วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผย6นศ.แพทย์ไทย รอดตาย! ปีนเขา-ดินไหว

หมอสาวลูกครึ่งเชื้อสายคนไทยตั้งใจจะไปปักธงบนเอเวอเรสต์หิมะถล่มทับตายเหยื่อธรณีพิโรธกว่า2พันศพแล้ว

แผ่นดินเนปาลยังไหวต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดอาฟเตอร์ช็อกแรงขนาด 6.7 แมกนิจูด ยิ่งทวี ความหายนะหนัก โดยยอดผู้เสียชีวิตทะยานกว่า 2 พันศพแล้ว รวมถึง “ผู้บริหารกูเกิล” และ “หมออีฟ” สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่เสียชีวิตขณะเกิดหิมะถล่มเทือกเขาเอเวอร์เรสต์ ส่วนนักท่องเที่ยวไทยยังสูญหายอีกหลายคน ด้านนานาชาติระดมความช่วยเหลือ ทุกรูปแบบ โดยทางการไทยตั้งศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือทั้งในไทยและเนปาล พร้อมส่งทีมแพทย์ช่วยเหลือเต็มที่เจอแล้ว 6 นศ.มศว ที่ไปปีนเขา

สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานสถานการณ์หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด ที่มีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างเมืองโพคารา แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อทางภาคกลางของเนปาล ค่อนไปทางทิศตะวันออกประมาณ 68 กม. ที่ระดับความลึกใต้ดินระหว่าง 2-15 กม. หรือจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล ไปทางทิศตะวันตก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวรู้สึกไกลเกือบทั่วภูมิภาคเอเชียใต้

ยอดตายเนปาลกว่า 2 พันศพ

ทั้งนี้ ตลอดวันที่ 26 เม.ย. ทางการเนปาลได้แถลงจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ 2,152 ราย ผู้บาดเจ็บอีกประมาณ 4,629 ราย แต่คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะยังเพิ่มสูงขึ้นอีก ทั้งยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 6.7 แมกนิจูด บริเวณจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเดิม ใกล้กับเมืองโพคารา ทางตะวันออกของเนปาล เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 26 เม.ย. แรงสั่นสะเทือนสามารถรู้สึกได้ในหลายประเทศแถบเอเชียใต้ รวมทั้งพื้นที่ที่พบผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายร้ายแรง ได้แก่ เนปาล อินเดีย และเขตปกครองตนเองทิเบตในจีน

เร่งช่วยเหยื่อนับร้อยใต้ซากตึก

สื่อต่างประเทศยังระบุอีกว่า กรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจของเนปาลแถลงว่า พบศพผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 700 ราย ขณะที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยตรีภูวัน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในกรุงกาฐมาณฑุ ประสบปัญหาไม่มีที่เก็บศพ ทำให้ต้องนำศพห่อผ้าวางไว้บริเวณถนนหน้าโรงพยาบาลเพื่อรอญาติมาระบุตัว ทั้งยังมีผู้ประสบภัยอีกราว 200 รายติดอยู่ในซากหอคอยธาราฮารา โบราณสถานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แต่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไม่มีเครื่องมือเพียงพอ ต้องใช้มือเปล่าโกยซากปรักหักพังออกไปเพื่อค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายใน ขณะที่ผู้ประสบภัยที่รอดชีวิตต้องเผชิญกับอากาศที่หนาวเย็นในช่วงกลางคืน ซึ่งมีทั้งลมกระโชกและฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ระบบสาธารณูปโภคพังพินาศ

รัฐบาลเนปาลระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งเต็นท์ที่พักพิงชั่วคราวให้แก่ผู้ประสบภัยในกรุงกาฐมาณฑุ โดยได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารและยาจากองค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศหลายองค์กร พร้อมประกาศเตือนผู้รอดชีวิตเตรียมพร้อมรับมือภาวะไฟดับและไม่มีน้ำใช้ เพราะระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายหนักทั่วประเทศ ขณะที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวจำนวนมากยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ เพราะถนนหลายสายถูกตัดขาดเนื่องจากซากปรักหักพังกีดขวาง และระบบสื่อสารโทรคมนาคมยังไม่สามารถใช้การได้ แต่กองทัพเนปาลได้เร่งฟื้นฟูเส้นทางสายต่างๆรอบกรุงกาฐมาณฑุเพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

