วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีวงล้อมกรอบการเมือง : ถอดรหัสร่างรธน.ฉบับน้ำพริกปลาทู

"ปูทางแก้ไขความขัดแย้งและปฏิรูปประเทศไทย”

เป็นไฮไลต์ของรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป โดย นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ นำเสนอผ่านการให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง

ก่อนเข้าเรื่อง ไปดูปฏิทินการยกร่างรัฐธรรมนูญหลังปิดฉากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณาเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในภาพรวมของการอภิปราย สมาชิก สปช.ที่สนับสนุนและคัดค้านในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญมีพอๆกัน

นับจากนี้ไป กมธ.ยกร่างฯก็ส่งร่างที่จัดทำเสร็จแล้วให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. ถึงวันที่ 25 พ.ค. สปช.จะใช้สิทธิยื่น คำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญต่อประธาน กมธ.ยกร่างฯภายใน 30 วัน

ขณะเดียวกัน ครม. และ คสช. ก็จะเสนอความเห็นหรือยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ต่อประธาน กมธ.ยกร่างฯภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับร่าง

พอเข้าสู่ช่วงวันที่ 25 พ.ค. ถึงวันที่ 23 ก.ค. กมธ.ยกร่างฯจะเข้าสู่โหมดการพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งในช่วงนี้จะมีการปิดประตูทำร่างรัฐธรรมนูญในช่วงวันที่ 22-30 มิ.ย. ที่สวนสน จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากนั้นเสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อ สปช. เพื่อพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายใน 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. ถึงวันที่ 6 ส.ค. สปช.ต้องมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนับตั้งแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ

และประธาน สปช.นำร่างรัฐธรรมนูญที่ สปช.มีมติเห็นชอบ ขึ้นทูลเกล้าฯภายใน 30 วันนับแต่วันที่ สปช.มีมติ คือในช่วงวันที่ 6 ส.ค. ถึงวันที่ 4 ก.ย.

แต่ถ้ามีการทำประชามติก็บวกไปอีกอย่างน้อย 3 เดือน อาจจะมีการเลือกตั้งเลยช่วงเป็นกลางปี 59 เพราะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพื่อให้ กกต. มีอำนาจไปทำประชามติ และนำเงินงบประมาณออกมาใช้ทำประชามติ

ทั้งหมดเป็นปฏิทินการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับน้ำพริกปลาทู ตามที่ สปช.บางท่านสะท้อนให้เห็นว่ามีความเหมาะสมและมีกลิ่นอายความเป็นไทยอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

แม้จะมีหลายประเด็นที่ สปช.อภิปรายให้มีการทบทวนแก้ไข รวมถึงฝ่ายการเมืองก็วิพากษ์วิจารณ์ให้แก้ไข เพราะถ้าเดินตามบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ประเทศจะไม่พัฒนา นำไปสู่ความขัดแย้งใหม่อีกรอบ และเปิดประตูให้สืบทอดอำนาจ

โดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูปและประเด็นโครงสร้างสถาบันการเมือง ประกอบด้วย ครม. ส.ส. ส.ว. และองค์กรที่มิได้มาจากประชาชน อาทิ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีสมาชิก 120 คน มาจาก สปช. 60 คน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 30 คน ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปฏิรูปต่างๆ 30 คน คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ มีกรรมการไม่เกิน 15 คน มาจากมติของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ประเด็นต่างๆเหล่านี้ นายมานิจ ขอเริ่มต้นบอกว่า ตราบใดยังเดินตามรัฐธรรมนูญฉบับเก่า ไม่ว่าจะเป็นฉบับปี 40 หรือปี 50 บ้านเมืองจะเกิดความยุ่งเหยิง เกิดความขัดแย้งขึ้นมาใหม่

เพราะมีตัวอย่างให้เห็นเกิดเหตุการณ์ฉีกรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับมาแล้ว ปัญหามันคืออะไร สมมติฐานของปัญหาคืออะไร เราจำเป็นจะต้องออกแบบรัฐธรรมนูญมาแก้ปัญหาเหล่านั้น

หนึ่งในปัญหาคือรัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป อำนาจล้นฟ้า สามารถทำอะไรโดยไม่เกรงใจประชาชน ความเหลื่อมล้ำในกรณีต่างๆ ความขัดแย้งในสังคมก็ล้วนเป็นปัญหา

เราจึงออกแบบรัฐธรรมนูญให้มีการสร้างพลเมืองเป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม นำชาติสู่สันติสุข ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ปูแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และการปฏิรูปประเทศ 18 ด้านได้จริงๆ

โดยเฉพาะด้านการปฏิรูป ขอยกตัวอย่างฉายภาพให้เห็นการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมายโดยง่าย

กำหนดให้ตรากฎหมายว่าด้วยการจัดทำประมวลกฎหมาย เพื่อรวบรวมและปรับปรุงกฎหมายและกฎในเรื่องต่างๆไว้อย่างครบครัน ทันสมัย เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ

