วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย.ยาง...เปลี่ยนไป

“โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง เป็นความล้มเหลวเชิงนโยบาย เพราะใช้เงินกันอย่างสุรุ่ยสุร่าย ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ไปหาซื้อยางมาเก็บเข้าสต็อก พอเงินหมด ถือว่าหมดโปรโมชั่น พวกพ่อค้ารู้ดี เดี๋ยวก็พากันออกมาทุบราคาลงอีก เพราะกองทุนต่างๆจัดการความเสี่ยงไม่ได้”

ดร.มนต์ชัย พินิจจิตรสมุทร กล่าวในการเสวนาเรื่อง การสร้างเสถียรภาพอุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างยั่งยืน จัดโดยภาควิชาเศรษฐ– ศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา...พร้อมกับทำนายอีกว่า ในอนาคตปัญหายางจะมีเกิดขึ้นอีกมากมาย เพราะจีนได้ปลูกยางไปแล้วที่สิบสองปันนา

โดยเฉพาะที่เชียงรุ้ง ปลูกไว้ 6 ล้านกว่าไร่ เปิดกรีดไปแล้ว 4.6ล้านไร่ ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว และเวียดนามก็ปลูกยางกันทุกที่ แถมยังมีกลุ่มวิสาหกิจเวียดนาม สมาคมยางพาราเวียดนามที่เข้มแข็ง สามารถออกมาต่อรองราคากับผู้ซื้อยางได้อีกด้วย

อินเดียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไม่น่าเชื่อ ในอดีตเคยแต่ซื้อยางจากบ้านเรา วันนี้เริ่มเอายางออกมาขายในตลาดแล้ว

มีหลายประเทศปลูกยางมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันการนำยางธรรมชาติไปใช้กลับน้อยลง

อ.อัจฉรา ปทุมนากุล ให้ข้อมูลสถิติการใช้ยางของโลกไว้อย่างน่าสนใจ...จีนเป็นประเทศที่ใช้ยางพารามากที่สุด 32% รองลงมาเป็นยุโรป 11% ไทย 4% เท่ามาเลเซีย ส่วนประเทศที่ผลิตยางธรรมชาติไม่ได้ มักจะใช้ยางสังเคราะห์แทน

ในอนาคตอุตสาหกรรมยางล้อมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มทุกปี และจะเปลี่ยนเป็นยางเรเดียลมากขึ้น...แต่การใช้ยางธรรมชาติจะน้อยลง

เพราะเทคโนโลยีการผลิตยางเรเดียลมีการคิดหาวิธีใช้ยางธรรมชาติให้น้อยลง จากเดิมมีการใช้ยางธรรมชาติ 8-10 กก.ต่อเส้น ปัจจุบันได้ลดลงมาเหลือ 5.8 กก.ต่อเส้น

แม้กระทั่งการประกอบรถยนต์หนึ่งคัน เมื่อปี 2544 จะมีการใช้ยางธรรมชาติ 4.31 กก.ต่อคัน ปี 2555 การใช้ยางธรรมชาติลดลงมาเหลือ 0.22 กก.ต่อคัน เพราะมีการใช้ยางสังเคราะห์มากขึ้น.

ชมชื่น ชูช่อ

27 เม.ย. 2558 10:15 27 เม.ย. 2558 10:15 ไทยรัฐ