วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจเขมรโตปีละ 7%

วีกเอนด์ที่ผ่านมา ผมชะแว้ปไป กรุงพนมเปญ เมืองหลวงกัมพูชา ร่วมคณะ วพน. 1 ไปเยี่ยม ท่านทูตแล คุณณัฐวุฒิ โพธิสาโร เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อนร่วมรุ่น วพน.1 ที่เพิ่งย้ายไปเป็นเอกอัครราชทูตที่นั่น

ท่านทูตณัฐวุฒิ ก็จัดต้อนรับเต็มที่ พาไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น พระราชวังพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ทุ่งสังหาร เข้าเฝ้าสังฆราชแห่งกัมพูชา จัดดินเนอร์ที่บ้านเชิญ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯและรัฐมนตรีกลาโหม และนักธุรกิจใหญ่กัมพูชามาร่วมพูดคุยกับพวกเรา

เป็นทริปที่คุ้มค่าจริงๆ ถือเป็นฝีมือและความสัมพันธ์ของ ท่านทูตณัฐวุฒิ ล้วนๆ เพาะงานนี้จัดแบบกันเอง ไม่มีพิธีการใดๆ นักการทูตที่ดีต้องเป็นอย่างนี้

ผมไม่ได้ไป พนมเปญ มาเกือบ 20 ปี ไปเห็นภาพกรุงพนมเปญในวันนี้ก็ตื่นตาตื่นใจ เพราะเจริญกว่าที่คาดคิดไว้มาก เจริญกว่า กรุงย่างกุ้ง ของพม่า เจริญกว่า นครเวียงจันทน์ ของลาว จีดีพีกัมพูชาเติบโตสูงกว่า 7% มาหลายปีติดต่อกันแล้ว ปีที่ผ่านมา ก็เติบโต 7.2% ขณะที่จีดีพีไทยติดลบ ปีนี้จีดีพีกัมพูชาก็คาดว่าจะโตกว่า 7% ขณะที่จีดีพีไทยคาดว่าจะโต 3% ก็ยังหืดขึ้นคอเต็มที จีดีพีไทยล้าหลังกัมพูชากว่าเท่าตัว

ช่วงสามปีที่ผ่านมานี้ กรุงพนมเปญ เติบโตเร็วมาก มีตึกสูงและโรงแรมใหม่ 1-5 ดาว เกิดขึ้นมากมาย นักธุรกิจจีน เกาหลี ญี่ปุ่น แห่ไปลงทุนจนรัฐบาลกัมพูชาต้องสร้าง “เมืองใหม่” ที่ชานกรุงพนมเปญ เพื่อรองรับการลงทุนและการเติบโต

แต่การจราจรในพนมเปญติดขัดมาก ถนนหนทางดีกว่ากรุงย่างกุ้ง แต่ก็เป็นถนนขนาดเล็ก 4 เลน 6 เลน มีบ้างไม่กี่สาย แต่ยังไม่มีทางด่วน ยังล้าหลังกรุงเทพฯอีกหลายสิบปี

กรุงพนมเปญ มีแม่น้ำ 4 สาย ไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำโขงบน แม่น้ำโขงล่าง แม่น้ำสาบ แม่น้ำบาสัก บริเวณที่แม่น้ำบรรจบกันกลายเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่เหมือนทะเลสาบ

สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือ รัฐบาลกัมพูชา สามารถจัดการพื้นที่ริมแม่น้ำที่ไหลผ่าน กรุงพนมเปญ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีทางเท้าที่กว้างใหญ่ ให้ประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมความสวยงามของแม่น้ำ มีถนนคั่นกลางระหว่างริมแม่น้ำกับอาคาร ป้องกันไม่ให้รุกล้ำเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ทำให้ชาวกรุงอดชื่นชมความงามแม่น้ำเจ้าพระยาไปเลย

เมื่อมองจากฝั่งแม่น้ำอีกด้านไปยังกรุงพนมเปญ จะเห็นความสวยงามของกรุงพนมเปญอีกแบบตั้งแต่ พระราชวัง อาคารบ้านเรือน ไปจนถึงตึกสูงต่างๆ

ที่ดินตรงแหลมที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน มีเศรษฐีจีนไปสร้างโรงแรมขนาดใหญ่เอาไว้ แม้สถาปัตยกรรมจะไม่สวย แต่ก็กลายเป็นจุดเด่นที่มองเห็นได้จากที่ไกล เมื่อขึ้นไปบนชั้นสูงสุดของโรงแรมที่เป็นภัตตาคารขนาดใหญ่ ซึ่งขายวิวแม่น้ำ และวิวกรุงพนมเปญ ก็ได้เห็นวิวแม่น้ำหลายสายสุดลูกหูลูกตา เห็นวิวกรุงพนมเปญทั้งเมือง โรงแรมแห่งนี้ถ้าเส้นไม่ใหญ่จริง สร้างไม่ได้เด็ดขาด

เห็นแม่น้ำอันอุดมสมบูรณ์ของกัมพูชาแล้ว ผมก็นึกอิจฉาในใจ เพราะเมืองไทยยามนี้กำลังประสบภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำทำนาทำไร่ แม่น้ำส่วนใหญ่ก็แห้งผาก แม้แต่แม่น้ำโขงที่ไหลผ่านไทยก็มีน้ำน้อย แต่แม่น้ำโขงที่ไหลผ่านกรุงพนมเปญ น้ำเต็มสองตลิ่งเลย

บ่ายวันแรก ท่านทูตณัฐวุฒิ พาพวกเราไปชม ทุ่งสังหาร หรือ The Killing Field อนุสาวรีย์แห่งความโหดเหี้ยมของ เขมรแดง ในยุค พลพต ที่ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองถึง 3 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 8 ล้านคน ด้วยความเชื่อทางการเมืองของพลพต ที่ต้องการให้เขมรเป็น สังคมนิยม ที่มีแต่ ชนชั้นกรรมาชีพ เท่านั้น ประชาชนทุกคนต้องเป็นชาวไร่ชาวนา อยู่ในค่ายแรงงาน

พลพต สั่งปิดโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน ยกเลิกระบบธนาคาร เงินตรา ยึดทรัพย์จากเอกชน คนมีความรู้ นักศึกษา แพทย์ วิศวกร ฯลฯ ถูกจับไปฆ่าหมดอย่างทารุณ

นี่คือความโหดเหี้ยมของ การเมืองยุคเขมรแดง วิญญาณเหล่านี้ยังเร่ร่อนอยู่ในทุ่งสังหารหลายสิบแห่ง ดูแล้วก็หดหู่ ก็ได้แต่หวังว่าความคิดทางการเมืองของคนไทยที่แตกต่างกัน จะไม่โหดร้ายจนถึงฆ่าฟันกันอีกเหมือนที่ผ่านมา.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

27 เม.ย. 2558 09:59 27 เม.ย. 2558 09:59 ไทยรัฐ