วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โปลิศจับตำรวจ! 6 นายจากอุดรฯ ไปเรียกค่าไถ่คนลาวที่หนองคาย

ผู้การหนองคายซ้อนแผนจับกุม รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมพวกเป็น ตร.6 คน พลเรือน 3 หลังมีชาวลาวเข้าขอความช่วยเหลือว่า ตร.จับแม่และน้องชายเรียกค่าไถ่ อ้างขยายผลยาบ้า ผบช.ภ.4 รุดสอบปากคำ แจ้ง 7 ข้อหา พร้อมให้ออกจากราชการไว้ก่อน...

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 26 เม.ย. 58 ที่ลานรับฝากรถตรงข้ามวัดจันทรสามัคคี ใกล้กับด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อ.เมือง จ.หนองคาย พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.จว.หนองคาย พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัครพงศ์ พิมลศิริ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กรองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.จักราวุธ จงศิริ ผกก.สส.ภ.จ.หนองคาย พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.หนองคาย ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย จำนวนกว่า 60 นาย เข้าทำการจับกุมผู้ต้องหา ประกอบด้วย

1.ร.ต.อ.สุรพัศ เพ็ญศรี อายุ 34 ปี รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พักอยู่ที่สาธิตคอนโด ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี 2. ร.ต.ท.พีระพงษ์ ตรีพงษ์ อายุ 37 ปี รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี อยู่บ้านเลขที่ 299/1 หมู่บ้านพัดชา 2 ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย 3.ร.ต.ต.สมเด็จ สุขรมย์ อายุ 54 ปี รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี อยู่บ้านเลขที่ 6/5 ถนนบริเวณสถานีตำรวจ ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี 4.ด.ต.ปกรณ์ สุขประเสริฐ อายุ 45 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี อยู่บ้านเลขที่ 47/1 หมู่ 8 ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี 5. ด.ต.ชัยณรงค์ อรดี อายุ 48 ปี ผบ.หมู่ จร.สภ.เมืองอุดรธานี ที่อยู่ 8/27 บ้านพักตำรวจ สภ.อุดรธานี 6. ด.ต.วีระวัฒน์ ตานุชนม์ อายุ 42 ปี ผบ.หมู่ (สส.) สภ.เมืองอุดรธานี ที่อยู่เลขที่ 189/5 หมู่ 6 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

7.นายธวัชชัย ทิพสุภา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 403/12 ม.1 ซ.บ้านหนองบัว ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ตำรวจอาสา 8. นายตี๋ อาจสุวรรณ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 6 ซอยบ้านเดื่อ ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี และ 9. น.ส.พัชรมัย พรหมวิชลัย อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 7 บ้านหนองลุมพุก ต.ท่าศิลา อ.ส่องดาว จ.สกลนคร พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้น 7 กระบอก ซองกระสุนและกระสุนขนาดต่างๆ จำนวนมาก อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก เงินสด 300,000 บาท ยาบ้า 108 เม็ด ยาไอซ์ 18 ถุงเล็ก บรรจุในถุงพลาสติกไม่ทราบน้ำหนัก รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเทา ทะเบียน บษ 5977 อุดรธานี รถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีดำ ทะเบียน บม 1672 ร้อยเอ็ด และรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน กท 9951 อุดรธานี 1 คัน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 เม.ย.58 ได้มีท้าวดวงคำ ตันทะแก้ว อายุ 60 ปี และนางพวงมาลี ตันทะแก้ว อายุ 20 ปี สองพ่อลูก อยู่เมืองสีโคดตะบอง สปป.ลาวเข้าพบ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.หนองคาย เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยแจ้งว่า เมื่อเย็นของวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา นางบัวจัน ตันทะแก้ว อายุ 55 ปี และท้าวพอนสะหวัน ตันทะแก้ว อายุ 14 ปี แม่และน้องชายของตน ได้เดินทางมาที่จังหวัดหนองคาย แต่ได้ถูกกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี จับกุม พร้อมตั้งข้อหาพัวพันยาเสพติด ทั้งๆ ที่ตนและครอบครัวไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลยแม้แต่น้อย ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าวได้ให้แม่ของตนโทรศัพท์มาหา และให้นำเงินจำนวน 2 ล้านบาทไปไถ่ตัว มิฉะนั้น จะนำตัวแม่และน้องชายไปส่งที่สถานีตำรวจ ด้วยความกลัวว่าแม่และน้องชายจะได้รับอันตราย จึงได้เข้าขอความช่วยเหลือจาก ผบก.ภ.จว.หนองคาย

