วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ให้ทุกพรรคพิจารณารัฐธรรมนญ

ให้ทุกพรรคพิจารณารัฐธรรมนญ

  • Share:

ควรแก้ตรงไหน แจ้งกรรมาธิการ ภายในเดือนมิ.ย.

สปช.ยำร่างแรก รธน. วันสุดท้าย พุ่งเป้าสภาขับ เคลื่อนฯ-กก.ยุทธศาสตร์ปฏิรูป สปช.บุรีรัมย์จวก สร้างโมเดลล็อกสเปกเพื่อตัวเอง “เปรื่อง” บี้ 36 อรหันต์เขียนใหม่ไม่เอา สปช.เข้าไปเอี่ยว “เสธ.อู้” รับหน้าเสื่อจะเอาไปปรับแก้ไม่ให้เกิดคำครหา “บิ๊กตู่”บินไปมาเลเซียถกสุดยอดอาเซียน บ่นเซ็งสุดๆ พวกการเมืองคอยปรามาส-ยุยงปลุกปั่น ฮึ่มสื่อ “อย่าวิจารณ์ผมเหมือนรัฐบาลอื่น” ฉะนักการเมืองมีอำนาจอะไรมาสั่งให้เลื่อนเลือกตั้ง

การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกเข้าสู่การอภิปรายวันสุดท้าย จากนั้นจะมีการส่งร่างให้กับพรรคการเมืองทุกพรรคพิจารณาก่อนส่งความเห็นกลับมาที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ต่อไป

ญาติวีรชน 35 ให้กำลังใจ “บวรศักดิ์”

เมื่อเวลา 10.45 น.ที่รัฐสภา เครือข่ายญาติวีรชน เหตุการณ์พฤษภา 2535 นำโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ มาให้กำลังใจและมอบดอกไม้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ โดยมี นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ และนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมาธิการยกร่างฯ เป็นตัวแทนมารับหนังสือ

วิป สปช.เชื่อ กมธ.จะปรับแก้ รธน.

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) แถลงถึงภาพรวมการอภิปรายรัฐธรรมนูญร่างแรกว่า การประชุมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างตรงจุด และช่วยการวางรากฐานของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ขั้นตอนต่อไป สปช.จะรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อส่งคำขอแก้ไขเพิ่มเติมของ สปช.ต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ภายใน 30 วัน เชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบจาก สปช. ซึ่งถ้า กมธ.ยกร่างฯ ไม่แก้ไข ไม่ฟังความเห็นที่ สปช.เสนอแนะแบบนั้นจะเป็นปัญหา แต่จากการอภิปรายทั้ง 7 วัน เชื่อว่าจะมีการแก้ไข เพราะนอกจากการอภิปรายยังมีการพูดคุยนอกรอบ

ปัดยกร่างฯ ชงเผด็จการสืบอำนาจ

นายวันชัยกล่าวว่า ทราบว่าวันที่ 27 เม.ย.คณะกรรมาธิการ สปช.หลายคณะจะมีการประชุม เพื่อกำหนดประเด็นการแปรญัตติและวันที่ 29 เม.ย.คาดว่าวิป สปช.จะหารือเรื่องนี้ และ สปช.จะเร่งดำเนินการจัดทำรายละเอียดของวาระปฏิรูป 36 วาระ และวาระการพัฒนา 7 วาระ ให้เสร็จสมบูรณ์ โดยเร็ว เพื่อทำให้การปฏิรูปบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อถามว่า นักการเมืองโจมตีร่างรัฐธรรมนูญเป็นการสืบทอดอำนาจเผด็จการ นายวันชัยกล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ร่างขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจ หรือสกัดกั้นนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งนักการเมือง นักบริหาร ฉ้อฉล โกงกิน ก็จะเกรงกลัวร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากมีมาตรการที่จะขจัดนักการเมืองที่ฉ้อฉล จึงทำให้นักการเมืองหวั่นไหว ถ้าใครเป็นนักการเมืองที่ดีก็ไม่ต้องเกรงกลัว

