วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เสรี’ ย้ำกมธ. อยากรื้อรธน.เกือบหมด

จี้เปิดเวทีอีกบิ๊กป้อมเชื่อไร้ปัญหาแน่ สปช.ยังขึงขังฟิตไม่เลิก อภิปรายร่างรธน. 7 วัน ไม่หนำใจ เล็งขอเปิดเวทีอีกรอบก่อนโหวตลงมติ พิสูจน์ใจ กมธ.ยกร่างฯรับฟัง-แก้ไขตามความเห็น สปช. หรือหูทวนลม “เสรี” ระบุ กมธ.กฎหมาย-การเมือง อยากรื้อ รธน.เกือบทั้งฉบับ ไม่เห็นด้วยประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เรื่องนายกฯคนนอก ที่มา ส.ส.-ส.ว. พร้อมตั้งคณะทำงานรวบรวมประเด็นแปรญัตติ “ประวิตร” เชื่อมั่น รธน.เดินตามสเตปไร้ปัญหา ยังไม่ถึงบทของ คสช.รัฐบาล ชี้ประชามติต้องดูกระแสประชาชน แต่ “บิ๊กป๊อก” พูดชัด คสช.จะตัดสินใจเรื่องนี้ แย้มทำจริงกระทบโรดแม็ปแน่ “วิษณุ-อนุพงษ์” ประสานเสียงฟัน ขรก.ทุจริตรอบคอบ ไม่ซี้ซั้ว คตร.เตรียมบุกสอบองค์กรฉาวใน ศธ.

แม้การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในขั้นตอนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ใช้เวลานานถึง 7 วันจะ ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังมีควันหลงคาใจจากสมาชิก สปช. ทยอยนัดประชุมหารือกันเพื่อเสนอแปรญัตติขอแก้ไขเนื้อหาในหลายประเด็น พร้อมเตรียมเสนอให้มีการเปิดสภาอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ว่าได้รับฟังและนำความเห็นของสมาชิก สปช.ไปปรับแต่งร่างรัฐธรรมนูญมากน้อยเพียงใด

“บิ๊กป้อม” ชี้ รธน.เดินตามสเต็ปไร้ปัญหา

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 27 เม.ย.ที่กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงภาพรวม 7 วันของการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในสภาปฏิรูป แห่งชาติ (สปช.) ว่าไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้อยู่ในระหว่างการดูรายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญที่มีการวิพากษ์ วิจารณ์จาก สปช. โดย กมธ.ยกร่างก็น่าจะประชุมหารือกันอีกครั้งว่าจะแก้ไขประเด็นใดบ้าง ส่วนข้อเสนอหรือข้อโต้แย้งที่กังวลนั้น ยังไม่ได้ดูรายละเอียด และก็ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลและ คสช. แต่เป็นเรื่องของ กมธ.ยกร่างฯ และ สปช. อย่างไรก็ตามคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอน หลังจากนั้น ร่างรัฐธรรมนูญจึงจะส่งมาให้รัฐบาล และ คสช.อีกครั้ง

ทำประชามติต้องดูกระแสประชาชน

เมื่อถามถึงแนวโน้มการทำประชามติ รัฐบาลและ คสช.เริ่มหารือเรื่องนี้กันหรือยัง เพราะหากไม่ทำตอนนี้อาจไม่ทันตามโรดแม็ปที่วางไว้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีและตนเคยกล่าวไปแล้ว ทุกอย่างยึดตามกรอบรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 และต้องเป็นไปตามความเห็นชอบของประชาชนว่าจะตกลงกันอย่างไร ก็ว่ากันตามสบาย ส่วนกรณีที่ กมธ.ยกร่างฯต้องการให้ คสช.แก้ไข รัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อให้มีการทำประชามตินั้น ตนคิดว่าคงต้องหารือกันอีกที อย่าเพิ่งใจร้อน ต้องให้ กมธ.ยกร่างฯหารือกับ สปช.ก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร ขอให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไร จะทำก็ทำ ไม่ทำก็ไม่ต้องทำ แต่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าจะต้องทำประชามติหรือไม่ทำประชามติ

