วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สำนึกแห่งชาติเพื่อปรองดอง

โดย สายล่อฟ้า

รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด ซึ่งจะมีผลใช้บังคับสำหรับทุกๆคน ไม่ว่าใครจะดำรงฐานะอะไรก็ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น เว้นแต่พวก “หัวหมอ” ที่เคยทำให้เกิดปัญหาด้วยการตีความข้างๆคูๆ เพื่อประโยชน์ของตัวเองและพรรคพวก

ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมจึงมีการถกเถียงกันมาก ทั้งสนับสนุนและคัดค้าน แม้จะเป็นเพียงร่างแรกที่ยังไม่สะเด็ดน้ำก็ตาม

สปช.ต้องชำแหละกัน 7 วัน 7 คืน เพื่อแสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและเห็นต่างหลายประเด็นหลายมุมมองอันเป็นสิ่งที่ดีเพื่อให้รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้

ขนาดว่าพรรคการเมืองใหญ่อย่างเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาทางการเมืองไม่มีใครยอมใครมาตลอดและคือตัวปัญหาสำคัญที่ทำให้คนไทยต้องขัดแย้งกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ยังยอม “ปรองดอง” เอาไหนเอากัน...

ถึงขั้นเห็นตรงกันว่า หากการเลือกตั้งต้องล่าช้าออกไปสัก 2-3 ปีก็ยอม แต่รัฐธรรมนูญจะต้องเป็นประชาธิปไตยและควรมีการทำประชามติ แต่ถ้าไม่มีการแก้ไขเชื่อว่าความขัดแย้งจะไม่สิ้นสุด

นี่ผมไม่ได้คิดเองเออเองนะครับ...แต่เรื่องนี้มาจากที่ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะรองเลขาธิการ คสช. และเลขาธิการ กอ.รมน. ได้เชิญบรรดาแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล

ยังมีแกนนำ นปช. เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ และใครต่อใครอีกหลายท่าน ถือเป็นตัวแทนที่เรียกว่าตัวจริงเสียงจริงไปร่วมหารือที่สโมสรกองทัพบก

น้ำหนักคำพูดหรืออะไรก็ตามย่อมมีความหมาย

แม้ว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่เข้าร่วมพบปะด้วยจะออกตัวว่า การพูดคุยกันนั้นน่าจะเป็นการตีความไปทำนองว่ายอมให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือต้องการให้เดินไปตามโรดแม็ปที่วางไว้

ก็ว่ากันไปครับ...แต่หากฟังหลายๆคนที่ให้สัมภาษณ์ หลังจากนั้นถ้าจับประเด็นให้ชัดไม่ว่าจะเป็นคนของประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทย

คำตอบมันน่าจะชัดเจนตรงกันและสอดรับกัน

นั่นคือต้องการให้รัฐธรรมนูญที่ออกมานั้นเป็นประชาธิปไตยมิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหา เกิดความขัดแย้งจนทำให้ปรองดองกันไม่ได้

หรือพูดง่ายๆได้ว่า หากหลักการหรือเนื้อหาสาระไม่เป็นไปตามที่นักการเมืองต้องการ ด้วยการอ้างถึงหลักการ “ประชาธิปไตย” มีปัญหาแน่ๆ

ที่ไม่เห็นด้วยก็เพราะรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้ไม่สามารถปรองดองกันได้ ดังนั้น หากจะต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไป 2-3 ปี เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตอบโจทย์พวกเขาได้และจัดทำประชามติ

นั่นแหละคือเงื่อนไขสำคัญ

ประเทศไทยนั้นเคยมีรัฐธรรมนูญที่พูดได้ว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มใบมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการเมืองได้

นำไปสู่ความขัดแย้งและวกกลับไปสู่การทำปฏิวัติยึดอำนาจ นั่นก็เพราะปัญหาการทุจริต การใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม

วันนี้ “นักการเมือง” ก็เอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นอีก

แต่ปัญหาทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เคยคิดและมีสำนึกร่วมกันหรือไม่ว่ามันเกิดขึ้นมาเพราะอะไร ใครเป็นต้นตอต้นเหตุ

ครับ...มันต้องถึงเวลาแล้วที่นักการเมืองจะต้องคิดและมีสำนึกรับผิดชอบร่วมกันแล้วว่าจะต้องนำพาประเทศชาติและประชาชนไปในทิศทางไหนเพื่อให้จะเดินไปข้างหน้าได้

เป็นความปรองดองที่มาจากรากฐานแห่งมโนสำนึก.

“สายล่อฟ้า”

26 เม.ย. 2558 10:10 26 เม.ย. 2558 10:10 ไทยรัฐ