ทราบดังนั้น ทาง พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.จว.หนองคาย จึงได้วางแผนเข้าให้ความช่วยเหลือแม่ลูกชาวลาวและจับกุมคนร้าย โดยได้ให้นางพวงมาลี ทำทีโทรศัพท์ต่อรองค่าไถ่จากกลุ่มคนดังกล่าว กระทั่งตกลงค่าไถ่เหลือ 3 แสนบาท และนัดจ่ายเงินค่าไถ่กันในเวลา 19.00 น. ที่ลานจอดรถตรงข้ามวัดจันทรสามัคคี ใกล้กับด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อ.เมืองหนองคาย

เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ได้ปลอมตัวเป็นคนขับรถแท็กซี่ พานางพวงมาลีพร้อมเงินสด 3 แสนบาทไปยังจุดนัดหมาย จนถึงลานจอดรถ ได้พบกลุ่มคนดังกล่าว พร้อมท้าวพอนสะหวัน อยู่ในรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียน บษ 5977 อุดรธานี และรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน บม 1672 ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดักซุ่มอยู่ จึงได้เข้าแสดงตัวจับกุม นอกจากนี้ ยังพบยาบ้า 108 เม็ด กับยาไอซ์ด้วย

ต่อมา ร.ต.อ.สุรพัศ เพ็ญศรี รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีเทา หมายเลขทะเบียน กท 9951 อุดรธานี เดินทางมาพร้อมกับนางบัวจัน โดยยืนยันว่าตนกับพวกอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการขยายผลการจับกุม จึงได้เชิญตัวไปให้ปากคำที่ สภ.เมืองหนองคาย

ขณะที่ นางบัวจัน ตันทะแก้ว ชาวลาวที่ถูกจับตัวไป เล่าว่า ตนพาลูกชายมาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองหนองคาย ต่อมาได้มีท้าวทองคนรู้จักที่ประเทศลาว โทรศัพท์มาหา บอกว่าจะมีคนฝากของมาให้ วานช่วยถือมาให้ด้วย จากนั้นไม่นาน น.ส.พัชรมัย หนึ่งในผู้ต้องหา ก็เดินเข้ามาหาแล้วยื่นของให้ ตนจึงรับมา แล้วเดินทางพร้อมกับลูกชายมายังด่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว

ขณะกำลังจะซื้อตั๋วโดยสารรถข้ามสะพาน ก็ถูกตำรวจเข้าจับกุม ระบุว่าตนมีสิ่งของผิดกฎหมาย โดยได้ตรวจค้นพบว่าห่อของที่ น.ส.พัชรมัย ให้มา มีเงินสดจำนวน 60,000 บาทอยู่ ซึ่งตำรวจที่จับกุม บอกว่าตนนำเงินจำนวนมากออกนอกประเทศ แถมยังบอกว่าถ้าไม่อยากถูกดำเนินคดีให้ติดต่อญาตินำเงินมา 2 ล้านบาทเป็นค่าไถ่ตัว ก่อนจะพาตนกับลูกขึ้นรถไปยังรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย แล้วบังคับให้ตนถ่ายรูปคู่กับยาบ้า ระหว่างนั้นก็ให้ติดต่อญาตินำเงินมาให้ได้ ตนจึงโทรศัพท์ไปหา ท้าวดวงคำ ตันทะแก้ว สามี เล่าเรื่องให้ฟัง สามีบอกว่ามีเงินเพียง 500,000 บาท กลุ่มตำรวจจึงบอกว่าเงินจำนวนนี้ไถ่ตัวลูกชายได้คนเดียว ต้องหามาเพิ่มอีก 1 ล้าน 5 แสนบาท เพื่อไถ่ตัวตนออกไปด้วย 

