วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กันดั้มจอมหรู ทดสอบความสบายใน TOYOTA NEW ALPHARD / VELLFIRE 2015

กันดั้มจอมหรู ทดสอบความสบายใน TOYOTA NEW ALPHARD / VELLFIRE 2015

  • Share:

23 เมษายน 2558 ผมและเพื่อนๆ สื่อมวลชนสายยานยนต์กำลังอยู่ในรถยนต์อเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง Toyota Alphard V6 3.5V และ Toyota Vellfire 2.5V เป็นการขับขี่ทดสอบประสิทธิภาพของตัวรถรุ่นใหม่ทั้งสองโมเดลที่พกพาความหรูหราในระดับสุดขั้วสำหรับนักบริหาร นักการเมืองและเศรษฐีที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุดขณะเดินทาง นับเป็นการเข้ามาทำตลาดรถยนต์นั่งแบบอเนกประสงค์เพื่อสู้รบตบมือแย่งยอดขายกับผู้แทนจำหน่ายอิสระที่นำเข้า Toyota Alphard และ Toyota Vellfire โดยใช้เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าระดับ VIP ของแบรนด์สามห่วงที่ซื้อรถยนต์ทั้งสองรุ่นผ่านโชว์รูมของ Toyota Motor Thailand

ไม่ต้องบรรยายกันให้มากเรื่องสำหรับความหรูหราทั้งภายในและภายนอกของรถ MPV ทั้งสองโมเดล โดยเฉพาะ Toyota Alphard V6 3.5V ที่มีราคาค่าตัว 4.6 ล้านบาท แพงกว่า Mercedes Benz E300 BlueTEC Hybrid เกือบๆ 5 แสนบาท เรือนร่างภายนอกของ Toyota Alphard V6 3.5V มีกระจังหน้าและไฟหน้าคล้ายกับหุ่นยนต์กันดั้มจากเหลี่ยมมุมของกระจังหน้าและไฟหน้าแบบใหม่ ตัวถังที่เรียบลื่นไร้ตะเข็บรอยต่อของด้านข้างรถ Toyota Alphard V6 3.5V มีกระจกบังลมบานข้างที่กว้างขึ้น การออกแบบกระจกข้างให้เชื่อมโยงกับกระจกบานหลังทำให้ทรงแบบกล่องของรถตู้หรูรุ่นนี้ดูพิเศษกว่า Alphard รุ่นที่แล้ว ตำแหน่งของท่านั่งขับค่อนข้างสูง แม้จะปรับเบาะคนขับกดให้เตี้ยลงจนสุดก็ยังสูงโด่งอยู่ดี

การออกแบบลักษณะท่านั่งควบคุมรถใน Toyota Alphard V6 3.5V ทำให้ทัศนวิสัยมุมมองกว้างไกลราวกับกำลังนั่งขับอยู่ในปิกอัพยกสูงดีๆ นี่เอง เบาะคู่หน้าออกแบบให้มีความโอบกระชับที่บริเวณไหล่มากยิ่งขึ้น วัสดุพวกหนังแท้โทนสีน้ำตาลอ่อนที่ใช้ห่อหุ้มตัวเบาะนุ่มนิ่มนั่งสบาย เบาะคู่หน้าของ Toyota Alphard V6 3.5V ยังมีพัดลมระบายอากาศติดตั้งมาให้เพื่อเป่าลมเย็นเมื่อต้องจอดท่ามกลางแสงแดดจัดในช่วงปลายฤดูร้อนแบบนี้ พวงมาลัยแบบสี่ก้านหุ้มด้วยหนังแท้ปรับตั้งได้ทั้งไกล-ใกล้ สูง-ต่ำ ตำแหน่งของซุ้มเกียร์กับจอแสดงผลระบบสัมผัสออกแบบให้อยู่ในจุดที่มีความเหมาะสมเพื่อเชื่อมโยงอุปกรณ์ใช้งานให้เข้ากับตำแหน่งของคนขับซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการใช้อุปกรณ์ Sunroof กระจกไฟฟ้าแบบสองตำแหน่งทั้งที่ตอนหน้าและตอนกลางของตัวรถช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในด้านความรู้สึกที่โปร่งโล่ง ส่วนเบาะผู้โดยสารแถวที่สองนั้นพกพาความหรูและความสบายในระดับสุดขั้ว เบาะตอนกลางแบบคู่มีการใช้มอเตอร์ขนาดจิ๋วสำหรับการปรับตั้งท่านั่งโดยสาร หรือแม้แต่ปรับให้เอนเป็นโซฟาที่ใช้สำหรับนั่งเล่นหรือแม้แต่นอนหลับพักผ่อนขณะเดินทาง บรรยากาศของห้องโดยสารใน Alphard V6 3.5V ระดับเฟิร์สคลาส ทั้งวัสดุที่ใช้ตกแต่ง การจัดวางที่ละเอียดประณีต งานประกอบภายในที่เน้นความเรียบร้อยเป็นพิเศษชนิดที่รถหรูอย่าง BMW และ Mercedes Benz ยังแอบอิจฉา