เร่งส่งร่างฯ ให้ทุกพรรคชำแหละ

นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 27 เม.ย. กมธ.ยกร่างฯ จะจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกับที่นำเสนอต่อที่ประชุม สปช. ไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อให้พิจารณาและทำความเห็นว่าอยากแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราหรือประเด็นใด และกำหนดให้ส่งกลับมายัง กมธ.ยกร่างฯ ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ทั้งนี้มีประเด็นหลักที่ต้องการทราบความเห็นคือ มองว่ามีมาตราใดบ้างที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ขัดขวางไม่ให้ประเทศเดินหน้าและต้องการแก้ไขอย่างไร พร้อมอธิบายเหตุผลในหลักวิชาการประกอบด้วย จากนั้นเมื่อได้รับความเห็นของพรรค การเมืองแล้ว กมธ.ยกร่างฯ จะนำเนื้อหาไปพิจารณาพร้อมกับความเห็นของ สปช. คสช. ครม. สนช.และประชาชนในช่วงการทำงานระหว่างวันที่ 25 พ.ค.-23 ก.ค.

ทัวร์ 12 เวที–แพร่สาระร่าง รธน.

นายมานิจกล่าวว่า ในวันที่ 28 เม.ย. กมธ.ยกร่างฯ นัดประชุมเพื่อหารือถึงการให้ความเห็นของ สปช.ต่อร่างรัฐธรรมนูญเป็นเบื้องต้นและรายละเอียดการทำงาน จากนั้นช่วงเดือน พ.ค. กมธ.ยกร่างฯ จะงดประชุม แต่มีกิจกรรมคือการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนและเผยแพร่สาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ ใน 12 เวทีใน 12 จังหวัดครบทุกภูมิภาค

ฟันธงมติ สปช.ผ่านร่าง รธน.ฉลุย

นายประสาร มฤคพิทักษ์ กมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช.กล่าวว่า เป็นการอภิปรายที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์ นับเป็นมาตรฐานใหม่ของการอภิปรายในสภา ฝ่าย กมธ.ยกร่างฯเองก็น้อมใจที่จะรับฟังอย่างเต็มที่ ไม่มีท่าทีแข็งขืน ฝ่าย สปช.ก็ทำการบ้านมาอย่างดีและแสดงออกอย่างมีวุฒิภาวะ ดังนั้นเมื่อถึงวันลงมติ รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6 ส.ค.เชื่อว่า สปช.ส่วนใหญ่จะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญนี้ ทั้งนี้ประเด็นความสนใจสาธารณะรวมศูนย์ไปที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. เป็นสำคัญ ขณะที่บทบาทภาคพลเมืองที่ถูกยกระดับขึ้นมาและจะมีฤทธิ์เดชมาก กลับเป็นเรื่องที่คนสนใจน้อย

ถกร่าง รธน.วันที่ 7 สปช.ซักปฏิรูป

สำหรับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกเป็นวันที่ 7 วันสุดท้าย ที่รัฐสภา ได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น.โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการพิจารณาเนื้อหาในภาค 4 การปฏิรูป และการสร้างความปรองดอง หมวด 2 การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ส่วนที่ 1 สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ การปฏิรูปแห่งชาติ ส่วนที่ 2 การปฏิรูปด้านต่างๆ โดยสมาชิก สปช.อภิปรายอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เห็นด้วยให้ปฏิรูปทุกด้าน และสนับสนุนให้มีสภาขับเคลื่อน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ

สปช.บุรีรัมย์จวกยับสภาขับเคลื่อนฯ

นายทิวา การกระสัง สปช.บุรีรัมย์ อภิปรายว่า การกำหนดให้มีสมาชิก สปช. 60 คน อยู่ในสภาขับเคลื่อนฯ และการให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 30 คน ถือเป็นการล็อกสเปก อย่างมาตรา 279 ที่กำหนดองค์ประกอบและที่มาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ เขียนมาเพื่อใคร การเอาพรรคพวกตัวเองเข้าไปถึง 60 คน ยิ่งกว่าตั้งเครือญาติเป็นผู้ช่วย สนช.และยิ่งกว่าที่วุฒิสภาปี 50 ถูกครหาว่าเขียนแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตนเอง อยากบอกว่าการตั้ง สปช. 60 คน น่าอายยิ่งกว่า