“บิ๊กป๊อก” ระบุชัดกระทบโรดแม็ป

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงข้อเสนอทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า เรื่องดังกล่าวทุกฝ่ายทั้ง สนช. สปช. หรือ กมธ.ยกร่างฯ สามารถเสนอความเห็นมายังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่หากมีการทำประชามติจะกระทบกับโรดแม็ปของ คสช. อย่างไรก็ดี คสช.ไม่ได้ปิดกั้นไม่ให้ทำ อยู่ที่ฝ่ายต่างๆ จะเสนอความเห็น ซึ่งหากทำประชามติจริงจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เนื่องจากไม่ได้เขียนเรื่องทำประชามติไว้

ภาค ปชช.ยื่น กมธ.ยกร่างฯ ทบทวน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายอัครกฤษ นุ่นจันทร์ แกนนำกลุ่มเสรีชนไทยแลนด์ 58 ยื่นหนังสือต่อประธาน กมธ.ยกร่างฯ ผ่านนายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ เพื่อขอให้ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย โดยนายอัครกฤษกล่าวว่า สปช.หลายคนตั้งข้อสังเกตและขอให้แก้ไขในภาค 2 ผู้นำการเมืองการที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี โดยเฉพาะประเด็นที่มาและอำนาจของส.ว.ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน แม้จะให้เลือกส.ว.จังหวัด จังหวัดละ 1 คน แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนสรรหา ถือว่า ส.ว.สรรหายังมีมากกว่า ส่วนการให้บุคคลภายนอกเป็นนายกฯได้ เป็นการถอยหลังเข้าคลอง สร้างเงื่อนไขความแตกแยกในอนาคต รวมถึงการให้กลุ่มการเมืองลงสมัครเลือกตั้งได้ จะเกิดการต่อรองอำนาจในสภา สร้างปัญหาจนไม่สามารถสร้างความปรองดองได้ จึงหวังว่า กมธ.ยกร่างฯจะนำข้อเสนอของ สปช.และข้อห่วงใยของกลุ่มและภาคประชาชนไปทบทวน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประชาธิปไตย มากกว่าตอบสนองความ ต้องการของคนบางกลุ่ม

“ไพบูลย์” ย้ำไม่มีธง ยันแก้ไขได้

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯ ยินดีรับฟังความเห็นของประชาชนทุกกลุ่มที่ส่งความเห็นเข้ามา และออกไปรับฟังประชาชนด้วย ทราบว่ามีสมาชิก สปช.หลายคน จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯ ก็จะนำมาพิจารณา ส่วนความเห็นที่ กมธ.ยกร่างฯ บางคนออกมาแสดงความเห็นขณะนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ถือเป็นมติ กรณีที่ระบุว่า กมธ.ยกร่างฯ มีธง และจะไม่มีการแก้ไขทบทวนรัฐธรรมนูญแล้วไม่เป็นความจริง

2 กมธ.สปช.ยื่นรื้อ รธน.เกือบทั้งฉบับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ในวันที่ 28 เม.ย.จะประชุมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน เพื่อหารือถึงการทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญส่งให้กมธ.ยกร่างฯ โดยตนและนายสมบัติเห็นตรงกันว่าควรแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเกือบทั้งฉบับ เพราะมีเนื้อหาและรายละเอียดมากเกินไป ควรทำให้สั้นลง โดยเนื้อหาที่ต้องแก้ไขหลายประเด็นส่วนใหญ่อยู่ในภาค 2 ว่าด้วยผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง เช่น นายกฯคนนอก ที่มาของ ส.ว.ที่มา ส.ส. การมีกลุ่มการเมือง อย่างไรก็ตามยังมีบางประเด็นที่ทั้ง 2 คณะเห็นต่างกันอยู่ ดังนั้นจะไปหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะแก้ไขออกมาอย่างไร ทั้งนี้นอกจากจะทำคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญส่งให้ กมธ.ยกร่างฯแล้ว จะส่งคำขอแก้ไขให้ คสช. ครม. และ สนช.ด้วย