ด้านท้าวดวงคำ พันทะแก้ว สามีนางบัวจัน กล่าวว่า ตนทำงานเหมืองแร่อยู่ในประเทศลาว ส่วนนางบัวจัน ภรรยา ทำธุรกิจโรงแรมดวงจันทน์ อยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ โดยตนรู้จักกับท้าวทอง ชาวลาว เพราะเคยค้าขายอยู่ด้วย เมื่อท้าวทองโทรศัพท์มาบอกว่าตำรวจจับนางบัวจันและท้าวพอนสะหวันลูกชายไว้ อ้างว่ามีสิ่งของผิดกฎหมาย ตนพยายามติดต่อท้าวทองกลับไป แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.จว.หนองคาย และวางแผนจับกุมดังกล่าว ขอขอบคุณตำรวจหนองคายที่ช่วยเหลือทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัย

ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 27 เม.ย. 58 พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 ได้เดินทางมายังสภ.เมืองหนองคาย เพื่อติดตามคดีและร่วมสอบปากคำกับ พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กรองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.ปรีดา ดวงพุทธา พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย โดยได้นำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งตำรวจ และผู้เสียหาย มาสอบสวน

พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่า คดีนี้ได้รายงานให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ทราบแล้ว โดยได้กำชับว่าให้ทำทุกอย่างไปตามขั้นตอน ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ตำรวจอุดรธานีกลุ่มนี้มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว จนมาเกิดเหตุรายนี้ขึ้น ถือว่าเป็นตำรวจทำความผิดเสียเอง ซ้ำยังไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน ซึ่งการที่อ้างว่าขยายผลจับกุมนั้น ไม่ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อน รวมถึงไม่ได้ประสานกับตำรวจในท้องที่เกิดเหตุด้วย

"หลังจากนี้ จะตั้งคณะทำงานของภูธรภาค 4 เพื่อมาสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีที่ตำรวจจังหวัดหนึ่ง จับตำรวจอีกจังหวัดหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้ดำเนินการให้ตำรวจทั้ง 6 นายออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องมีการสอบปากคำอีกครั้ง ที่ผ่านมาตำรวจภาค 4 มีภาพลักษณ์ไม่ดี โดยเฉพาะตำรวจจังหวัดอุดรธานี ที่เพิ่งมีเหตุการณ์ยิงพระบัณฑิต มาหมาดๆ ก็มามีเหตุการณ์นี้อีก จึงต้องเร่งแก้ไขภาพลักษณ์ของตำรวจในสายตาของประชาชนให้ดีขึ้น" พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ได้แจ้งข้อกล่าวหารวม 7 ข้อหา คือ ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรืออย่างใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบในหน้าที่, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากอิสรภาพในร่างกาย, ร่วมกันเอาตัวเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไป เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน, พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปควบคุมไว้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

ผู้การหนองคายซ้อนแผนจับกุม รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมพวกเป็น ตร.6 คน พลเรือน 3 หลังมีชาวลาวเข้าขอความช่วยเหลือว่า ตร.จับแม่และน้องชายเรียกค่าไถ่ อ้างขยายผลยาบ้า ผบช.ภ.4 รุดสอบปากคำ แจ้ง 7 ข้อหา ให้ออกจากราชการไว้ก่อน 27 เม.ย. 2558 13:33 27 เม.ย. 2558 21:58 ไทยรัฐ