“เสธ.อู้” รับหน้าเสื่อเอาไปปรับแก้

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ ชี้แจงว่า ทุกเรื่องที่บัญญัติมีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่มา ส.ว.ในช่วงแรกมีสมาชิกที่เห็นด้วย แต่จากการรับฟังความคิดเห็น และจัดเวทีต่างๆ ทำให้ทาง กมธ.มีการทบทวนในรอบสุดท้าย ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบน่าจะให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัด ส่วนเรื่องสภาขับเคลื่อนฯ ที่ตั้งข้อสงสัยถึงการให้สัดส่วน สปช.อยู่ในสภาขับเคลื่อนฯ เพราะ กมธ.ยกร่างฯ เห็นว่าในเรื่องการปฏิรูปควรให้คนมีความรู้ในด้านต่างๆเข้ามาอยู่ในสภาขับเคลื่อนฯ เพื่อให้การปฏิรูปทำได้ดี โดยจะนำเสียงทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาชั่งน้ำหนักและปรับเปลี่ยนไม่ให้เกิดข้อครหาต่อไป

ติงอภัยโทษไปก้าวล่วงพระราชอำนาจ

จากนั้น นายนิพนธ์ นาคสมภพ สปช. อภิปรายว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษแก่บุคคล แต่จะเสนอให้เป็นการอภัยโทษหรือพระราชทานอภัยโทษ เพราะถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก้าวล่วงพระราชอำนาจก็ไม่เชื่อว่าจะปรองดองได้ การอภัยโทษเป็นเรื่องของพระบรมราชวินิจฉัย กมธ.ยกร่างฯ อ้างอิงแบบนี้เป็นแบบแอฟริกาใต้ ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี ไม่เหมือนไทย หาก กมธ. ยกร่างฯ จะให้เป็นการอภัยโทษต้องชี้แจงให้ชัดเจน

ผู้นำการเมืองโกหกต้องรับผิดชอบ

นายนิพนธ์กล่าวว่า นอกจากนี้ถ้าผู้นำดีความปรองดองก็จะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะคำพูดของผู้นำต้องใช้วาจาสุภาพ ไม่โกหก ที่ผ่านมาผู้นำการเมืองโกหกจนขาดความน่าเชื่อถือ จึงขอให้ กมธ.ยกร่างฯ เขียนด้วยว่าให้ผู้นำทางการเมืองต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่โกหก เพราะทำให้ประเทศเสียหายมาก

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สปช.อภิปรายว่า การปฏิรูปการบริหารท้องถิ่นปัจจุบันมีจำนวนมาก โดยเฉพาะองค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดเล็ก ข้อดีคือใกล้ชิดชาวบ้านแต่ขาดศักยภาพการจัดการตัวเอง ดังนั้น ในส่วนของเทศบาลเมือง เทศบาลนคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และ กทม. รวม 286 แห่ง ให้คงไว้แต่ส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาลตำบลขนาดเล็กให้ควบรวมโดยใช้กรอบอำเภอเดียวกันแล้วยกฐานะเทียบเท่าเทศบาลเมือง พร้อมกับเพิ่มภารกิจคณะกรรมการกระจายอำนาจแห่งชาติ โดยจัดให้มีกฎหมายว่าด้วยการปรับขนาดและพัฒนาศักยภาพองค์กรท้องถิ่นให้มีความเหมาะสม

“บุญเลิศ” เชียร์พวกนั่งสภาขับเคลื่อน

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สปช.อภิปรายว่า กลไกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจำเป็นที่จะต้องมีผู้ที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญ และร่วมกันพิจารณาความเห็นชอบเข้าไปอยู่ในองค์ประกอบด้วย เพราะบทเรียนปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 40 ที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จัดทำรัฐธรรมนูญอย่างเดียว จากนั้นไม่มีกลไกที่จะปฏิรูปการเมืองทำให้การปฏิรูปการเมืองไม่ออกดอกออกผลและถ้าไม่มีกลไกดังกล่าวอยู่ในสภาขับเคลื่อนฯ จะกระทบไปถึง คสช.ที่มีเจตจำนงทำรัฐประหารเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและปรองดองในประเทศ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของแม่น้ำ 5 สายที่จะต้องทำให้ได้ ความปรองดองต้องทำควบคู่กับการปฏิรูปประเทศ