ขอเปิดเวทีชำแหละอีกรอบก่อนลงมติ

นายเสรีกล่าวว่า ส่วนการประชุม สปช.ในวันที่ 6 ส.ค. เพื่อพิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เห็นว่าก่อนที่จะลงมติในวันที่ 6 ส.ค. ควรเปิดประชุม สปช.อีก 3-4 วัน ให้สมาชิก สปช.อภิปรายแสดงความเห็นเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่ กมธ.ยกร่างฯไปแก้ไขตามข้อเสนอของ สปช.และองค์กรอื่นๆ จะได้ทราบว่ามีประเด็นใดที่ กมธ.ยกร่างฯ ได้ทบทวนแก้ไขมา จะได้เป็นข้อมูลตัดสินใจประกอบการลงมติ เพราะก่อนหน้านี้นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ระบุว่า จะให้ สปช.ลงมติในวันที่ 6 ส.ค.ทันที โดยไม่นัดประชุมเพื่อรับฟังความเห็นสมาชิก สปช.อีกแล้ว โดยจะนำเรื่องขอเปิดประชุมดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมวิป สปช.ให้พิจารณาในสัปดาห์นี้

“เสรี” ฟันธงปฏิรูปประเทศเสียของ

ขณะเดียวกัน นายเสรียังโพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงการปฏิรูปประเทศไทยด้วยว่า “กลัวจะเสียของ” ระบุว่า ครบ 10 วัน ของการพิจารณาเสนอแนะหรือให้ความเห็นของ สปช.ต่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่กมธ.ยกร่างฯ จัดทำมา ขอบอกตามตรงว่ายังไม่เห็นทิศทางหรือความชัดเจนของการปฏิรูปประเทศว่าจะทำให้แล้วเสร็จได้อย่างไร จะรอแต่ร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จแล้วจัดเลือกตั้งเท่านั้นไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งยังไม่อาจตอบโจทย์ได้ว่าเป็นการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จอย่างที่คาดหวังไว้ ข้อเรียกร้องของประชาชนที่ว่า ต้องการให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ดูท่าจะไม่ประสบความสำเร็จ ยังไม่อาจตอบโจทย์ได้ว่าทำอย่างไร เมื่อใด และเป้าหมายยังไม่ชัดเจน เกรงว่าการปฏิรูปประเทศคราวนี้มีโอกาสจะล้มเหลวสูง ทั้งที่โอกาสที่จะปฏิรูประเทศให้สำเร็จเช่นนี้ไม่มีอีกแล้ว น่าเสียดายจริงๆ

ตั้งคณะทำงานรวมประเด็นแปรญัตติ

นายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. กล่าวว่า ในวันที่ 28 เม.ย. คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. จะหารือกันถึงการยื่นญัตติขอเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต่อ กมธ.ยกร่างฯ โดยจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด มีตนเป็นหัวหน้าคณะทำงาน รวบรวมประเด็นที่จะขอแปรญัตติแก้ไข เบื้องต้นมีประเด็นที่จะขอยื่นแก้ไขแล้วกว่า 10 เรื่อง อาทิ เรื่องนายกฯคนนอก ที่ควรเขียนแยกไว้ในบทเฉพาะกาลให้ชัดเจนว่าต้องใช้เวลาที่เกิดวิกฤติจริงๆ ไม่ใช่เขียนเปิดประตูอ้าให้คนนอกเข้ามาเป็น รวมถึงเรื่องที่มา ส.ส. และที่มา ส.ว. ควรให้ประชาชนเป็นผู้เลือกผู้ปกครองตัวเองโดยตรง ตามหลักประชาธิปไตย หาก กมธ.ยกร่างฯไม่ยอมแก้ไขตามที่ได้แปรญัตติเสนอไป ก็จะขอสงวนความเห็นไว้อภิปรายต่อที่ประชุม สปช.ที่คาดว่าจะมีขึ้นอีกรอบ ก่อนที่ สปช.จะนัดลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ส.ค.

กมธ.ยกร่างฯย้ำต้องมีสภาขับเคลื่อน

ด้านนายประสพสุข บุญเดช ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ภาพรวมการอภิปรายร่างแรกรัฐธรรมนูญตลอด 7 วัน เป็นไปด้วยความราบรื่น รู้สึกพอใจเพราะสมาชิกสปช.ส่วนใหญ่ หรือกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่ กมธ.ยกร่างฯได้เสนอไป อย่างไร ก็ตาม ถ้าอยากให้ กมธ.ยกร่างฯปรับแก้ไขประเด็นใดหรือมาตราใด สปช.ต้องส่งคำขอแก้ไขเพิ่มเติมและเหตุผลมาเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนกรณีที่สมาชิก สปช.บางคนระบุว่า การจัดตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติไม่ควรกำหนดสัดส่วนของ สปช.ไว้เพราะอาจขัดรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น เรื่องนี้ต้องพิจารณาอีกครั้ง อาจไม่ต้องกำหนดสัดส่วนก็ได้ว่าให้ สปช.มีจำนวนเท่าใด แต่ยืนยันว่าจำเป็นต้องมีคณะกรรมการฯนี้ขึ้นมาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศภายหลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ เพราะถ้าไม่มีเกรงว่าสิ่งที่เขียนไว้จะไร้ประโยชน์ทันที