พบตายอีกใน 3 ชาติใกล้เคียง

ขณะที่ในเขตปกครองตนเองทิเบต ก็ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้เช่นกัน ซึ่งมีรายงานว่าทางการจีนได้ส่งชุดกู้ภัยเข้ารื้อถอนสิ่งกีดขวางบนถนนหลวงเพื่อเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยเนี่ยหลัม ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองตนเองทิเบต แต่ยังไม่สามารถเข้าสำรวจความเสียหายได้ทุกพื้นที่ โดยเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 17 ราย ส่วนบังกลาเทศเป็นประเทศที่ 4 ในแถบเอเชียใต้ที่พบศพผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุแผ่นดินไหวในเนปาล โดยรัฐบาลบังกลาเทศแถลงว่าพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย ขณะที่รัฐบาลอินเดียเผยว่าพบศพผู้เสียชีวิต 49 ราย ในรัฐพิหาร ทางเหนือของอินเดีย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวในเนปาล

นานาชาติเร่งให้ความช่วยเหลือ

ส่วนรัฐบาลนานาประเทศ ได้แก่ อินเดีย จีน สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และอิสราเอล ต่างเสนอความช่วยเหลือให้แก่รัฐบาลเนปาล โดยอินเดียเป็นประเทศแรกที่ลำเลียงยาและเสบียงอาหารทางอากาศมาส่งยังสนามบินนานาชาติตรีภูวัน ในกรุงกาฐมาณฑุของเนปาล ขณะที่องค์กรสากลด้านบรรเทาสาธารณภัย ทั้งองค์การกาชาดสากลและองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมหาทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเนปาลอย่างเร่งด่วน ส่วนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 32 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน เร่งติดตามตัวพลเมืองของประเทศตนที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศแถบเอเชียใต้ เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบหรือสูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวหรือไม่ โดยนางจูลี บิชอป รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ประเมินว่า มีชาวออสเตรเลียอยู่ในเนปาลและอินเดียช่วงเกิดเหตุแผ่นดินไหวประมาณ 549 ราย และเจ้าหน้าที่รัฐบาลติดต่อชาวออสเตรเลียได้แล้วประมาณ 200 ราย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นประเมินว่า ขณะนี้ยังมีชาวญี่ปุ่นอยู่ในเนปาลอีกประมาณ 1,100 ราย และคาดว่าจำนวนหนึ่งอาจติดอยู่ที่บริเวณเทือกเขาเอเวอเรสต์ ส่วนรัฐบาลจีนส่งเครื่องบินไปรับชาวจีนราว 683 ราย ที่ตกค้างในเนปาลกลับประเทศได้สำเร็จ

วงการไอทีเศร้าเสียผู้บริหารกูเกิล

ขณะเดียวกัน สมาคมนักปีนเขาแห่งเนปาลและหน่วยบรรเทาสาธารณภัยแห่งเนปาล ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปยังเทือกเขาเอเวอเรสต์เพื่อช่วยเหลือนักปีนเขาที่ประสบภัยหิมะถล่ม ซึ่งเป็นผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว พบศพผู้เสียชีวิต 17 ราย และผู้บาดเจ็บ 61 ราย บริเวณฐานเบสแคมป์ในเทือกเขาเอเวอเรสต์ฝั่งเนปาล แต่หน่วยกู้ภัยได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บชุดแรกขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปส่งโรงพยาบาลได้ 15 ราย ขณะที่ “กูเกิล อิงค์” ผู้ให้บริการเว็บสืบค้นข้อมูลชื่อดัง “กูเกิล” แถลงว่านายแดน เฟร-ดินเบิร์ก ชาวอเมริกัน ผู้บริหารฝ่ายสิทธิส่วนบุคคลของกูเกิล เป็นหนึ่งในนักปีนเขาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์หิมะถล่มในเทือกเขาเอเวอเรสต์ด้วย หลังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง และสถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี สื่อของจีน รายงานว่า นักปีนเขาที่เสียชีวิตจากหิมะถล่มในเทือกเขาเอเวอเรสต์ฝั่งเขตปกครองตนเองทิเบต มีประมาณ 15 ราย