“เปรื่อง” ค้าน สปช.เข้าไปเอี่ยว

นายเปรื่อง จันดา สปช.อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ เพราะอาจมีการซ้ำซ้อนอำนาจ แต่เห็นด้วยกับกระบวนการขับเคลื่อนการปฏิรูปที่ต้องทำต่อเนื่อง แต่ต้องคิดว่า จะเขียนไว้อย่างไรในรัฐธรรมนูญ โดย สปช.ไม่ต้องไปมีส่วนเกี่ยวข้องและเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้จะเกิดความเท่าเทียมในสังคม เพื่อไม่ให้ลูกหลาน และสภาต่อไป นำไปยกตัวอย่างในทางที่ไม่ดีเหมือนที่สภานี้มักยกตัวอย่างรัฐบาลก่อนมาพูดและเป็นห่วงในประเด็น กมธ.ยกร่างฯ จะมีการแก้รัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน จึงขอเสนอให้ สปช.นัดพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ขอให้มีเวลามากกว่าที่ผ่านมาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญก่อนที่จะลงมติรับร่างฯในครั้งสุดท้ายในวันที่ 6 ส.ค.

“บิ๊กตู่” ไปมาเลย์ถกสุดยอดอาเซียน

เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และคณะ ออกเดินทางโดยเครื่องบินแอร์บัส ของกองทัพอากาศไปเยือนสหพันธรัฐมาเลเซียเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 26 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 26-28 เม.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนออกเดินทางว่า ครั้งนี้จะมีการหารือว่าทำอย่างไรให้เชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจในลักษณะการช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ใช่การแข่งขันกัน แต่จะเป็นหุ้นส่วนพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการเกษตร หากราคาด้านการเกษตรตกอย่างนี้และไม่ให้ความสำคัญต่อไปคนจะออกจากวงจรการเกษตร จะทำให้ไม่มีเกษตรกร ไม่มีชาวนามาทำอาหาร จึงขอให้ช่วยกันพยุงราคาให้สูงขึ้น และอยากบอกให้คนไทยต้องพึ่งตัวเองให้ได้ด้วย ต้องรู้จักเรียนรู้ ไม่ใช่ทุกพวกทุกฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือทุกเรื่องและท้ายที่สุดมาขอเงิน วันนี้ต้องรู้ว่าเศรษฐกิจตก รายได้ค่อนข้างมีปัญหาและมีมานานแล้ว

พ้ออะไรก็โยน “ประยุทธ์” ทุกอย่าง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องการเมืองตนไม่อยากลงไปยุ่งมากนัก ตนถือว่าปากท้องสำคัญที่สุด หากใครคิดว่าเรื่องการเมืองสำคัญกว่าก็เอาไป ขอร้องกับพวกการเมือง วันนี้พยายามทำให้อยู่ได้แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยเร็ว หลายเรื่องหลายคนตำหนิตนทุกวัน แถมยังปรามาสอีกจะเสร็จหรือจะทำได้หรือเปล่าคนไทยแบบนี้ไม่ถูก ต้องเปลี่ยนทัศนคติวิธีคิดกันใหม่ ถ้าคิดแบบนี้ตนบอกได้เลยไม่มีทางเจริญเพราะไม่เข้าใจ ไม่เคยเข้าใจ และไม่คิดจะเข้าใจ ตนไม่ได้พูดถึงคนดี คนดีเยอะกว่าคนไม่ดีแน่นอน แต่คนไม่ดีพยายามที่จะปลุกปั่นยุยงให้คนเหล่านี้เข้าใจผิดๆต่อไป สื่อบางคอลัมน์ก็เขียนในเชิงไม่สร้างสรรค์ อะไรก็มาโยน คสช. อะไรก็ประยุทธ์ๆ ทุกอย่าง นอนไม่หลับกินไม่ได้ก็ประยุทธ์ ต้องใช้มาตรา 44 อีกรึเปล่าก็ไม่รู้ ใครจะมามีกำลังใจทำ แต่ตนก็ยังอดทนอยู่ไม่ว่ากัน