พท.ข้องใจหั่นอำนาจการเมือง

ด้านความคิดเห็นของพรรคการเมืองต่อการร่างรัฐธรรมนูญ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ติดตามการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย เห็นด้วยที่จะทำให้ประชาชนยกระดับเป็นพลเมืองมีสิทธิหรือมีอำนาจมากขึ้น รวมถึงการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ แต่ต้องตระหนักว่าการปฏิรูปต้องเปิดให้มีส่วนร่วม ไม่ใช่กระทำเพียงฝ่ายเดียว เพราะจะกลายเป็นการใช้อำนาจบังคับให้ทุกคนยอมรับ ส่วนประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ อยากให้ กมธ.ยกร่างฯช่วยตอบด้วย คือ 1. มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ภาคการเมืองอ่อนแอ ทำไมไม่ทำให้การเมืองเข้มแข็งและออกแบบระบบการตรวจสอบถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ 2. ทำไมจึงออกแบบให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นตัวแทนจากประชาชนไม่มีอำนาจ แต่กลับเอาอำนาจทั้งหมดไปประเคนให้องค์กรและคณะบุคคลที่มิได้มาจากประชาชน

ขับเคลื่อนเผด็จการ กดหัวประชาชน

นายวัฒนากล่าวว่า 3.ทำไมออกแบบสถาปนาองค์กรใหม่ๆถึง 11 องค์กร แต่กลับไม่สร้างกลไกการตรวจสอบหรือถ่วงดุลองค์กรเหล่านี้ไปในเวลาเดียวกัน 4. ทำไมออกแบบให้มีการสืบทอดอำนาจเผด็จการผ่านสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ขอความกรุณาอย่าตอบว่าเพื่อความต่อเนื่องในการปฏิรูปประเทศ กลัวฝ่ายการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งจะไม่ทำต่อ อีกทั้งทำไมสร้างองค์กรนี้ให้มีอำนาจล้นฟ้ามีอำนาจเหนือรัฐสภา ครม.และหน่วยงานอื่น ทำหน้าที่คล้ายโปลิตบูโร สามารถใช้อำนาจตามอำเภอใจ โดยไม่ถูกตรวจสอบ แบบนี้มันคือการขับเคลื่อนเผด็จการ กดหัวประชาชนต่อไป

คสช.สืบอำนาจกินเรียบทุกกระดาน

นายวัฒนากล่าวอีกว่า การสืบทอดอำนาจเผด็จการ เป็นเป้าหมายของการร่างรัฐธรรมนูญ ดำเนินการโดยแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน หาก สปช.ลงมติให้ผ่านจะมีของขวัญเป็นที่นั่งในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้ 60 ที่นั่ง เหมือนกับเป็นการผลัดกันเกาหลัง ในที่สุด คสช.ที่ลงทุนปฏิวัติจะได้ประโยชน์สูงสุด กินเรียบทุกกระดาน เพราะไม่ว่า สปช.จะมีมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ คสช.ยังคงมีอำนาจอยู่ต่อ มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้ เพราะกลไกต่างๆที่ถูกสร้างไว้ โดยเฉพาะองค์กรโปลิตบูโร เท่ากับ คสช.ยังมีอำนาจอยู่ต่อ เมื่อบริหารประเทศไปแล้วถูกกดดันมากๆ นายกฯที่มาจาก ส.ส.อาจทนไม่ไหว ต้องไปอัญเชิญนายกฯที่มาจากคนที่ กมธ.ยกร่างฯออกแบบรอไว้มาแก้ไขวิกฤติ ออกหน้านี้ คสช.ก็กินเหมือนกัน หรือ สปช.มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง กมธ.ยกร่างฯและสภาปฏิรูปแห่งชาติก็สิ้นสุดลง คสช.ยังมีอำนาจดำเนินการแต่งตั้งบุคคลกลุ่มใหม่ทำหน้าที่เป็น กมธ.ยกร่างฯและสภาปฏิรูปแห่งชาติ คสช.ก็กินอีก