TOYOTA ALPHARD 3.5V 2015

TOYOTA VELLFIRE 2.5V 2015 

มิติที่ใหญ่โตของ Alphard V6 3.5V ไม่ได้สร้างความลำบากยากเย็นให้กับการควบคุมแม้แต่น้อยเนื่องจากความโปร่งโล่งของมุมมองรอบคัน พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนแบบไฟฟ้าเข้ามาจัดการกับระยะของการหมุนให้มีความแม่นยำมากกว่าเดิมจากการพัฒนาปรับปรุงในเรื่องของระยะการหมุนผนวกความสามารถในการแปรผันน้ำหนักไปตามความเร็วที่ผกผันอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นรถตู้ไซส์อ้วนอวบตัวโต แต่สัมผัสของพวงมาลัยในรถคันนี้ดีขึ้นแบบเห็นๆ มิติความยาวที่ล่อกันถึง 4,915 มิลลิเมตร กับส่วนสูงแบบโย่งโก๊ะที่ 1,895 มิลลิเมตร บวกความกว้างที่ 1,850 มิลลิเมตร เป็นการออกแบบให้เจ้านี่มีพื้นที่สำหรับการใช้งานอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมจากความกว้างของภายใน เจ้าของรถที่ไม่ชอบขับเองจะนั่งได้ราวกับท่านขุนโดยมีเบาะผู้โดยสารสุดหรูในแถวที่สองซึ่งมีความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส เบาะแถวที่สองสำหรับเจ้าของและผู้บริหารนั้นนั่งได้สบายกว่าเบาะโดยสารของชั้นสูงสุดในเครื่องบิน Airbus A380 ซะอีก ท่านั่งที่ปรับได้อย่างครอบคลุมทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากจะขับเจ้า Alphard V6 3.5V สักเท่าไหร่ ความสบายแบบนั่งเป็นหลับของเบาะโดยสารตอนหลังทำให้เกิดการแย่งกันนั่งไปโดยปริยาย

ผมใช้ความเร็วเดินทางตามที่กฎหมายกำหนดคือไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทั้งๆ ที่แรงบิด 340 นิวตันเมตร กับเรี่ยวแรง 271 แรงม้าในเจ้านี่นั้นสามารถวิ่งในย่านความเร็วสูงที่ 160-180 กิโลเมตรได้อย่างสบายๆ โดยไม่ทำให้คนขับรู้สึกเครียดแต่อย่างใดทั้งสิ้น ช่วงล่างให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถโดยมีพวงมาลัยคอยเชื่อมโยงกับระบบรองรับแมคเฟอร์สันสตรัทที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเปลี่ยนจากช่วงล่างแบบคานแข็งมาเป็นแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนนุ่มนิ่มแต่ไม่ได้ย้วยจนเกินงาม ความมั่นคงที่เพิ่มมากขึ้นเกิดจากการออกแบบแพลตฟอร์มที่มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นโดยดึงเอาจุดด้อยของ Alphard รุ่นที่แล้วมาปรับแก้จนมีความลงตัว กำลังจากเครื่องยนต์แบบ V6 ปริมาตรความจุ 3,456 ซีซี เพียงแค่กดคันเร่งเบาๆ มันก็จะทะยานออกตัวอย่างฉับไว น้ำหนักตัวที่บานเบอะ 2,685 กิโลกรัม ไม่ได้สร้างภารกรรมให้กับเครื่องยนต์จากแรงบิดที่มีความโดดเด่นและครอบคลุมการใช้งานทั้งการขับเดินทางในเมืองหรือนำออกมาวิ่งทางยาวๆ บนไฮเวย์แบบนี้ รอยเครื่องยนต์ 2,100 รอบต่อนาทีที่ย่านความเร็วเดินทาง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ หากรู้จักใช้คันเร่งให้มีความเหมาะสม เจ้า Toyota Alphard V6 3.5V ก็ถือว่าเป็นรถคันโตที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงหรูหราใช้ได้