ถามนักการเมืองมีอำนาจอะไรมาสั่ง

ต่อข้อถามถึงกรณีนักการเมืองระบุว่าพร้อมให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปเพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยว่า ใครพูด นักการเมืองมีอำนาจอะไรจะให้ตนอยู่หรือไม่อยู่ เรื่องนี้ต้องเป็นประชาชนที่จะว่าอย่างไร เพราะประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ถ้าพร้อมตนไม่ว่า ใครจะมาพูดอะไรก็แล้วแต่ ให้อยู่หรือไม่อยู่ มันอะไรกันนักหนา อะไรก็ตน ไปคิดกันมั่งเขียนให้หมดแล้ว รัฐธรรมนูญก็เขียนแล้ว ต้องทำประชามติก็ไม่ได้เขียนไว้ อยากจะทำหรือไม่ทำก็เรื่องของคุณ เขียนทางเลือกไว้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินว่าแนวโน้มสถานการณ์ไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้ เป็นเรื่องของทุกคนทั้งประเทศจะเอาอย่างไร จะมาโยนให้ตนคนเดียวได้อย่างไร จะให้ประเทศชาติเป็นแบบเดิมก็เชิญเลือกตั้งตามสบาย แล้วตนก็ไป แต่ถ้าจะให้อยู่ อยู่อย่างไรไปหาทางมา ถ้าอย่างนั้นต้องช่วยตน

ฮึ่มสื่อ “อย่าวิจารณ์ผมเหมือน รบ.อื่น”

เมื่อถามว่า ฝ่ายไหนจะเป็นคนหาทางออก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่รู้อย่ามาโยนให้ตน เป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศ ทีอย่างนี้มาบอกว่าจะเอาฝ่ายไหน สื่อต้องไปบอกประชาชน ต้องไปสร้างความเข้าใจ เป็นปลาทองกันหรือไง ต้องให้เอายามาหยอด ปลาทองที่เขาบอกว่าความจำสั้น เจออะไรไม่ถึงวินาทีมันก็ลืม ผมพูดไปเดี๋ยวก็จำกันไม่ได้แล้ว ผมถามหน่อย พวกวิจารณ์เคยทำอะไรกันสำเร็จบ้างไหม หรือทำหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เด็กยันแก่ วิจารณ์รัฐบาลโครมๆ นี่รัฐบาลควบคุมอำนาจ อย่ามาวิจารณ์ผมเหมือนไอ้รัฐบาลทั่วไป ไม่ได้ เราทำให้ทุกอย่าง แก้ทุกอย่าง หรือว่าผมใจดีเกินไปก็ไม่รู้”

เมื่อถามว่า สรุปว่าทุกวันนี้ยังเป็นไปตามโรดแม็ปใช่หรือไม่ นายกฯตอบเสียงดังว่า เดี๋ยววันหน้าคุณจะเอาคำพูดของตนมาว่า เห็นไหมไม่ทำตามโรดแม็ป มันก็เป็นอย่างนี้ทุกที วันนี้บอกว่าต้องทำตามโรดแม็ปอย่างนั้นอย่างนี้ พอถึงวันหน้าอะไรก็เกิดขึ้นก็ไม่รู้ แล้วมาว่าว่าเบี้ยวอีกแล้ว มันเป็นอย่างนี้กันทุกคน

ชัดแล้วใช้ ม.44 ตั้ง ปธ.บอร์ดหวย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ด) ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ดกองสลากฯว่า รู้สึกว่าสื่อจะทราบเรื่องกันไว ส่วนจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่งตั้งคนนอกเข้ามาบริหารงานแทนหรือไม่นั้น นายกฯกล่าวว่า หากตั้งไม่ได้ตามกฎหมายปกติ ตนก็ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อให้การทำงานดำเนินต่อไป ส่วนเหตุผลที่ลาออก ตนรู้จักกันเป็นการส่วนตัว และได้พูดคุยกันแล้ว ไม่มีความขัดแย้ง เพียงแต่หากไม่นำกฎหมายพิเศษเข้าไปใช้จะดำเนินการลำบาก ซึ่งตนเองก็เห็นใจ

เมื่อถามว่า จะดำเนินการตามระเบียบคัดสรรเดิมก่อนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าใช้ระเบียบตามปกติก็คือการคัดสรร แต่ตนจะใช้อำนาจพิเศษ อำนาจตนตั้งคนที่ไว้ใจเข้าไปทำ ยืนยันว่าไม่กระทบการแก้ไขปัญหาสลากฯแพง เพราะคนใหม่ที่เข้ามา ก็จะมาแก้ปัญหานี้ ถ้าทำไม่ได้ก็เปลี่ยนใหม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้