พบหมอลูกครึ่งไทย-มะกันเสียชีวิต

นอกจากนี้ สื่อต่างประเทศยังรายงานถึงการเสียชีวิตของสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ดร.มาริสา อีฟ จีรวงศ์ไกรสร หรือหมออีฟ หลังเกิดหิมะถล่มทับเบสแคมป์ โดยตามข่าวระบุ หมออีฟเป็นหมอแผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา กำลังขึ้นเขาไปช่วยคนบนเบสแคมป์ และหมออีฟเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ขึ้นไปพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ อีกทั้งยังนำธงชาติไทยติดตัวไปด้วยเพื่อที่จะปักบนยอดเขาด้วย ขณะนี้ครอบครัวกำลังเดินทางไปรับศพที่เนปาล ขณะที่ในเว็บไซต์พันทิพได้มีการแชร์กระทู้แสดงความไว้อาลัยหมออีฟมาตั้งแต่ช่วงเย็น และระบุว่า เหตุที่ทางการไทยระบุว่าไม่มีคนไทยเสียชีวิต เพราะหมออีฟถือ 2 สัญชาติ โดยหมออีฟเป็น 1 ใน 17 ราย ที่มีรายงานข่าวแต่แรกแล้วว่าเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวบนยอดเขาเอเวอเรสต์

“บิ๊กตู่” สั่ง สธ.–กองทัพจัดทีมแพทย์

สำหรับความช่วยเหลือจากประเทศไทยนั้น วันเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด กล่าวถึงเหตุภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข พร้อมกองทัพ จัดเตรียมทีมแพทย์ และชุดบรรเทาสาธารณภัยเฉพาะกิจส่งไปบรรเทาทุกข์ตามหลักมนุษยธรรมในประเทศเนปาลโดยเร็วที่สุด รัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยร่วมบริจาคสิ่งของและปัจจัยเพื่อการดำรงชีพสำหรับ ชาวเนปาลและผู้ประสบภัยทุกคนในประเทศเนปาลได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมจัดส่งไปบรรเทาความเดือดร้อนในนามประชาชนชาวไทย ในสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพจัดงานรวมน้ำใจคนไทยไปเนปาลเพื่อระดมความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการในส่วนกลาง ผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในส่วนการดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ ทั้งที่อาศัยอยู่ในประเทศเนปาล และประเทศใกล้เคียง นายกฯได้กำชับให้สถานทูตไทยดูแลประสานความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

จัดเครื่องบินส่งนายกฯเนปาล

ต่อมาในเวลา 13.15 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลของรัฐบาลว่า สิ่งที่ได้ทำแล้วคือจัดหาเครื่องบินในการเดินทางกลับของนายกรัฐมนตรีเนปาลโดยด่วน ซึ่งขณะนี้เดินทางกลับเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรง ส่วนนักเรียนไทยขณะนี้ได้รวมตัวกันที่สถานทูตไทยในเนปาลราว 30 คน ทุกคนปลอดภัย ในส่วนของแรงงานไทยที่ทำงานในเมืองกาฐมาณฑุ ราว 100 คน ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือท่าอากาศยานในเนปาลมีปัญหาเนื่องจากมีข้อจำกัดของจำนวนเครื่องบินที่ลงจอด เพราะเป็นพื้นที่ภูเขาล้อมรอบ ดังนั้นเครื่องบินที่จะเดินทางไปต้องเตรียมพร้อม ขณะเดียวกันจะมีการส่งเงินบริจาคจากทางรัฐบาลและสิ่งของอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร 300-500 ตัน รวมถึงทีมแพทย์ฉุกเฉิน จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าไปช่วยเหลือ

“ยิ่งลักษณ์” โพสต์แสดงความเสียใจ

ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ดิฉันขอแสดงความเสียใจและห่วงใยเป็นอย่างยิ่งถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศเนปาล รวมทั้งประเทศใกล้เคียง ซึ่งยังความสูญเสียอย่างมากทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติขนาดใหญ่ของมวลมนุษยชาติ ซึ่งนานาชาติก็เริ่มเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือแล้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ต่างๆจะคลี่คลายโดยเร็ว ทั้งนี้ ขอภาวนาให้ทุกคนปลอดภัยค่ะ”

