วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซูม
29 เม.ย. 2558 05:01 น.
เงินกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ส่งผลไกลถึงเพื่อนบ้าน?

เงินกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ส่งผลไกลถึงเพื่อนบ้าน?

โดย ซูม
29 เม.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

เมื่อวานนี้ผมเสนอให้นักเศรษฐศาสตร์ลองทบทวนดูว่าทฤษฎีการอัดฉีดเงินที่ใช้กันมาแต่โบร่ำโบราณอย่างได้ผลนั้น จะยังใช้ได้ผลอยู่หรือไม่ในปัจจุปันนี้

เหตุผลหลักก็เพราะโครงสร้างทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อเทียบกับยุคก่อนๆ

โดยเฉพาะโครงสร้างประชากรที่อยู่ในวัยทำงานของเรา ซึ่งแม้จำนวนจะมิได้ลดลง แต่สัดส่วนดูจะลดลง

ที่สำคัญ คนทำงานที่แท้จริงสำหรับงานบางประเภทในบ้านเราขณะนี้ ก็ไม่ใช่คนไทยเสียแล้ว แต่เป็นแรงงานต่างด้าวแทบทั้งสิ้น

ตัวเลขเท่าที่เราได้ยินได้ฟัง ถ้าจำไม่ผิดก็คงจะล้านกว่าคน แต่ถ้านับแรงงานเถื่อนเข้าไปด้วย น่าจะเกือบหรือกว่า 2 ล้านคนก็เป็นได้

แรงงานเหล่านี้จะเข้ามารับส่วนแบ่งก้อนใหญ่พอสมควร จากการกระตุ้นหรืออัดฉีดในหลายๆโครงการของรัฐ

โดยเฉพาะจากโครงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งของภาครัฐและของภาคเอกชนนั้น เงินส่วนใหญ่ของค่าแรงงานจะเป็นของแรงงานต่างด้าว

เพราะผมไม่ค่อยเห็นคนงานไทยในการก่อสร้างต่างๆสักกี่มากน้อยในช่วงหลายๆปีมานี้

ทีนี้เมื่อเงินที่เราอัดฉีดส่วนหนึ่งลงไปในมือแรงงานต่างด้าว การเอาเงินไปใช้ต่อก็จะสะดุด หรือไม่พุ่งปรี๊ดเหมือนกับลงไปในแรงงานไทยแท้ๆอย่างยุคก่อน

เพราะแรงงานต่างด้าวมักจะใช้เงินอย่างกระเหม็ดกระแหม่ เพื่อที่จะออมไว้จำนวนหนึ่งสำหรับส่งกลับบ้าน

ครั้นเมื่อส่งไปที่บ้านของเขาแล้ว คนที่จะเอาเงินไปใช้ต่อก็คือญาติของเขาที่กัมพูชา ที่ลาว ที่พม่า ซึ่งอาจจะเอาไปสร้างบ้านใหม่หรือซื้อของกิน ของใช้ต่างๆ ที่ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในประเทศของแต่ละแรงงานเพิ่มขึ้น แทนที่จะหมุนอยู่ในบ้านเราร้อยเปอร์เซ็นต์

เมื่อ 30 ปีที่แล้ว การอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจะได้ผลมาก เพราะร้อยทั้งร้อยลงไปสู่มือคนไทยทั้งสิ้น

โดยเฉพาะพี่น้องชาวอีสาน ชาวเหนือ หรือแม้แต่พี่น้องภาคกลางและภาคใต้ที่ยากจนต่างก็เข้ามาทำงานในโครงการก่อสร้างของภาครัฐและเอกชนทั้งในบริเวณใกล้บ้านหรือแม้แต่ที่อยู่ไกลจากบ้าน ก็มีการเดินทางอพยพไปทำงานเป็นจำนวนมาก

การกินการใช้จึงหมุนเวียนอยู่ในประเทศเราแบบเต็มร้อย ครั้นเมื่อส่งกลับบ้านก็ส่งไปที่อีสาน ที่ภาคเหนือ หรือต่างจังหวัดทั่วประเทศ เกิดการลงทุน เกิดการจับจ่ายใช้สอย ในแต่ละจังหวัดขึ้นมาอีก

เรียกว่ากระตุ้นช็อตเดียวได้ผลกระเพื่อมทั่วประเทศไทย

แต่พอมาถึงยุคนี้ พี่น้องชาวไทยของเราไม่ทราบไปไหนกันหมด ไม่ยอมมาทำงานหนักๆกันเลย มีแต่พี่น้องประเทศเพื่อนบ้านทั้งสิ้น

เมื่อปีกลายนี้เองที่สวนสาธารณะข้างๆบ้านผมมีการปรับปรุงขนานใหญ่ได้ยินว่าเป็นเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลที่แล้ว ไม่แน่ใจว่ากี่สิบล้านบาท

ผมไม่แน่ใจว่าเงินก้อนนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ เพราะแรงงานกว่า 50 คน ที่มาทำงานตามงบนี้ล้วนเป็นแรงงานจากกัมพูชา

มีแต่หัวหน้างานไม่กี่คนและผู้รับเหมาเท่านั้นที่เป็นคนไทย

การอัดฉีดเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของเราผ่านโครงการก่อสร้างต่างๆ จึงน่าจะมีการทบทวนและลองสำรวจหาข้อมูลดูว่าผลลัพธ์ที่จะได้จากโครงการนั้นๆเป็นอย่างไร

ตกอยู่กับประเทศไทยแค่ไหน หรือจะรั่วออกไปมากกว่า

ถ้ารั่วมากกว่าหรือไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อนบ้านมากกว่า ก็แสดงว่าการอัดฉีดแบบนี้ อาจได้ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยกว่าที่เราคาดไว้...

จะหาทางปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ก็ฝากให้ลองไปคิดเล่นๆ เป็นการบ้านก็แล้วกัน

จริงอยู่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้จ่ายของรัฐบาลยังเป็นที่ยอมรับ และใช้กันอยู่ทั่วโลก ซึ่งผมก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไร และสนับสนุนด้วยซ้ำ โดยเฉพาะที่รัฐบาลไทยสั่งหน่วยงานต่างๆให้เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณที่ค้างอยู่โดยด่วน

เพียงแต่ฝากข้อคิดเอาไว้เพื่อให้การกระตุ้นเศรษฐกิจได้มรรคได้ผลเต็มที่เท่านั้น

แต่มาคิดอีกทีก็ดีเหมือนกันครับ ที่การกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ผลไกลไปถึงเพื่อนบ้านด้วย...เพราะถ้าจะว่าไปทุกวันนี้ ก็มิใช่ใครที่ไหนอื่น เป็นเพื่อนร่วม (สาบาน) ในอาเซียนกับเราทั้งนั้นแหละครับ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้