ระบบส่งกำลังของ Toyota Alphard V6 3.5V ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 6 สปีด Super ECT sequential shift มีตำแหน่งชิฟเกียร์เองแบบแมนนวลโดยใช้การผลักคันเกียร์มาทางขวา เกียร์ออโต 6 สปีดแบบกลไกฟันเฟืองของรถคันนี้มีการปรับอัตราทดใหม่หมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการขับและช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อใช้ความเร็วคงที่ในการเดินทาง เกียร์ 6 สปีดตัดต่อขึ้นลงเรียบราบลื่นไหลตามสไตล์ของชุดส่งกำลังยุคใหม่ใน Toyota ส่วนการตอบสนองเมื่อผลักคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง sequential shift +/- เกียร์ตอบสนองต่อการผลักขึ้น-ลง เพื่อลดหรือเพิ่มตำแหน่งเกียร์ได้อย่างว่องไว อารมณ์ของเกียร์ออโต 6 สปีดออกมาในแนวราบลื่นไร้รอยต่อ จากอัตราทดที่ลื่นไหลและครอบคลุมทุกๆย่านแรงบิดเพื่อทำให้มันเป็นรถที่ขับได้อย่างง่ายดาย น่าอิจฉาคนขับรถที่ได้ควบคุมจักรกลเดินทางแบบครอบครัวที่หรูหราคันนี้และน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของรถ Toyota Alphard ส่วนใหญ่นั้นไม่ค่อยจะนั่งในตำแหน่งคนขับโดยมักจะพึ่งพาความสะดวกสบายหรือหลับใหลอย่างเป็นสุขบนเบาะผู้โดยสารแถวที่สองมากกว่า หากได้ลองมาขับเจ้านี่รับรองว่าจะต้องติดอกติดใจในความสามารถและความง่ายในการควบคุมอย่างแน่นอนที่สุด

พรวดเดียวจากกรุงเทพฯมาถึงยังอำเภอปราณบุรีด้วย Toyota Alphard V6 3.5V ราคา 4.6 ล้านบาท กับ Toyota Vellfire 2.5V ราคา 3,399,000 บาท ใช้เวลาไป 3 ชั่วโมงครึ่งกับการนั่งขับนั่งโดยสารหรือนอนอยู่ในรถคันนี้ก็ยังเต็มไปด้วยความสบายในบรรยากาศของความหรูหรา สำหรับคนรวยและผู้บริหารรวมถึงนักการเมืองรวมถึงเจ้าของบริษัทที่ต้องนั่งทำงานอยู่ในรถระหว่างการเดินทางเพื่อจัดเตรียมเอกสารการประชุมหรือติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกผ่านระบบ infotainment ที่ฉลาดสุดๆ นั้น เจ้า Toyota Alphard V6 3.5V Toyota Vellfire 2.5V จะเหมาะมากสำหรับการใช้งาน ทั้งการขับด้วยตัวเองเดินทางร่วมกับครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือนั่งเท่ๆ ให้คนขับรถขับให้สำหรับวันทำงานอันรีบเร่ง รถทั้งสองโมเดลสำหรับปี คศ 2015 มีทุกอย่างเท่าที่คุณต้องการและมีอุปกรณ์บางอย่างเยอะแยะมากมายก่ายกองใช้กันไม่หมด เครื่องยนต์ V6 ของ Alphard และชุดส่งกำลังออโต 6 สปีดมีประสิทธิภาพสูงมากเกินพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ของ Toyota Vellfire กับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้ความสบายผ่องถ่ายอารมณ์ของความเนียนไปตลอดเส้นทาง