ปชป.ฉะจำกัดสิทธิ์เหมือนคอมมิวนิสต์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กมธ.ยกร่างฯจะรับฟังความเห็นจากฝ่ายการเมืองว่า ยินดีให้ความร่วมมือว่าควรปรับปรุงแก้ไขมาตราใด แต่ขอให้รับฟังอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เพียงผ่านความเห็นชอบจาก สปช. ที่สำคัญต้องผ่านความเห็นชอบของคนทั้งประเทศ เพราะมีข้อกังวลหลายเรื่อง เช่น กรณีโอเพ่นลิสต์ที่ให้ประชาชนเลือกผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองได้เพียง 1 คน จากผู้สมัครในบัญชีของพรรคในแต่ละโซน โดยให้เหตุผลว่าเป็นการเพิ่มอำนาจให้ประชาชนนั้นถือเป็นการจำกัดอำนาจประชาชนมากกว่า เพราะหากจะเพิ่มอำนาจประชาชนก็ควรให้อำนาจประชาชนสามารถเลือกผู้สมัครจากบัญชีของพรรคที่เขาเลือกได้ตามจำนวนที่ประชาชนต้องการ แต่ไม่เกินจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พึงมีในโซนนั้นๆ ไม่ใช่จำกัดให้เลือกได้แค่คนเดียว ส่วนกรณี ส.ว.ที่จะให้มาจากการเลือกตั้ง 77 คน แต่ให้ประชาชนมีสิทธิ์เลือกได้จากผู้ที่กรรมการกลั่นกรองคัดชื่อส่งมาให้ยิ่งสะท้อนการจำกัดสิทธิ์ ทั้งของผู้สมัครและประชาชนเหมือนระบบคอมมิวนิสต์

เตือนอย่าทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊ก ลงบทความ “เหลียวหลัง แลหน้า” ตอนหนึ่งว่า หลังปี 2540 ภายใต้กติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับว่าเป็นกติกาที่คนในชาติมีส่วนร่วมมากที่สุด แต่เพียง 9 ปีก็กลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกคือการรัฐประหาร ฉีกกติกาทิ้งแล้วเขียนขึ้นมาใหม่โดยเอาความรู้สึกส่วนตนเข้ามามองปัญหาของประเทศเป็นที่เคลือบแคลงใจของผู้คน นำไปสู่ความยุ่งยากทำให้การบริหารประเทศเต็มไปด้วยอุปสรรค สังคมยุ่งเหยิงสับสน เกิดความขัดแย้งแบ่งคนไทยเป็นพวกเป็นสี ลุกลามไปสู่รัฐประหาร ขอผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากแม่น้ำ 5 สายตระหนักถึงความเสียหาย ความบอบช้ำของประเทศที่ตกอยู่ในวังวนความขัดแย้ง การแตกแยก การแบ่งฝ่ายแบ่งสีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา วันนี้เสียงสะท้อนถึงกติกาดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบได้ตระหนักว่า อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก

“วิษณุ” ยันไม่ซี้ซั้วฟัน ขรก.ทุจริต

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการสัมมนาเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ 2558 โดยมีผู้ตรวจราชการทุกกระทรวงเข้าร่วม นายวิษณุกล่าวตอนหนึ่งว่า งานจะสำเร็จได้ ปัจจัยสำคัญคือการสื่อสารสองทาง ไม่ใช่ตรวจราชการอยู่ในออฟฟิศ ปีนี้บ้านเมืองวุ่นวาย หลายหน่วยงานยังไม่จัดทำแผนราชการประจำปีงบฯ 58 ซึ่งจะทำให้เบิกจ่ายงบประมาณไม่ได้ สำนักงบประมาณจึงเตรียมเสนอ ครม.ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ ให้ยึดคำขอตั้งงบฯปี 59 เป็นแผนปฏิบัติราชการงบปี 58 ไปโดยปริยาย ส่วนการตรวจสอบข้าราชการที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าทุจริต มีมากกว่า 100 รายชื่อ ยังจะมีอีกหลายชุด บางเรื่องข้อมูลทุจริตเดียวครอบคลุมไปทั้งจังหวัด ดังนั้นจะยึดรายชื่อนั้นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมด้วย ไปบ้าจี้ดำเนินการกับผู้ที่ถูกกล่าวหาเพียงอย่างเดียวไม่ได้

