วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปสมัย ร.5

การปฏิรูปบ้านเมืองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในสยามนั้น เกิดขึ้นใน สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นรากฐานสำคัญของการปฏิรูปครั้งต่อไปๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 และอีกหลายๆครั้ง จนกระทั่ง...ครั้งนี้

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชนิพนธ์เรื่องเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อปี พ.ศ.2470 (ส.ศิวรักษ์ บก.หนังสือสนุก สำนัก พิมพ์สังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2540) ว่า

เมื่อพระองค์เสด็จกลับจากยุโรปครั้งหลัง พ.ศ.2467 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงมีพระราชดำริว่า พระองค์ทรงมีอายุมาก สมควรเล่าเรียนประเพณีการปกครองบ้านเมือง และราชการแผ่นดิน

ในจำนวนหนังสือ ที่เจ้าพระยามหิธร นำมาให้ศึกษา ทรงสนพระทัย พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง (รัชกาลที่ 5) มาก ทำให้เห็นพระราชหฤทัย ในการที่จะทรงมีพระราชดำริกิจการใดๆ ทั้งปวง พระองค์มิได้ทรงนึกถึงสิ่งอื่นเลย นอกจากความสุขของประชาชนและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ

การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากแบบเดิม เป็นตั้งกระทรวง 12 กระทรวง ต้องนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ซึ่งเรียกได้อย่างพูดกันตามธรรมดาว่า พลิกแผ่นดิน

ถ้าจะใช้คำอังกฤษ ก็ต้องว่า Revolution ไม่ใช่ Evolution

การเปลี่ยนดังนี้ มิน้อยประเทศนักที่จะสำเร็จไปได้โดยราบคาบ ปราศจากการจลาจล

ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างพลิกแผ่นดิน เหมือนประเทศสยาม แต่หาได้ดำเนินไปโดยสงบราบคาบเหมือนประเทศสยามไม่ ยังต้องมีการจลาจลในบ้านเมือง เช่นมีขบถสัตสุมา เป็นต้น

การที่ประเทศสยามได้เปลี่ยนแปลงวิธีการปกครองอย่าง Revolution ได้ โดยไม่ต้องมีใครต้องเสียเลือดเนื้อ แม้แต่หยดเดียวดังนี้ ต้องนับว่าเป็นมหัศจรรย์

เป็นโชคดีของประเทศสยามเป็นอย่างยิ่ง

การเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ ย่อมขัดกับประโยชน์ของคนบางจำพวก การเปลี่ยนนี้สำเร็จอย่างราบคาบไปได้ ก็เพราะ Revolution ของเรานั้น สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้ทรงริเริ่ม

ประกอบกับสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น ทรงพระปรีชาสามารถยิ่งกว่าผู้ใดหมดในเวลานั้น ทั้งยังทรงมีพระราชอัธยาศัยละมุนละม่อม ทรงสามารถปลูกความจงรักภักดีในชนทุกชั้น ที่ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิด พระองค์แม้แค่ครั้งเดียว

ทรงเล็งเห็นภารภายหน้าอย่างชัดเจน และทราบการที่ล่วงไปแล้วเป็นอย่างดี

ได้ทรงมีพระราชดำริตริตรองโดยรอบคอบ ได้ทรงเลือกประเพณีปกครองทั้งของไทยเรา และต่างประเทศประกอบกัน ด้วยพระปรีชาญาณอันยวดยิ่ง

ได้ทรงจัดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นลำดับมา ล้วนเหมาะกับเหตุการณ์ และเหมาะกับเวลา

ไม่ช้าเกินไป ไม่เร็วเกินไป

พวกเราฯ ควรตั้งใจดำเนินตามรอยพระยุคลบาท ตามแต่จะทำได้ ควรพยายามดูแลการล่วงหน้า แต่ก็ควรเหลียวหลัง ดูประเพณีและหลักการที่ล่วงไปแล้วด้วยเหมือนกัน ใน 2 อย่างนี้ ก็พอจะทำได้

มียากอยู่เพียง จะเลือกเวลาให้เหมาะ อย่าให้ช้าเกินไป อย่าให้เร็วเกินไป

ข้อนี้แหละยากยิ่งนัก นอกจากมีสติปัญญาแล้ว ยังต้องมีโชคดีประกอบด้วย

รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชนิพนธ์ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ...ตั้งแต่ พ.ศ. 2470 ครับ ผมอ่านวันนี้ ก็ยังเห็นว่า ยังเป็นความจริง ที่ทันสมัย บ้านเมืองของเรา มีความเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่แทบจะไม่มีครั้งใด ผ่านเลยไปได้โดยไม่ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต

ผมเห็นว่า หลักการใช้ปัญญา มองไปข้างหน้า เหลียวไปข้างหลัง...

คณะปฏิรูปชุดล่า...ใช้เต็มที่ แต่โชคดี หรือโชคร้าย ก็คงเป็นดังพระราชนิพนธ์ ร.7 ว่าอยู่ที่เวลา...เวลาเหมาะสมหรือไม่

ผมภาวนา...พระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย... ประเทศไทยเคยผ่านวิกฤติ โชคดีมาแล้วหลายครั้ง ขอให้ครั้งนี้เราจะได้เวลาดี และจะโชคดี.

กิเลน ประลองเชิง

26 เม.ย. 2558 09:19 26 เม.ย. 2558 09:19 ไทยรัฐ