เรือนร่างหน้าตาแบบผู้ดีแนวไฮโซของรถตู้ระดับซุปเปอร์วีไอพีทั้งสองโมเดลนั้นกินกันไม่ลง อยู่ที่รักใครชอบแบบไหนมากกว่า หากชอบแนวป๋า เป็นผู้บริหารสูงวัยที่ชอบชี้นิ้วสั่งงานก็ต้องเลือกเจ้ากันดั้ม Alphard V6 3.5 ไปเลย ราคา 4.6 ล้านบาทหากได้อุปกรณ์ในระดับล้นรถก็ถือว่าไม่แพง เป็นการซื้อความสบายเนื้อสบายตัวเมื่อต้องเดินทาง ส่วน Vellfire เครื่อง 2.5 ลิตร ราคา 3,399,000 บาท นั้นเป็นที่นิยมอยู่แล้วสำหรับกลุ่มนักบริหารอายุน้อยสุดกระฉับกระเฉงที่ชอบความปราดเปรียวว่องไวคล่องแคล่ว ชอบนั่งชอบนอนในรถมากกว่าชอบขับเพื่อความสบายในการเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยว การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ดี เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังตลอดจนระบบรองรับอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ส่วนพวกอนุรักษนิยมที่ชอบความสามารถของ Toyota Alphard เวอร์ชั่นเครื่องยนต์ลูกผสมแบบ Hybrid เบนซินบวกมอเตอร์ไฟฟ้าจอมประหยัดคงต้องรอสักครู่ประมาณไตรมาสที่ 3 ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2558 กับกับการเปิดตัวรวมถึงราคาในรุ่น Hybrid ที่เปิดออกมาก่อนใครประมาณ 3,549,000 บาท

สำหรับความรู้สึกส่วนตัวของผมเกี่ยวกับการขับขี่ควบคุมรถทดสอบทั้งสองรุ่นนั้นแทบจะไม่มีจุดด้อยแม้แต่น้อย หลังจากที่ได้ลองขับลากยาวแบบทางไกลจากกรุงเทพฯไปอำเภอปราณบุรีในจังหวัดประจวบฯ แล้วขับย้อนกลับในวันรุ่งขึ้น มันมีดีไปคนแบบแต่คล้ายกันมากในด้านความหรูและความอเนกประสงค์ของการใช้งาน แต่ในใจของผมนั้นแอบเทให้กับเจ้ากันดั้มจอมหรู Alphard V6 3.5 จนหมดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยจริงๆ หากมีความต้องการที่จะเปลี่ยนรถตู้คันใหม่โดยเล็งประโยชน์จากการซื้อกับตัวแทนจำหน่ายโดยตรงอย่าง Toyota เจ้าของใหม่จะได้สิทธิประโยชน์ในการใช้งานระดับ 5 ดาวแบบ VIP เช่นการอัพเกรดตั๋วเครื่องบิน บริการรถรับส่งที่สนามบิน ห้องรับรองพิเศษระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบิน ส่วนลดพิเศษสำหรับการเช่ารถ เอกสิทธิ์เข้าพักตามโรงแรมและรีสอร์ตชั้นนำระดับ 5 ดาว การตรวจเช็กระยะทางมาตรฐาน แบบฟรีค่าแรง 100,000 กิโลเมตร กิจกรรมพิเศษจากโตโยต้าถึงลูกค้าของ Toyota Alphard และ Toyota Vellfire สิทธิประโยชน์จากร้านค้าชั้นนำสำหรับพวกผู้บริหารนักช็อป ฯลฯ เป็นนโยบายหลังการขายที่ครอบคลุมดูแลและเพิ่มสิทธิประโยชน์จากการซื้อกับตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องอย่าง Toyota Motor Thailand ที่เหนือกว่าการซื้อ Alphard และ Vellfire จากผู้นำเข้าอิสระแบบเห็นๆ แม้จะมีราคาสูงกว่าก็ตาม


เป้าหมายในการทำตลาดของรถยนต์ MPV พรีเมี่ยมทั้งสองรุ่น Toyota Alphard และ เป็นการขยายตลาดของแบรนด์สามห่วงในกลุ่มรถตู้แบบ VIP ที่บริษัทผู้นำเข้าอิสระเป็นเจ้าแห่งการทำตลาดมานานแสนนาน การเข้ามาเล่นเองของแบรนด์ผู้ผลิตอย่าง Toyota เนื่องจากยอดขายที่ดีของรถยนต์ประเภทนี้พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง เป็นการขยายฐานลูกค้าครอบคลุมไปยังกลุ่มผู้บริหารอายุน้อยที่ไม่ชอบขับรถเอง เน้นรถแบบ MPV ประตูไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีสูงและให้ความสะดวกสบายสูงสุดขณะเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยว

Toyota Motor Thailand (TMT) พยายามทำให้การเข้ามาทำตลาดเองในกลุ่มรถ MPV หรูประสบความสำเร็จมากที่สุด เช่น เพิ่ม Exclusive Spec โดยทำการปรับแต่งตัวรถให้มีอุปกรณ์และมีประสิทธิภาพสูงสำหรับการใช้งาน Toyota Alphard และ Toyota Vellfire ในประเทศไทย มีการปรับแต่งระบบระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพพอที่จะรองรับสภาพอากาศในประเทศไทยที่มีอุณหภูมิสูงตลอดปี โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนและระบบปรับอากาศที่ต้องรับภารกรรมการทำงานหนักมากกว่าการขับใช้งานในประเทศญี่ปุ่น วิศวกรของ Toyota ได้ทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ยานยนต์ Alphard และ Vellfire โดยเฉพาะ Alphard Hybrid ในสภาพการขับขี่ใช้งานจริงโดยเน้นไปที่อุณหภูมิที่จะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์และระบบปรับอากาศโดยมีการปรับแต่งให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทย รวมไปถึงเคลือข่ายศูนย์บริการของ Toyota ที่มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง ลูกค้าที่ขับรถทั้งสองรุ่นสามารถเข้ารับบริการได้จากเครื่องมือและช่างที่มีมาตรฐานเดียวกันในทุกๆ ศูนย์บริการ

Toyota Alphard V6 3.5V และ Toyota Vellfire 2.5V ในกลุ่มเครื่องยนต์ความจุไม่เกิน 3.5 ลิตร มีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้นเพื่อการตอบสนองต่อการขับขี่และในเรื่องของการประหยัดเชื้อเพลิงกับการลดมลพิษจากการปรับแต่งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังใหม่หมด ในส่วนของโครงสร้างมีการปรับปรุงเรื่องของช่วงล่างใหม่ให้ความสะดวกสบายในการเดินทางและให้ความมั่นใจในการควบคุม สำหรับรถ Toyota Alphard รุ่น Hybrid เวอร์ชั่นล่าสุด 2015 ทาง Toyota Motor Thailand (TMT) แจ้งว่า จะทำการเปิดตัวรถ MPV ระดับสูงประมาณเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้ สำหรับแบตเตอร์รี่ในระบบ Hybrid ของ Toyota Alphard เครื่องยนต์ลูกผสมเบนซินบวกมอเตอร์ไฟฟ้าได้รับการปรับปรุงในด้านความจุและอายุการใช้งาน โดยเฉพาะการใช้งานในสภาพอากาศร้อนชื้นในประเทศไทย ในส่วนของ Toyota Vellfire 2.5V วางเครื่องยนต์ใหม่เป็นเครื่องยนต์เบนซินรหัส 2AR-FE 2,494 ซีซี 180 แรงม้า แรงบิด 235 นิวตันเมตร พร้อมระบบ Auto Start/Stop รองรับเชื้อเพลิงทางเลือกแบบ E20 ส่วน Toyota Alphard V6 3.5V เป็นเครื่องยนต์เบนซินสมรรถนะสูงแบบ V6 รหัส 2GR-FE ปริมาตรความจุ 3,456 ซีซี 271 แรงม้ากับแรงบิดที่ 340 นิวตันเมตร มาตรฐานมลพิษ EURO-5

ระบบ Auto Start-Stop ใน Toyota Vellfire เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัด วิศวกรของ Toyota จึงวางพื้นฐานของเครื่องยนต์ให้เน้นไปที่ความประหยัดเชื้อเพลิงเป็นพิเศษ ระบบรองรับของรถยนต์ทั้งสองโมเดลใช้แบบดับเบิ้ลวิชโบนที่ด้านหลังซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นที่แล้วที่ใช้ช่วงล่างหลังแบบทอร์ชั่นบีมซึ่งกินพื้นที่ ช่วงล่างด้านหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบนยังเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระ เนื่องจากมีขนาดไม่ใหญ่เหมือนช่วงล่างแบบคานแข็งในรุ่นที่ผ่านมา ช่วงล่างแบบดับเบิ้ลวิชโบนใน Alphard และ Vellfire สามารถคงมุมแคมเบอร์ให้ตั้งฉากกับแนวราบของพื้นถนน ทำให้มีการยึดเกาะที่ดีและให้ความนุ่มนวลขณะนั่งโดยสาร ห้องโดยสารมีการหุ้มด้วยวัสดุป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกทั้งเสียงลมปะทะตัวรถและเสียงยาง เพิ่มฉนวนกันเสียงในส่วนต่างๆ ของตัวรถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเสียง

มิติตัวถังของ Toyota Alphard V6 3.5V และ Toyota Vellfire 2.5V มีสัดส่วนความสูงลดลงเล็กน้อยเพื่อความปราดเปรียวสมส่วนสไตล์รถ MPV พรีเมี่ยม มิติตัวถังยาว 4,925 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 55 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อหน้า-หลัง 3,000 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นอีก 50 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างอยู่ที่ 1,850 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นอีก 20 มิลลิเมตร สัดส่วนความสูงอยู่ที่ 1,890 มิลลิเมตร ลดลง 10 มิลลิเมตร ระยะห่างฐานล้อหน้า 1,600 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 20 มิลลิเมตรและระยะห่างฐานล้อหลังที่ 1,595 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 20 มิลลิเมตรเท่ากับฐานล้อหน้า การขยับสัดส่วนของฐานล้อให้กว้างขึ้นส่งผลไปถึงการทรงตัวและการควบคุมที่ดีขึ้น รวมถึงการตอบสนองของพวงมาลัยไฟฟ้าก็มีความแม่นยำเพิ่มขึ้นอีกด้วย

รูปลักษณ์ภายนอกของ Toyota Alphard V6 3.5V รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี ค.ศ. 2015 มีการเปลี่ยนแปลงกันพอสมควรเพื่อยกระดับความหรูและมุมมองที่ลงตัว กระจังหน้าแบบใหม่พร้อมด้วยไฟตัดหมอกทรงกลม ไฟหน้าแบบ LED Daytime Runung Light พร้อมด้วยไฟ DRL กระจกมองข้างติดตั้งเลนส์ไฟเลี้ยวในตัวแบบโครเมี่ยม ล้ออัลลอยลายใหม่ขอบ 18 นิ้วในรุ่น V6 3.5V ส่วนรุ่น Hybrid เป็นล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์ใหม่ที่ลงตัวกับสัดส่วนบั้นท้าย โดยเฉพาะหลอดไฟท้าย LED และหลอดไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED มีอายุการใช้งานทนทานยาวนานกว่าหลอดไฟแบบปกติถึง 5 เท่า นักออกแบบของ Toyota ยังมีการดีไซน์ให้กระจกแถวที่สามเชื่อมต่อกับกระจกหลังได้อย่างลงตัว ส่วนสีของ Toyota Alphard V6 3.5V และ Alphard Hybrid มีให้เลือกสามสี คือ

Luxury White Pearl (086)
White Pearl (070)
Black (202)

สีของ Toyota Vellfire 2.5V มีให้เลือกสามสี คือ
Burning Black (222)
Silver (1F7)
White Pearl (070)

ห้องโดยสารของ Toyota Alphard V6 3.5V และ Toyota Vellfire 2.5V มีการเพิ่มความกว้างระหว่างเบาะผู้โดยสารแถวที่หนึ่งและสองอีก 36 มิลลิเมตร ออกแบบให้เพิ่มความกว้างของบานประตูแบบสไลด์ให้สามารถเปิดได้กว้างมากยิ่งขึ้นอีก 70 มิลลิเมตร เพิ่มความยาวของมือจับประตูในเบาะผู้โดยสารแถวที่สองเพื่อความสะดวกสบายขณะเข้าหรือออกจากห้องโดยสาร พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 4 ก้านพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง ระบบโทรศัทพ์และการควบคุมปรับตั้งระบบตั้งความเร็วแบบอัตโนมัติ Cruise Control เบาะผู้โดยสารตอนหน้าและเบาะคนขับปรับตั้งด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 2 ตำแหน่ง รวมถึงเบาะผู้โดยสารแถวที่สองก็ยังเป็นเบาะโดยสารขนาดใหญ่แบบคู่ที่มอบความสบายขณะนั่งโดยสารด้วยหนังแท้ที่ใช้ห่อหุ้มกับระบบปรับเอนเบาะด้วยไฟฟ้า ช่องเก็บของกระจุกกระจิกข้างพนักพิง ที่วางแก้วน้ำแบบพับเก็บได้ ช่องใส่โทรศัพท์มือถือด้านข้าง โต๊ะกลางแบบพับเก็บได้สำหรับผู้บริหารที่ต้องนั่งเตรียมงานหรือเอกสารก่อนการประชุม เบาะแถวที่สองยังมีเบาะรองขาปรับด้วยไฟฟ้ามาช่วยอำนวยความสบายขณะเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี เบาะแถวที่สองมีความกว้างมากขึ้นอีก 100 มิลลิเมตร และสูงขึ้นอีก 50 มิลลิเมตร เพื่อความสะบายตัวในการนั่ง