มท.1 เร่งจำแนกกลุ่ม ยันต้องรอบคอบ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการดำเนินการกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องการทุจริตว่า ได้สั่งการให้เร่งรัด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและจำแนกกลุ่มรายชื่อข้าราชการตามความผิด ตำแหน่ง และสังกัด เพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพิจารณา ส่วนผู้กระทำความผิดที่อยู่ในองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งก็สามารถดำเนินการเอาผิดได้โดยมีกฎหมายของท้องถิ่นดูแลอยู่ โดยเรื่องดังกล่าวหากนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. จะต้องนำเข้าพิจารณาตามวาระอย่างเป็นกิจลักษณะ เพราะเป็นเรื่องสำคัญคงไม่เร่งบรรจุเข้าสู่การพิจารณาเป็นวาระจร ดังนั้น คงยังไม่ทันนำเข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์นี้

คตร.เข้าตรวจ 3 องค์กรฉาวใน ศธ.

นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในวันที่ 28 เม.ย. คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) จะเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) องค์การค้าของ สกสค. และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ทั้งนี้ จะตรวจสอบกรณีทุจริตของทั้ง 3 หน่วยงานตามอำนาจของ คตร.ด้วยว่า สามารถตรวจสอบได้เฉพาะระบบบัญชีของภาครัฐ แต่หากเป็นเรื่องของบุคคลรับเงินเข้าบัญชีไม่ถูกต้อง คตร.ไม่สามารถตรวจสอบได้ หากการสืบสวนชัดเจนว่ามีการทุจริต ก็ต้องประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาช่วยตรวจสอบบัญชีส่วนบุคคล ส่วนกรณีที่ สกสค.นำเงินสมาชิกโครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 2,100 ล้านบาทไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด ซึ่งทางบริษัท บิลเลี่ยนฯ จะต้องคืนเงินให้กับ สกสค.ในปี 2557 แต่ก็ยังไม่ได้คืนโดยผัดผ่อนด้วยการชำระเป็นดอกเบี้ยแทน ซึ่งการซื้อตั๋วสัญญาของ สกสค. ถือว่ามีความผิด เพราะเงินจำนวนนี้ควรเป็นของสมาชิก ช.พ.ค. ดังนั้น หากไม่ได้คืนก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบ

“บิ๊กตู่”ร่วมประชุมผู้นำอาเซียน

เมื่อเวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ Kuala Lumpur Convention Centre (KLCC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 26 โดยมีนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนกล่าวเปิดการประชุม ก่อนยืนจับมือถ่ายรูปร่วมกันบนเวที ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมว่า วิสัยทัศน์ของอาเซียนต้องมุ่งสร้างประชาคมอาเซียนที่ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และมีความสุข ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ไม่ให้ถูกกระทบจากภัยคุกคามต่างๆ คุ้มครองกลุ่มที่เปราะบางด้อยโอกาสให้เข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ส่งเสริมเกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจ แต่กลับไม่มีรายได้เพียงพอ ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ต้องวางรากฐานให้ตั้งอยู่บนหลักของกฎกติกา ธรรมาภิบาล ให้สามารถเป็นหุ้นส่วนซึ่งกันและกัน เดินหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

โชว์ไอเดียเพิ่มบทบาทบนเวทีโลก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากประชาคมอาเซียนจะมีบทบาทอันเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกในอีก 10 ข้างหน้า ไทยขอเสนอให้อาเซียนพยายามหาวิธีส่งเสริมการประสานงานระหว่างกันในเรื่องการรักษาสันติภาพในกรอบสหประชาชาติ กระชับความร่วมมือระหว่างพลเรือนและทหารในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HADR) ได้อย่างทันท่วงที จัดตั้งศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนหรือ ACMM และส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและการพัฒนา การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

จากนั้นเวลา 11.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนรัฐสภาอาเซียนถึงความพร้อมที่ไทยจะร่วมมือกับสมัชชารัฐสภาอาเซียนในการสร้างประชาคมอาเซียนอย่างเต็มที่ ก่อนเข้าร่วมการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ABAC) โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะยึดมั่นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี ทั้งพหุภาคีและทวิภาคี และ ให้โอกาสทุกประเทศในอาเซียนเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน

ไปลังกาวีเตรียมหารือ ศก.3 ฝ่าย

ช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ออกเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปยังเกาะลังกาวี รัฐเคดาห์ เพื่อร่วมประชุมผู้นำอาเซียนอย่างไม่ไปเป็นทางการ ก่อนร่วมพิธีปิดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 26 และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์จะประชุมสุดยอดผู้นำกรอบความร่วมมือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย -ไทยครั้งที่ 9 (IMT-GT Summit) ที่เกาะลังกาวี ต่ออีกในวันที่ 28 เม.ย. และเดินทางกลับถึงยังท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) เวลาประมาณ 13.00 น. โดยมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ครม.ที่ทำเนียบรัฐบาลแทน

มาเลเซียจับตัวผู้ต้องสงสัยโยง “ไอเอส”

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจมาเลเซียได้จับผู้ต้องสงสัยเชื่อมโยงกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) 12 คน เป็นชายทั้งหมด อายุ 17-41 ปี พร้อมยึดวัตถุระเบิดได้จำนวนหนึ่งรวมทั้งสารแอมโมเนียไนเตรต 20 กก. และโปแตสเซียมไนเตรต 20 กก. ในช่วงเวลาที่มาเลเซียกำลังเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจะเป็นการวางแผนมุ่งโจมตีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนหรือไม่ รายงานข่าวระบุว่าแผนโจมตีข้างต้นเป็นการตอบรับข้อเรียกร้องของกลุ่มไอเอสที่ให้โจมตีกลุ่มประเทศอิสลามที่แยกศาสนจักรออกจากอาณาจักรที่ถูกมองเป็นศัตรูของไอเอส ทั้งนี้ที่ผ่านมามาเลเซียจับผู้ต้องสงสัยพัวพันกลุ่มไอเอสแล้ว 92 คน โดยยังมีชาวมาเลเซียเดินทางไปเข้าร่วมกองกำลังในซีเรียและอิรักอีก 39 คน

มติ กสท.เพิกถอนทีวีเสื้อแดง

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้มีมติ 4 ต่อ 1 ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีซของกลุ่ม นปช.แล้ว เนื่องจากมีเนื้อหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดเงื่อนไข คำสั่ง คสช.ที่ 97/2557 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา กสทช.ได้มีหนังสือถึงพีซทีวีให้ปิดสถานีเป็นเวลา 7 วันนับตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.58 และให้ออกอากาศได้ตามปกติเมื่อวันที่ 17 เม.ย.58 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า พีซทีวียังคงมีเนื้อหาออกอากาศที่เกี่ยวกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องจึงต้องมีมติให้สั่งเพิกถอนใบอนุญาต

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่าฝ่ายกฎหมายจะยื่นอุทธรณ์คัดค้านมติ กสท.หรือขอคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครอง เชื่อว่ามตินี้มาจากอำนาจที่เหนือ กสท.ที่มีธงจะเพิกถอน ไม่เข้าใจว่าสถานการณ์ที่จำเป็นต้องรับความเห็นที่หลากหลายเพื่อประโยชน์ของร่างรัฐธรรมนูญหรือการสร้างความปรองดอง แต่กลับปิดกั้นช่องทางแสดงความเห็นที่แตกต่าง แล้วแบบนี้บ้านเมืองจะเดินไปสู่ประชาธิปไตยได้อย่างไร

ยกฟ้อง “มัลลิกา” ว.5 โฟร์ซีซั่นส์

วันเดียวกันที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่น ประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาจากกรณี ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ ทำให้เสียชื่อเสียง ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการเบิก ความของพยานโจทก์แตกต่างกันซึ่งพยานที่ติดตามโจทก์ร่วมก็ไม่ได้อยู่ภายในห้องประชุมแต่นั่งรออยู่ด้านนอกห้องประชุมชั้น 7 รวมทั้งตัวโจทก์ร่วมและนักธุรกิจที่เข้าประชุมกับโจทก์ในวันดังกล่าว ไม่ได้มาเบิกความเป็นพยานต่อศาล จึงมีข้อพิรุธสงสัยว่าโจทก์ร่วมอยู่ในการประชุมด้วยหรือไม่ อีกทั้งโจทก์ร่วมไม่ได้แจ้งกำหนดการให้สื่อมวลชนทราบ จึงเป็นที่สงสัยแห่งสาธารณชนและไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมได้ออกมาชี้แจงหรือแถลงข่าวในกรณีดังกล่าวให้ทราบ จำเลยในฐานะประชาชนและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ย่อมมีสิทธิที่จะติชมการทำงานของรัฐบาลและสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้