สธ.จัดทีมแพทย์ช่วยเหลือ

ด้าน นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาถึงการเตรียมพร้อมส่งหน่วยแพทย์ไปช่วยประเทศเนปาลว่า เบื้องต้นเตรียมการช่วยเหลือ 2 เรื่อง ได้แก่ 1. ให้สำนักงานการสาธารณสุขฉุกเฉินและสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จัดเตรียมหน่วยแพทย์ครบชุด ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักวิชาการสุขาภิบาล นักวิชาการควบคุมโรค นักจิตวิทยา พร้อมเวชภัณฑ์ ยารักษาโรค โดยเฉพาะยาฆ่าเชื้อ วัคซีนป้องกันโรค เช่น บาดทะยัก รวมทั้งชุดทำแผลต่างๆ โดยทีมชุดแรกมีประมาณ 30 คน พร้อมจะเดินทางในวันที่ 27 เม.ย.เป็นต้นไป และ 2.ให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงานความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในและสหวิชาชีพจากหน่วยงานภายนอก และติดตามประเมินสถานการณ์ผลกระทบด้านสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิด

วัดไทยในเนปาลเสียหายเล็กน้อย

ขณะที่พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และกรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในเนปาลว่า ล่าสุด ได้รับรายงานจากพระเทพโพธิวิเทศ ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย และเจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล ในฐานะหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล รายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับความเสียหายของวัดไทยลุมพินี ซึ่งมีความเสียหายไม่มากนัก ส่วนพระสงฆ์ไทยที่อยู่ในประเทศเนปาลไม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้แต่อย่างใด

ตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่วัดไทยลุมพินี

พระพรหมสิทธิ กล่าวอีกว่า แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างแก่ชาวเนปาล ส่งผลต่อการปฏิบัติศาสนกิจและการดำรงชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพ จึงได้รายงานผลความเสียหายต่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ จึงมีบัญชาให้คณะสงฆ์ไทยให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน อีกทั้งมอบหมายให้พระเทพโพธิวิเทศ นำพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล เข้าไปช่วยเหลือดูแลผู้ประสบภัยในทันที โดยจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือขึ้นที่วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล พร้อมกันนี้ วัดสระเกศ ได้จัดตั้งศูนย์ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเนปาลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว สามารถติดต่อบริจาคได้ที่ สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ (บริเวณภูเขาทอง) วัดสระเกศ หรือโอนเงินเข้าบัญชี “ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล” เลขที่บัญชี 179-204684-7 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาวงเวียนโอเดียน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่พระครูอมรโฆสิต (ปรีชา) โทร.08-9666-4344 พระมหาเดวิด โทร.08-9698-7235 พระมหาพัชดา โทร.08-9999-4117

ด้านพระครูปริยัติโพธิวิเทศ โฆษกพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาลกล่าวว่า ขอเชิญชวนผู้ที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเนปาลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยสามารถบริจาคผ่านบัญชีชื่อ “ก่อสร้างและบำรุงรักษาวัดไทยลุมพินีเนปาล” ธนาคารกรุงเทพ สาขาตลาดพลู เลขที่ 11-5-086858-4 โดยให้ระบุว่า ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล ส่งอีเมลแจ้งที่ พระมหาสุพจน์ กิตติวัณโณ ที่ lumbini979@gmail.com วัดไทยลุมพินีจะได้ประสานมอบผ่านสถานทูตไทยกรุงกาฐมาณฑุ นำไปช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ยูนิเซฟไทยเปิดเว็บระดมทุนช่วย

ขณะที่ นายพิชัย ราชภัณฑารี ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นชาวเนปาล และอยู่ในกาฐมาณฑุกับครอบครัวขณะที่เกิดแผ่นดินไหว กล่าวถึงเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ว่า เป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงน่ากลัวมาก วันนี้เราเห็นความเสียหายมากมายที่เกิดขึ้นกับตึกรามบ้านช่องทั่วทั้งเมือง ประชาชนมากมายต้องออกมานอนกลางแจ้งท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเพราะยังเกิดแผ่นดินไหวระลอกเล็กๆตามมาอีก คนเหล่านี้ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน และโรงพยาบาลของรัฐก็แน่นแล้ว พวกเขาต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน องค์การยูนิเซฟได้จัดหาสิ่งของต่างๆ รวมถึงยาเม็ดสำหรับฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ชุดเครื่องมือเพื่อสุขอนามัย เต็นท์และเครื่องอุปโภคบริโภค และกำลังประสานงานกับรัฐบาลรวมถึงพันธมิตรอื่นๆ เพื่อจัดหาสิ่งของที่จำเป็นสำหรับเด็กอย่างเร่งด่วนในด้านน้ำสะอาดและสุขอนามัย การปกป้องคุ้มครองเด็ก สาธารณสุขและโภชนาการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้ประกาศระดมทุนอย่างเร่งด่วนจากประชาชนชาวไทยเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีความประสงค์จะร่วมบริจาคเงิน กรุณาเข้าไปที่ www.unicef.or.th