ระบบให้ความบังเทิงเริงรมย์ใน Toyota Alphard V6 3.5V มีจอภาพมัลติฟังก์ชั่น LED ขนาด 8 นิ้ว สั่งงานด้วยระบบสัมผัสไปที่หน้าจอลำโพงคุณภาพสูงของ JBL 17 ตำแหน่ง จอหลังขนาด 9 นิ้วพร้อมเครื่องเล่น Blu-Ray และช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้ความบันเทิง หลังคาแบบซันรูฟสองส่วน ที่ส่วนหน้าสำหรับเบาะผู้โดยสารตอนหน้าและซันรูฟหลังสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง หลังคากระจกของ Toyota Alphard V6 3.5V สั่งงานเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมม่านป้องกันแสงแดด ในส่วนของเพดานหลังคายังมีการติดตั้งหลอดไฟเพดานแบบ LED เพื่อสร้างบรรยากาศให้กับห้องโดยสารของ Toyota Alphard V6 3.5V ไฟซ่อนฝ้าในห้องโดยสารสามารถปรับระดับความสว่างได้ 4ระดับ โดยมีเฉดสีของหลอดไฟ LED ให้เลือกใช้ 6 เฉดสี ไฟอเนกประสงค์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังปรับความสว่างได้ 3 ระดับ

ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลแยกโซน โดยแบ่งเป็นสามโซนแยกอิสระออกจากกัน ทำให้ผู้โดยสารสามารถปรับความเย็นในตำแหน่งที่นั่งให้มีความเหมาะสมกับความต้องการ ระบบฟอกอากาศ Nanoe สำหรับเครื่องปรับอากาศตอนหน้าและหลัง แผงควบคุมระบบปรับอากาศที่คอนโซลกลางแบบระบบสัมผัสแยกซ้าย-ขวา ส่วนแผงควบคุมระบบปรับอากาศของผู้โดยสารตอนกลางพร้อมระบบควบคุมไฟส่องสว่าง ในส่วนของช่องเก็บของด้านล่างของเบาะแถวที่สามที่เพิ่มเข้ามาให้ใช้งานจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบของระบบกันสะเทือนจากเดิมที่เคยเป็นแบบทอร์ชั่นบีมซึ่งค่อนข้างกินพื้นที่มาเป็นดับเบิ้ลวิชโบนทำให้มีพื้นที่ใต้เบาะหลังพอเพียงสำหรับการใส่สัมภาระที่มีปริมาตรเพิ่มเข้ามาถึง 147 ลิตร หากพับเบาะโดยสารแถวที่สามจะสามารถใส่ถุงกอล์ฟได้ถึง 6 ใบ

เทคโนโลยีความปลอดภัยใน Toyota Alphard V6 3.5V และ Toyota Vellfire 2.5V ประกอบด้วย

ไฟเตือนคนเดินเท้าเมื่อถึงทางแยก (Cornering Lamp)
ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Runing Light)
ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ( SRS Airbag มาตรฐาน NCAP-5)
ระบบควบคุมการขับขี่อัจริยะ ( VDIM Vehicle Dynamics Integrated Management)
ระบบเบรค ABS (anti lock brake system)
ระบบเบรค BA (brake assist)
ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (vehicle stability control)
ระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ TRC (traction control system)
ระบบบังคับเลี้ยว EPS (electric power steering)
ระบบควบคุมการทรงตัวอัจริยะ EPS-VSC (steering assisted vehicle stability control)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (hill-start assist control)
กล้องมองหลังจอสีพร้อมระนาบเส้นกะระยะแจ้งเตือน
สัญญาณเตือนกะระยะที่มุมกันชน ด้านหน้า 2 จุด ด้านหลัง 4 จุด

