดที่มีเศรษฐกิจปานกลางแต่มีศักยภาพสูง จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา รัสเซีย เน้นเมืองรองที่มีศักยภาพ ตลาดที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจสูง สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น จะเน้นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสถาบัน กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อม และ ตลาดที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจต่ำ แอฟริกา เอเชียใต้ เน้นสินค้าเกษตร ก่อสร้าง สุขอนามัย ขยายการลงทุน

2.2 เจรจาเชิงรุกเพื่อเปิดตลาด และแก้ไขป้องกันปัญหาด้านการค้าระหว่างประเทศ เช่น เร่งรัดการเจรจา FTA ไทย–อินเดีย เร่งรัดการเจรจาไทย–ตุรกี และ ไทย–ปากีสถาน ลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนในตลาดสำคัญ เร่งแก้ปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อการค้า เช่น รายการสถานการณ์การค้ามนุษย์เรื่อง IUU ทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง CITES สถานการณ์โลกร้อน เป็นต้น การแก้ปัญหาอุปสรรคจากมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs) โดยทำงานร่วมกับเอกชนอย่างใกล้ชิด

3.รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการผลักดันการส่งออก ในส่วนของ ตลาดอาเซียน กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดเป้าหมายที่จะผลักดันมูลค่าการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนและการค้าผ่านแดนให้ถึง 1.5 ล้านล้านบาท ในปี 2558 เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 35 จากปีก่อน โดยได้ริเริ่ม “แม่สอดโมเดล” จัดมหกรรมการค้าขายชายแดน และจับคู่ธุรกิจที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จ.มุกดาหาร จ.สระแก้ว ตามลำดับ เกิดการซื้อขายทันทีกว่า 400 ล้านบาท และทำสัญญาเพื่อลงทุนระหว่างกันไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และมีการหารือระหว่างรัฐมนตรีพาณิชย์ไทยกับรัฐมนตรีประเทศเพื่อนบ้าน กำหนดแนวทางพัฒนาความร่วมมือการค้าและการลงทุนเฉพาะชายแดน และมีกำหนดจัดมหกรรมการค้าชายแดนต่อไปที่ จ.ตราด และ จ.สงขลา

สำหรับตลาดอื่น รัฐมนตรีพาณิชย์ ได้นำคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไป โรดโชว์ที่ อินเดีย ได้ตกลงที่จะขยายการเจรจา FTA กับรัฐมนตรีการค้าอินเดีย และมีกำหนดจะไปสร้างสัมพันธ์การค้ากับ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และ แอฟริกาใต้” เนื้อความก็มีเท่านี้ครับ

แต่วันวาน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีพาณิชย์ แถลงตัวเลขส่งออกล่าสุด เดือนมีนาคมติดลบไปอีก 4% ติดลบ 3 เดือนติด เดือนกุมภาพันธ์ติดลบ 6% มกราคมติดลบ 3.5% และบอกว่าการส่งออกเริ่มดีขึ้น ทั้งปีจะโตไม่ต่ำกว่า 1% ก็ได้แต่เอาใจช่วยครับ ทุกอย่างอยู่ที่ผลลัพธ์.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้