บัวแก้วยันคนไทยปลอดภัย

วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่ข่าวสารนิเทศกรณีเหตุแผ่นดินไหวและการช่วยเหลือคนไทยในเนปาล ฉบับที่ 2 โดยระบุว่าเหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,800 คน บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก โดยถือเป็นแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงที่สุดของเนปาลในรอบ 80 ปี ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุ รายงานสถานการณ์และตรวจสอบความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนไทยและการให้ความช่วยเหลือ โดยขณะนี้มีคนไทย 20 คน เข้าพักที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต เป็นข้าราชการ ครอบครัวและคนไทย ซึ่งอาศัยในอาคารสูงและไม่ปลอดภัยที่จะกลับเข้าไป โดยกลุ่มนี้ยังไม่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตได้ติดต่อคนไทยในกรุงกาฐมาณฑุอีกราว 30 คนทุกคนปลอดภัยดีและยังไม่ประสงค์จะกลับไทย

เปิดสายด่วนให้ติดต่อฉุกเฉิน

ขณะที่กลุ่มคนไทย 34 คน ที่มาประชุมที่ เมืองนากากอด ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุประมาณ 30 กิโลเมตร ปลอดภัยดี และได้ลงชื่อเพื่อขอรับบัตรโดยสาร และกำลังรอขึ้นเครื่องบินโดยสารเดินทางกลับประเทศไทย สำหรับกรณีคนไทยที่ต้องการที่พักชั่วคราว สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต เพื่อเข้า พักได้ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตได้ นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดสายฮอตไลน์ หมายเลข +977 980 106 9233 และ +977 984 124 2094 อย่างไรก็ตาม ระบบการสื่อสารในกรุงกาฐมาณฑุและในหลายพื้นที่ล่มใช้ได้เป็นบางช่วงเท่านั้น ทำให้ยากลำบากในการติดต่อสื่อสารระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ กับคนไทยในพื้นที่ สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังพยายามหาช่องทางสื่อสารอื่นๆ ต่อไป ขณะเดียวกัน กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดสายฮอตไลน์ 4 หมายเลข ได้แก่ 08-5911-4076, 09-4003-7190-2 ระหว่างเวลา 08.00-22.00 น. สำหรับผู้โดยสารของบริษัทการบินไทยที่ประสงค์จะเดินทางออกจากกรุงกาฐมาณฑุสอบถามข้อมูลการบินไทยได้ที่ +977 1411 3140 และ +977 1411 3047

“ร่วม–ตึ๊ง” พร้อมส่งทีมไปช่วยเหลือ

ในส่วนของทีมกู้ภัยจากไทย นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์ ผจก.มูลนิธิร่วมกตัญญู เผยว่า ได้รับการประสานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้จัดเตรียมทีมกู้ภัยที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุตึกถล่ม พร้อมเครื่องมือกู้ภัย เตรียมพร้อม ณ ที่ตั้งของมูลนิธิ หากมีคำสั่งขอรับการสนับสนุน ก็พร้อมจัดส่งทีมกู้ภัยออกไปสนับสนุนได้ทันที เช่นเดียวกับทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก็ได้จัดเตรียมเครื่องมือและทีมกู้ภัยไว้แล้วเช่นกัน โดยทั้ง 2 มูลนิธิได้จัดเตรียมกำลังพลไว้ขั้นต้น 50 คน ที่พร้อมออกเดินทางทันทีที่ได้รับการร้องขอ

