วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ขออย่ายอมแพ้ แม้เสียหาย! เช็ก 5 แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต เนปาลงดงามไม่มีวันตาย

ยอดผู้เสียชีวิตยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินวิปโยคของประเทศเนปาลเมื่อวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยแผ่นดินไหวในครั้งนี้มีความรุนแรงและสั่นสะเทือนมากถึง 7.9 แมกนิจูด ไม่เพียงแต่คร่าชีวิตผู้คนไปนับพัน แต่โบราณสถานซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ก็ถล่มราบจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้

เชื่อว่าขณะนี้มีความร่วมมือกันจากหลายประเทศ ในการระดมสรรพกำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล รวมถึงช่วยเหลือคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ที่นั่นด้วย ส่วนในเรื่องโบราณสถาน ศาสนสถานของฮินดู ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ก็พบว่าเสียหายอย่างหนักจนประเมินค่าไม่ได้ เพราะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่ไม่สามารถปลูกสร้างทดแทนได้

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอเกาะกระแสพาไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันสำคัญของเนปาล รวมถึงบางแห่งที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ว่าหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินพิโรธครั้งรุนแรงมากที่สุดในรอบกว่า 80 ปี สภาพของแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวเป็นอย่างไรบ้าง

1. Kathmandu Durbar Square

จัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์ (Kathmandu Durbar Squrare) ตั้งอยู่ที่เมืองกาฐมาณฑุ ซึ่งเป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองเก่าแก่ของเนปาล เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่ง ที่นักเดินทางพร้อมใจกันแห่มาเที่ยวชมความงดงามกันไม่ว่างเว้นในแต่ละปี สถานที่แห่งนี้ประกอบไปด้วยวัดและปราสาทที่เก่าแก่ ซึ่งแสดงภาพความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชาวเนปาล เนื่องจากเป็นสถานที่ไว้สำหรับทำพิธีราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์เนปาล โดยจัตุรัสแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2522

หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวเขย่าเนปาล ทำให้จัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์ เสียหายอย่างหนัก อาคารสถาปัตยกรรมต่างๆ พังทลายลงมาจนเกือบหมด และยังมีรายงานว่าเป็นจุดที่พบผู้เสียชีวิตที่เป็นนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

2. Dharhara Tower

หอคอยดาฮารา (Dharhara Tower) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล หอคอยแห่งนี้เป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ราวๆ ปี พ.ศ. 2375 โดยนายกรัฐมนตรีเนปาล Bhimsen Thapa ตัวอาคารมีขนาด 9 ชั้น สูงเกือบ 63 เมตร ภายนอกเป็นสีขาว สถาปัตยกรรมของอาคารได้รับการออกแบบในสไตล์โมกุลและยุโรป มีรูปปั้นพระศิวะขนาดเล็กตั้งอยู่ด้านบนของหอคอย ภายในมีบันไดเวียนกว่า 200 ขั้น เพื่อเดินขึ้นไปชมวิวบนยอดหอคอย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวชม

หลังจากแผ่นดินไหว ทีมกู้ภัยเนปาลเข้าไปสำรวจดูสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหอคอยดาฮารา ที่มีอายุกว่า 183 ปีแห่งนี้ พบว่ามันทรุดพังลงมากลายเป็นซากจากความสูง 50.5 เมตร พังเหลือเพียงแค่ 10 เมตรเท่านั้น ทั้งยังมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตในบริเวณนี้เป็นจำนวนมากเช่นกัน

3. Patan Durbar Square

ปาตัน เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำพัคมาตี อยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 5 กิโลเมตร สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ช่วงศตวรรษที่ 3 ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองคู่แฝดของกรุงกาฐมาณฑุ ได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งความงาม และยังถูกกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะอีกด้วย

ที่นี่ถือเป็นนครโบราณที่ยังมีชีวิต นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลเดินทางมาชมความงดงาม ภายในเมืองเต็มไปด้วยวัดทางศาสนาฮินดูและสิ่งปลูกสร้างในพุทธศาสนา มีสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองชิ้นเอกแบบเนวารี มีถนนโบราณตัดตามแนวเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตก แบ่งเมืองออกเป็น 4 ส่วน โดยมีจัตุรัสปาตัน ดูร์บาร์ และพระราชวังปาตันเป็นศูนย์กลาง จัตุรัสแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง

หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างหนัก พบว่าบริเวณจัตุรัสดูร์บาร์ ปาตัน ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน

4. สถูปสวายัมภูนาถ

สถูปสวายัมภูนาถ (Swayambhunath) เป็นเจดีย์ของชาวพุทธที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ว่ากันว่ามีอายุถึง 2,000 ปีเลยทีเดียว สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามานะเทวะ ในปี พ.ศ. 936 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือ ส่วนตรงฐานของสถูปซึ่งมีดวงตาเห็นธรรม หรือ Wisdom Eyes ของพระพุทธเจ้าอยู่โดยรอบทั้ง 4 ด้าน

หากมาเที่ยวที่นี่ นักท่องเที่ยวจะสามารถชมทัศนียภาพของตัวเมืองกาฐมาณฑุได้โดยรอบจากลานพระเจดีย์จากบนภูเขาแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน วัดแห่งนี้ถือกันว่าเป็นจุดกำเนิดของหุบเขากาฐมาณฑุตามความเชื่อของชาวพุทธ มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธและศาสนาฮินดูอย่างกลมกลืน อีกทั้งที่นี่ยังเป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญแห่งหนึ่งของทั้งชาวพุทธและชาวฮินดู ตั้งอยู่บนไหล่เขาปัชมาชาลา (Padmachala) เป็นหนึ่งในวัดพุทธนิกายมหายานที่นักแสวงบุญเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์

หลังจากเกิดเหตุสะเทือนใจคราวนี้ เจดีย์สวายัมภูนาถก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้ว่าตัวเจดีย์จะอยู่รอดปลอดภัยดี แต่อาคารและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบพังทลายลงมาเกือบทั้งหมด แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม

5. Mount Everest

ยอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest) เป็นยอดเขาปราบเซียนที่นักปีนเขาจากทั่วทุกมุมโลกหลงใหล เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวแนวผจญภัยแทบทุกคนเดินทางมาวัดใจกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากถึง 8,848 เมตร เป็นจุดแบ่งพรมแดนระหว่างประเทศเนปาลและทิเบต

คนทั่วไปจดจำชื่อเอเวอเรสต์ได้ในฐานะยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก แต่สำหรับชาวเชอร์ปา (Sherpa) และนักปีนเขา (climber) บางคนแล้ว ยอดเขาเอเวอเรสต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดที่สูงที่สุดบนพื้นโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายสูงสุดในชีวิตพวกเขาด้วย การไปให้ถึงยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่ถ้าใครพิชิตยอดเขาแห่งนี้ได้ ว่ากันว่านั่นคือการได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษยชาติได้ในที่สุด

แม้ว่ายอดเขาอันสูงตระหง่านแห่งนี้จะไม่ได้พังทลายหายไป แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ก็ทำให้หิมะบนยอดเขาถล่มลงมาครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีนักปีนเขาเสียชีวิตหลายสิบคน โดยหนึ่งในนั้นเป็นบุคคลสำคัญของโลกอย่าง แดน เฟรดินเบิร์ก (Dan Fredinburg) วัย 33 ปี ผู้บริหารระดับสูงของกูเกิล ที่ได้รับการยืนยันเสียชีวิตบนยอดเขาเอเวอเรสต์ในวันเสาร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ติดค้างอยู่บนเบสแคมป์อีกจำนวนมาก

สิ่งปลูกสร้าง โบราณสถานต่างๆ ที่ทลายลงมาอาจจะไม่สามารถบูรณะให้กลับมาเหมือนเดิมได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าในตอนนี้คือการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงค้นหาผู้เสียชีวิต ส่วนความคืบหน้ารวมถึงความช่วยเหลือต่างๆ ที่จะเข้าไปถึงชาวเนปาล คงต้องรอติดตามกันต่อไป ยังไงก็ขอเอาใจช่วยให้ชาวเนปาลผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ในเร็ววัน


ขอบคุณภาพ : BBC NEWSHumble

ยอดผู้เสียชีวิตยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินวิปโยคของประเทศเนปาลเมื่อวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยแผ่นดินไหวในครั้งนี้มีความรุนแรงและสั่นสะเทือนมากถึง 7.9 แมกนิจูด ไม่เพียงแต่คร่าชีวิตผู้คนไปนับพัน แต่โบราณ 27 เม.ย. 2558 14:12 28 เม.ย. 2558 10:05 ไทยรัฐ