วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รวบยกแก๊ง! ปล้นสปาภูเก็ต หมอนวดร้านร่วมด้วย

รวบยกแก๊ง! ปล้นสปาภูเก็ต หมอนวดร้านร่วมด้วย

  • Share:

ตร.ภูเก็ต ใช้เวลากว่า 20 วัน ตามรวบ 4 คนร้าย ร่วมกันปล้นร้านสปากวาดเงิน 4 แสนลอยนวล ขยายผลมีพนักงานนวดทำหน้าที่ชี้เป้าให้ลงมือ สารภาพนำเงินไปไถ่-ซื้อทอง และปล่อยกู้....

จากกรณีเหตุ 3 คนร้ายเข้าปล้นร้านอิมพีเรียลสปา เลขที่ 97/355 ถ.วิรัชหงษ์หยก หมู่ 4 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 เม.ย.โดย 2 ใน 3 คนร้ายสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าบุกเข้ามาที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ พร้อมกับใช้ปืนและมีดขู่บังคับให้ส่งเงินกว่า 4 แสนบาท พร้อมบังคับลูกค้าชาวเกาหลีชายหญิงกว่า 10 คนที่กำลังรอใช้บริการห้ามส่งเสียง ก่อนจะหลบหนีไป จากนั้นตำรวจวิทยุสกัดจับรถจักรยานยนต์ของคนร้ายตามภาพวงจรปิดที่บันทึกนาทีที่ก่อเหตุไว้ได้ แต่ไร้วี่แวว เบื้องต้นตำรวจคาดว่า คนร้ายอาจเป็นพนักงาน หรืออาจเคยเป็นพนักงานในร้านสปาดังกล่าว จึงรู้ว่าจะมีการจ่ายเงินเดือนพนักงาน หรืออาจมีคนในร้านแจ้งข้อมูลให้กับคนร้ายเข้าบุกเข้าชิงเงินเดือนดังกล่าวไปทั้งหมด

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 27 เม.ย.ที่ร้านอิมพีเรียลสปา พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.พีระยุทธ์ การะเจดีย์ พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รอง.ผบภ.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.วิชิต พ.ต.อ.สมคิด บุญรัตน์ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ตแถลงข่าวจับกุม 4 คนร้ายบุกปล้นเงินเดือนพนักงานสปากว่า 4 แสนบาท และหลบหนีไปเมื่อค่ำวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.นางอนงค์นาถ ศิริวัฒนานุกูล หรือ ขวัญ อายุ 46 ปี พนักงานนวด 2.นายสนทญา ธนาวุฒิ หรือ สน อายุ 33 ปี แฟนหนุ่มนางอนงค์นาถ มีอาชีพรับเหมาทำประปา 3.นายพีรพล สุ่มงาน หรือ เป็น อายุ 22 ปี และ 4.นายชนัน แสวงวิทย์ หรือ โจโจ้ อายุ 21 ปี ลูกน้องนายสนทญา พร้อมของกลางทองรูปพรรณหนัก 6 บาท หมวกกันน็อก 2 ใบ เสื้อแจ็กเกตลายพรางทหาร 1 ตัว ถุงมือผ้า 2 คู่ รถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน อาวุธปืน 1 กระบอก 

พล.ต.ต.พชร กล่าวถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ว่า นางอนงค์นาถ ซึ่งเป็นพนักงานนวดอยู่ที่สปาดังกล่าว ทำหน้าที่ชี้เป้าให้คนร้ายที่เหลืออีก 3 คนลงมือก่อเหตุ เนื่องจากรู้ว่าวันใดที่เงินเดือนพนักงานจะออก และในวันเกิดเหตุ แคชเชียร์ของสปาจะมีเงินสดเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เหลือทำหน้าที่ขี่รถจักรยาน และยืนคุมเชิงไม่ให้ลูกค้าชาวเกาหลีที่รอใช้บริการส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออยู่ที่หน้าทางเข้าสปา และทำหน้าที่ใช้อาวุธปืน-มีดจี้บังคับพนักงานแคชเชียร์สาวให้ส่งซองเงินเดือนพนักงานให้ เมื่อได้เงินแล้วคนร้ายทั้ง 3 ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากนั้นได้แบ่งเงินสดกันก่อนแยกย้ายกัน ส่วนนางอนงค์นาถ ทำทีไม่รู้เรื่อง หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนขยายผล และรับสารภาพว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

จากนั้น ชุดสืบสวนได้ขยายผลติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลืออีก 3 คนกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด ส่วนเงินที่ได้ไป 4 แสนบาทได้แบ่งกัน บางส่วนได้นำไปไถ่ทองรูปพรรณที่จำนำไว้ และซื้อทองรูปพรรณใหม่ ส่วนที่เหลือบางส่วนนำไปปล่อยกู้ และใช้จ่ายหมดแล้ว จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ยกแก๊งในที่สุด จากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้