ยังไม่รู้ชะตากรรม 6 นศ.ไทย

อย่างไรก็ตาม มีความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในเนปาล ที่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว โดยมีรายงานว่า ญาติของกลุ่มนักศึกษาแพทย์ มศว 6 คนที่เดินทางไปปีนเขาโพคารา ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย น.ส.ธัญสุดา อรรถวิน (ไหม) นายนฤดล นาคหาญ (โอ๋) นายวศิน ชัยวนนท์ (ตั้ว) น.ส.นวลจันทร์ เจียรพัทนรัก (ตาล) นายเจษฎา ศุภปีติพร (ตี๋) และนายดนูวิทย์ ใจแก้ว (ตูน) ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือให้ผู้ที่พบเห็น นศ.ทั้ง 6 ติดต่อกลับคุณนก “กนกวรรณ ศุภปีติพร” 08-9130-2310 ด่วน เพราะนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ญาติพี่น้องของ นศ.กลุ่มนี้ไม่มีใครสามารถติดต่อได้เลย โดยมีรูปน้องทั้ง 6 คน กำลังถ่ายภาพตัวเอง (เซลฟี่) มีภาพด้านหลังเป็นโบราณสถานเนปาล ซึ่งปรากฏว่าจนถึงเย็นวันที่ 26 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.กนกวรรณ พี่สาวของนายเจษฎา ว่า น้องๆกลุ่มนี้เดินทางไปกันเอง เมื่อทราบเหตุจนถึงขณะนี้ไม่สามารถติดต่อน้องๆทั้งคน 6 ได้ สถานเอกอัครราชทูตไทยก็ติดต่อไม่ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 เม.ย. ตนจะเดินทางไปประเทศเนปาลพร้อมกับคุณแม่ของน้องตาล

ทั้งนี้ นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว สถานที่ที่กลุ่มนิสิตไปนั้นไม่ได้รับผลกระทบ จึงเชื่อว่าน่าจะปลอดภัย แต่ขณะนี้ไม่สามารถติดต่อได้ เพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สำหรับ มศว ได้มอบหมายให้รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตประสานงานกับผู้ปกครองนิสิตทั้ง 6 คนอย่างใกล้ชิด ส่วนคณะแพทย์ ได้ขออาจารย์แพทย์เป็นอาสาสมัคร 2 คน เพื่อติดตามลูกศิษย์และเข้าไปร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เนปาลด้วย โดยจะเดินทางไปโดยเร็วที่สุด

เจอแล้ว 6 นศ.มศว ปลอดภัยดี

ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน นายวุตติ วุตติสันต์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยฯแจ้งล่าสุดว่า ตอนนี้พบนักศึกษาไทยทั้ง 6 คน ประกอบไปด้วย 1.น.ส.ธัญสุดา อรรถวิน 2.นายนฤดล นาคหาญ 3.นายวศิน ชัยวนันท์ 4.น.ส.นวลจันทร์ เจียรพัทนรัก 5.นายเจษฎา ศุภปีติพร 6.นายดนูวิทย์ ใจแก้ว แล้ว ทั้งหมดปลอดภัยและสามารถติดต่อกับญาติได้แล้ว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯขอให้ทั้ง 6 คนหาช่องทางเดินทางมายังกรุงกาฐมาณฑุ เพื่อขึ้นเครื่องบินโดยสารกลับประเทศไทย แต่การเดินทางมาที่กรุงกาฐมาณฑุคงต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะสายการบินภายในประเทศเนปาลปิดให้บริการ ทางสถานเอกอัครราชทูตไทยฯกำลัง ช่วยหาข้อมูลเส้นทางให้กับทั้ง 6 คนนี้ ส่วนข่าวที่ว่า มีแพทย์หญิงชาวไทยที่เสียชีวิตอยู่บนเบสแคมป์ของเทือกเขาเอเวอเรสต์ขณะเกิดหิมะถล่มนั้น ทราบว่าเขาถือสัญชาติอเมริกันด้วย จึงอาจถูกส่งชื่อไปที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในเนปาล แต่ทางเจ้าหน้าที่ของไทยยังติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ อย่างไรก็ตาม ตนจะเดินทางกลับไปยังเนปาลในช่วงสายของวันที่ 27 เม.ย.นี้ เพื่อบัญชาการการช่วยเหลือคนไทยในเนปาล

ยอดตาย–เจ็บยังพุ่งไม่หยุด

ต่อมาในช่วงเย็น นายลัศมี ปราสาด ธากัล โฆษกประจำกระทรวงมหาดไทยเนปาล เผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สุดในรอบ 80 ปี เฉพาะในเนปาลเพิ่มขึ้นเป็น 2,263 ราย บาดเจ็บ 5,838 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในอินเดีย อย่างเป็นทางการยังอยู่ที่ 60 ราย ขณะที่สื่อจีนรายงานว่า ผู้เสียชีวิตในธิเบต 17 ราย นอกจากนี้ เหตุอาฟเตอร์ช็อกที่ตามมา แรงกระเทือนยังไปถึงเทือกเขาหิมาลัย ทำให้เกิดหิมะถล่มทับบริเวณเบสแคมป์ มีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 18 ราย ซึ่งรวมแล้วยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งนี้กว่า 2,300 ราย