แจงสละสิทธิ์ 30 บ. รัฐบังคับไม่ได้

เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านสังคม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ระบุให้คนรวยเสียสละไม่ใช้สิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อทำกุศลให้คนจนว่า เจตนารมณ์นายกฯ เป็นห่วงค่าใช้จ่ายหลักประกันสุขภาพที่มีจำนวนสูงมาก คนเข้ามาใช้เยอะมาก ไม่มี กลไกจัดการงบประมาณ ทำให้เป็นปัญหา จึงอยากให้คนที่มีรายได้ดีเสียสละให้กับคนที่จำเป็นจริงๆ เพราะคนที่มีสตางค์ก็ไม่ได้มาใช้สิทธิ์ตรงนี้อยู่แล้ว เลยอยากให้สละสิทธิ์เพื่อการกุศลถ้าไม่อยากใช้เงินหลวง และต้องสมัครใจ แต่ถ้ายังอยากใช้หลักประกันสุขภาพ 30 บาทอยู่ ในแง่กฎหมายรัฐบาลไปปฏิเสธหรือไปตัดสิทธิ์เขาไม่ได้

วอน “นายกฯ” ใช้ ม. 44 แก้ปัญหาสลาก

วันเดียวกันที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กลุ่มเครือข่ายปฏิรูปสลาก นำโดย นายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว แก้ปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งฯเกินราคาอย่างสร้างสรรค์ และขอคัดค้านร่างแก้ไข เพิ่มเติม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมขอให้นายกฯชะลอการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล แทนนายสมชัย สัจจพงษ์ ผ่านนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชน

ร้องรัฐบาลแก้ราคาปาล์มตกต่ำ

นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ แกนนำเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ พร้อมด้วยเกษตรกรเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เข้าพบนายอรุณ ไม้ทิพย์ พาณิชย์จังหวัดกระบี่ เพื่อหารือถึงราคาปาล์มตกต่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง จากที่รับซื้อจากเกษตรกรรายย่อย 2.7 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่โรงงานรับซื้อในราคา 3-3.50 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสาเหตุมาจากการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศ และโรงงานกดราคาหลังจากมีการนำเข้า ทำให้ราคาปาล์มร่วงลงอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้จังหวัดเสนอปัญหาราคาปาล์มไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว เพราะหากไม่รีบแก้ปัญหาจะมีเกษตรกรจำนวนมากออกมาเคลื่อนไหว

คยปท.ค้าน พ.ร.บ.ยางเอื้อนายทุน

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มแห่งประเทศไทย (คยปท.) กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯจะประชุมในวันที่ 29-30 เม.ย. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อหาข้อสรุปและแนวทางแก้ไขปัญหาผลผลิตตกต่ำ ส่วนโครงการมูลภัณฑ์กันชนหากเดินหน้าต่อก็จะต้องมีการแก้ไขการแทรกแซงยางข้นถ้วย ไม่ใช่แทรกแซงยางแผ่นดิบและยางรมควัน ซึ่งเป็นของกลุ่มทุน ขณะที่นายชญานินทร์ คงสง อดีตแกนนำกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราคนหนองหงส์ จ.นครศรีธรรมราช ประกาศเชิญชวนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราควนหนองหงส์ มาชุมนุมที่ตลาดเอกชัย สี่แยกควนหนองหงส์ ในวันที่ 28 เม.ย.เพื่อคัดค้าน พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุน

จี้เปิดเวทีอีกบิ๊กป้อมเชื่อไร้ปัญหาแน่ สปช.ยังขึงขังฟิตไม่เลิก อภิปรายร่างรธน. 7 วัน ไม่หนำใจ เล็งขอเปิดเวทีอีกรอบก่อนโหวตลงมติ พิสูจน์ใจ กมธ.ยกร่างฯรับฟัง-แก้ไขตามความเห็น สปช. หรือหูทวนลม... 28 เม.ย. 2558 07:35 28 เม.ย. 2558 07:41 ไทยรัฐ


advertisement