ราคา
TOYOTA VELLFIRE 2.5V - 3,399,000 บาท
TOYOTA ALPHARD HYBRID 2.5 - 3,549,000 บาท
TOYOTA ALPHARD 3.5V - 4,649,000 บาท (คันทดสอบ)

TOYOTA ALPHARD 3.5V 2015 SPECIFICATIONS
เครื่องยนต์............................................เบนซินแบบ V6 24 วาล์ว DOHC Dual VVT-i
ปริมาตรความจุ....................................
กระบอกสูบxช่วงชัก..............................94.0 มิลลิเมตร x 83.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด................................10.8:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง................................หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI
กำลังสูงสุด...........................................202 กิโลวัตต์ 271 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.........................................340 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที
ระบบเชื้อเพลิง.......................................E10
ความจุถังเชื้อเพลิง................................75 ลิตร
มาตรฐานมลพิษ....................................EURO-5
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า...............................................อิสระแมคเฟอร์สันสตรัท สปริงโช้คอัพและเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง...............................................ดับเบิ้ลวิชโบน
ระบบส่งกำลัง.......................................เกียร์อัตโนมัติทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 6 สปีด
ระบบบังคับเลี้ยว..................................แรคแอนพีเนียนพร้อมพวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันตามความเร็ว electric power steering
ระบบเบรก
ด้านหน้า.................................................ดิสเบรก
ด้านหลัง.................................................ดิสเบรก
ล้อและยาง.............................................ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว ยาง 235/50R18
มิติตัวถัง
ความยาว...............................................4,915 มิลลิเมตร
ความกว้าง.............................................1,850 มิลลิเมตร
ความสูง..................................................1,895 มิลลิเมตร
ความยาวช่วงล้อ.....................................3,000 มิลลิเมตร
ความกว้างช่วงล้อ หน้า-หลัง...................1,575-1,570 มิลลิเมตร
ระยะยื่น หน้า-หลัง...................................880-1,035 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง.......................160 มิลลิเมตร
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด................................5.8 เมตร
น้ำหนักตัวรถ...........................................2,685 กิโลกรัม

TOYOTA VELLFIRE 2.5V 2015 SPECIFICATIONS
เครื่องยนต์............................................เบนซินแบบแถวเรียง 4สูบ 16 วาล์ว DOHC Dual VVT-i
ปริมาตรความจุ....................................2494 ซีซี
กระบอกสูบxช่วงชัก..............................90.0 มิลลิเมตร x 98.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด................................10.4:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง................................หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI
กำลังสูงสุด...........................................134 กิโลวัตต์ 180 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.........................................235 นิวตันเมตร ที่ 4,100 รอบต่อนาที
ระบบเชื้อเพลิง.......................................E20
ความจุถังเชื้อเพลิง................................75 ลิตร
มาตรฐานมลพิษ....................................EURO-5
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า...............................................อิสระแมคเฟอร์สันสตรัท สปริงโช้คอัพและเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง...............................................ดับเบิ้ลวิชโบน
ระบบส่งกำลัง.......................................เกียร์อัตโนมัต CVT sequential shift
ระบบบังคับเลี้ยว..................................แรคแอนพีเนียนพร้อมพวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันตามความเร็ว electric power steering
ระบบเบรก
ด้านหน้า.................................................ดิสเบรก คาร์ลิปเปอร์เบรกอัลลอย
ด้านหลัง.................................................ดิสเบรก คาร์ลิปเปอร์เบรกอัลลอย
ล้อและยาง.............................................ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว ยาง 235/50R18
มิติตัวถัง
ความยาว...............................................4,930 มิลลิเมตร
ความกว้าง.............................................1,850 มิลลิเมตร
ความสูง..................................................1,895 มิลลิเมตร
ความยาวช่วงล้อ.....................................3,000 มิลลิเมตร
ความกว้างช่วงล้อ หน้า-หลัง...................1,575-1,570 มิลลิเมตร
ระยะยื่น หน้า-หลัง...................................895-1,035 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง.......................160 มิลลิเมตร
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด................................5.8 เมตร
น้ำหนักตัวรถ...........................................2,590 กิโลกรัม

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้