ระบบสื่อสารขัดข้องการบินป่วน

ขณะเดียวกัน ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงกาฐมาณฑุต้องปิดให้บริการราว 1 ชั่วโมง ผลจากเหตุอาฟเตอร์ช็อกครั้งใหม่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ควบคุมการบินต้องอพยพออกจากตัวอาคารหอควบคุมการบิน ส่งผลให้เที่ยวบินของสายการบินหลายเที่ยวบินต้องเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ อีกทั้งระบบเครือข่ายการติดต่อสื่อสารโทรศัพท์มือถือก็ติดขัด และอีกหลายพื้นที่ในกรุงกาฐมาณฑุไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้

นทท.ไทยแฉนาทีปฐพีเขย่า

เวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.ทิพวรรณ แซ่ตั้ง นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาล และเตรียมเดินทางกลับ ไทยว่า ในคณะทั้งหมด 35 คน ปลอดภัยดี พร้อมเล่านาทีเฉียดตายจากเหตุแผ่นดินไหวว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่มีใครตั้งตัวทัน แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารพังถล่ม พื้นดินทรุดตัว เคราะห์ดีที่ลูกทัวร์ไทยกลุ่มเดียวกันได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่มีใครได้รับอันตรายรุนแรง เหตุเกิดขณะที่ตนและพวกอยู่ที่เจดีย์แลมภูวนาถ เจดีย์ที่อยู่บริเวณรอบๆ พังทลายลงมาเกือบหมด แรงสั่นสะเทือนถึงขนาดไม่สามารถยืนได้ และรัฐบาลเนปาลออกมาประกาศห้ามประชาชนเข้าไปอยู่ภายในอาคาร ประชาชนทั้งหมดจึงต้องออกมาอยู่บริเวณถนน อากาศค่อนข้างเย็น ประกอบกับมีแผ่นดินไหวรุนแรงอีกหลายครั้ง ทำให้อาคารบ้านเรือนเสียหายเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้คนไทยที่เดินทางไปพร้อมกันกำลังอยู่ระหว่างติดต่อขอเดินทางกลับประเทศไทย

เช่นเดียวกับ น.ส.ภัทรภร พิพิธกุล ที่ระบุว่าขณะนั้นกำลังท่องเที่ยวและถ่ายรูปอยู่บริเวณมิวเซียม ในส่วนที่เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน และได้ยินเสียงที่ดังมาก ขณะที่ไกด์ตะโกนเสียงดังให้รีบวิ่งหนี และวิ่งตามไกด์ไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ในคณะที่ไปท่องเที่ยวชุดนี้ทุกคนปลอดภัยดี

11 คนไทยจากเนปาลถึงไทย

จากนั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.52 น. กลุ่มผู้โดยสารสายการบินไทยที่ตกค้างที่สนามบินตรีภูวัน กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงบ่ายวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 258 คน ได้เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ 3209 อย่างปลอดภัย โดยในจำนวนนี้เป็นคนไทย 11 คน ซึ่งมีนายประเสริฐ อภิปุญญา คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. เดินทางมาด้วย และนับเป็นคนไทยกลุ่มแรกที่เดินทางออกจากเนปาล ท่ามกลางสื่อมวลชนไทยจำนวนมากมารอทำข่าว ซึ่งทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรยากาศในกรุงกาฐมาณฑุ แม้จะดูปลอดภัยกว่าแถบชานเมือง หรือเมืองอื่นที่ใกล้กับเอเวอเรสต์ เบสแคมป์ แต่ในเมืองเสียหายอย่างหนัก หาของกินลำบาก ต้องออกมานอนที่สนามกีฬากลางแจ้งเพื่อความปลอดภัย