แถมเตรียมตรากฎหมายว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดีแก่ผู้มีรายได้น้อย มีหน่วยงานที่ให้คำแนะนำ จัดทนายความที่มีความสามารถทางคดี เพื่อดำเนินคดีทางแพ่ง อาญา และทางปกครองให้ด้วย รวมถึงการจัดตั้งกองทุนให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และคดีขึ้นเพื่อการดังกล่าว

แต่การปฏิรูปทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้นทันตาเห็นแค่ชั่วข้ามคืน จะต้องรออีก 5 ปี ถ้ายังทำไม่เสร็จก็รอดูว่าจะให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอยู่ต่อไปหรือไม่

ถ้าไม่อยู่ต่อจะเปลี่ยนคนใหม่มาทำหรือบอกเลิกการปฏิรูปไปเลยขึ้นอยู่กับประชาชน แต่มาถึงวันนี้คงต้องมีการขับเคลื่อนการปฏิรูปโดยผ่านสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เชื่อว่าเดินไปได้

แต่ขณะนี้มีคนวิพากษ์วิจารณ์เชิงตำหนิว่าทำไมจะต้องมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่ แต่มีบางคนเสนอให้มีองค์กรนี้ เพราะเป็นผู้ที่รู้เรื่องการปฏิรูปมาก่อน ก็ต้องให้เข้ามาทำหน้าที่

ถึงบอกว่าทั้งหมดเป็นรัฐธรรมนูญร่างแรก เดี๋ยวจะปรับแก้ให้ ทะมัดทะแมงขึ้น รวมถึงอาจจะปรับเรื่องที่มาของนายกฯ อำนาจและที่มาของ ส.ว. องค์กรต่างๆที่เกิดขึ้นมาใหม่ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มอำนาจให้พลเมืองเป็นใหญ่ นักการเมืองถึงไม่ยอม ใน กมธ.ยกร่างฯจึงพูดอยู่เสมอว่า ถ้าทำแล้วนักการเมืองเก่าด่า เราน่าจะเดินมาถูกทาง

ฉะนั้นประเด็นที่สมาชิก สปช.อภิปราย เราบันทึกไว้ทั้งหมด จะนำไปรวมกับข้อมูล ความคิดเห็นหลายส่วนที่ไม่รู้มาจากแม่น้ำกี่สาย ทั้งจากที่ กมธ.ยกร่างฯออกเดินสายไปฟังตามต่างจังหวัด ความเห็นของ สปช.ที่ออกไปฟังตามต่างจังหวัด สมาชิก สปช.ขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ

ยังไม่นับรวม คสช. และ ครม.ที่จะเสนอความคิดเห็นหรือยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ กมธ.ยกร่างฯพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมตามเวลาที่กำหนด ก่อนเสนอต่อ สปช.เพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

ส่วนสมาชิก สปช.บางคนที่มีความคิดต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จะแสดงความคิดเห็นอะไรก็เป็นเรื่องของเขา กมธ.ยกร่างฯทำได้เพียงอธิบายเหตุผลให้เขาได้รับทราบ

ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดไว้ชัดเจนว่า เมื่อ กมธ.ยกร่างฯได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้เสนอต่อ สปช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้นทั้งฉบับ

สปช.จะแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อความของร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้แล้ว เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาดที่ไม่ใช่สาระสำคัญ และ กมธ.เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น หรือกรณีที่ กมธ.ยกร่างฯเห็นว่าจำเป็นต้องการแก้ไขเพิ่มเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น

วันนี้มีการพูดถึงองค์กรที่ผุดขึ้นมาใหม่ในรัฐธรรมนูญ ต้องถามย้ำต่อ กมธ.ยกร่างฯจะเขย่าอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับได้ของฝ่ายต่างๆที่เสนอแนะและท้วงติง นายมานิจ บอกว่า อาจจะเขย่าองค์กรทั้งหลายที่มี 10-11 องค์กร

เพื่อปรับปรุง ทั้งเรื่องที่มา อำนาจหน้าที่ และอาจจะลึกลงกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเหตุผลต่างๆที่รับฟังมาประกอบการพิจารณา แต่ทั้งหมดยังบอกไม่ได้ว่าจะปรับตรงไหน อย่างไร ถ้าบอกตอนนี้จะเร็วเกินไป เพราะการปรับ แก้ไข เพิ่มเติมต้องทำงานเป็นทีมโดยใช้มติของที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ

เราเขียนรัฐธรรมนูญก็รู้ว่าจะทำให้ถูกใจทุกคนในประเทศไทยและให้ถูกใจ 100 เปอร์เซ็นต์ มันเป็นไปไม่ได้

เพราะใน กมธ. ยกร่างฯ 36 คน ก็ไม่ได้เห็นพ้องกันไปทั้งหมด แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรก็ต้องไปอย่างนั้น โดยอธิบายด้วยเหตุด้วยผลจนยอมซึ่งกันและกัน

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า สุดท้ายมั่นใจแค่ไหนว่าที่ประชุมสปช.จะให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ นายมานิจ บอกว่า ถึงบอกว่า กมธ.ยกร่างฯจะต้องปรับ...

...แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกให้เหมาะสม.

ทีมการเมือง

26 เม.ย. 2558 09:29 26 เม.ย. 2558 09:29 ไทยรัฐ