สุดระทึกดินเขย่าจนรันเวย์แตก

ทั้งนี้ นายศิขรินทร์ อุดมวงษ์ อายุ 31 ปี หนึ่งในคนไทยที่ตกค้างที่สนามบินตรีภูวัน เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญว่า เมื่อช่วงเที่ยง (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 25 เม.ย. ขณะที่นั่งรอขึ้นเครื่องที่ห้องพักผู้โดยสาร ก็เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นมา เจ้าหน้าที่สนามบินและ เจ้าหน้าที่การบินไทย พาพวกเราออกไปยืนที่รันเวย์เพื่อความปลอดภัย อยู่ตรงนั้นด้วยความระทึกกว่า 3 ชั่วโมง เพราะพื้นสนามบินมีรอยแตก การบินไทยก็ยกเลิกเที่ยวบิน ทำให้ต้องลากกระเป๋ามาเดินหาโรงแรมพักเอง ซึ่งก็หายาก ยิ่งดึกยิ่งน่ากลัว เพราะมีอาฟเตอร์ช็อกเป็นระยะ เช้ามาตึกหลายแห่งใกล้กับโรงแรมที่พักพังลง แต่พอติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยกรุงกาฐมาณฑุได้ ก็รู้สึกปลอดภัยขึ้น ซึ่งทางสถานทูตดูแลเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับนายณัฐพล จรูญศักดิ์ ช่างภาพอิสระที่ตกค้างที่สนามบินตรีภูวัน กล่าวว่า ตอนแรกที่เกิดแผ่นดินไหวรู้สึกเหมือนมีใครมาตอกเสาเข็มใกล้ๆ แต่สักพักก็รู้ไม่ใช่ มันรุนแรงขึ้น ต้องถูกเกณฑ์ออกไปยืนที่รันเวย์อยู่นาน แล้วการบินไทยก็ยกเลิกการบิน โดยไม่มีใครมาดูแลพวกเรา กว่าติดต่อ สถานทูตได้ก็เป็นช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย.แล้ว

การบินไทยยันยังบินตามปกติ

นอกจากนี้ ในเวลา 19.56 น. มีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล อีก 158 คน ในจำนวนนี้มีคนไทย 18 คน เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม คนไทยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนไทยที่มีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 26 เม.ย.ตามปกติ ซึ่งสายการบินไทยจะมีเที่ยวบินกลับจากเนปาล วันละ 1 เที่ยวบินเท่านั้น ทั้งนี้ การบิน-ไทยยังคงทำการบินตามปกติ ไปกลับในเส้นทางกรุงเทพฯ-กาฐมาณฑุ ทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-200 เที่ยวไปทีจี 319 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 10.15 น. ถึงกาฐมาณฑุ เวลา 12.25 น. ส่วนเที่ยวกลับทีจี 320 ออกจากกาฐมาณฑุ เวลา 13.30 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.15 น. ผู้โดยสารสามารถดูรายละเอียดและสำรองที่นั่งของเที่ยวบินได้ที่ www.thaiairways.com หรือ THAI Contact center โทร.0-2356-1111

วัดปากน้ำมอบ 2 ล้านช่วยเนปาล

ทั้งนี้ ช่วงค่ำวันเดียวกัน พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กล่าวว่า ตามที่วัดสระเกศฯได้จัดตั้งศูนย์ให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเนปาลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ วัดสระเกศฯ นั้น ล่าสุดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้มอบเงินจำนวน 1 ล้านบาท และมูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำ ได้มอบเงินอีก 1 ล้านบาท เพื่อบริจาคให้กับทางศูนย์ฯ ในการนำเงินไปให้ความช่วยเหลือชาวเนปาลที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ พร้อมกันนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ยังมีสาส์นแสดงความเสียใจต่อการเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ใจความว่าในนามคณะสงฆ์แห่งราชอาณาจักรไทย และอุบาสกอุบาสิกาทั้งมวล ขอแสดงความเสียใจต่อการเกิดภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก คณะสงฆ์แห่งราชอาณาจักรไทยและอุบาสก อุบาสิกา ทั้งมวล ขอแสดงความเสียใจในเหตุการณ์นี้ มา ณ ที่นี้ด้วย ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยซึ่งมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธานโปรดอภิบาลคุ้มครองรักษาให้ประชาชนพี่น้องชาวเนปาลได้ผ่านพ้นภัยพิบัติครั้งนี้ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็งและประสบความสุขตลอดกาลเทอญ

หมอสาวลูกครึ่งเชื้อสายคนไทยตั้งใจจะไปปักธงบนเอเวอเรสต์หิมะถล่มทับตายเหยื่อธรณีพิโรธกว่า2พันศพแล้ว... 27 เม.ย. 2558 06:14 28 เม.ย. 2558 10:10 ไทยรัฐ