วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อัพเดตโอกาสการลงทุนไทยในเคนยา

จันทร์วันนี้ 09.00-12.00 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ ได้รับเชิญจาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) พูด “บทบาทของ Emerging Market ในเวทีโลก : ท่าทีของไทย” ที่โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

ในช่วงที่ผ่านมามีข่าวคราวความรุนแรงเกิดขึ้นในสาธารณรัฐเคนยาเป็นระยะ ทำให้ผู้อ่านท่านที่เคารพซึ่งเป็นนักธุรกิจกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง ชะลอการตัดสินใจในการเข้าไปแสวงหาโอกาสการลงทุนในดินแดนแห่งนี้ และส่ง email มาฝากให้ผมอัพเดตเคนยารับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพเพิ่มเติม ซึ่งผมขออนุญาตตอบรับใช้ดังนี้ครับ

แม้ว่าจะมีศักยภาพด้านภูมิศาสตร์และด้านการท่องเที่ยว แต่ในด้านการลงทุน เคนยายังดึงดูดการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ได้น้อยกว่าประเทศแทนซาเนียและยูกันดา จากปัญหาความรุนแรงในประเทศ ปัญหาการเมือง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่เพียงพอ

เคนยาก็มีความพยายามพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจในระยะยาว คือ โครงการ Kenya Vision 2030 เป็นโครงการที่พัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเจริญเติบโตเท่าตัวแก่ประเทศภายในปี 2030 หรือในอีก 15 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นแผนที่มีโครงการย่อยหลายโครงการ และกำลังจะเริ่มต้นดำเนินโครงการในอนาคต

เคนยาเป็นสมาชิกประชาคมแอฟริกันตะวันออก หรือ EAC ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายแรงงาน ผลผลิต และการเงินระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้มีความสะดวก นอกจากจะสามารถลดปัญหาการกีดกันทางการค้าทั้งรูปแบบมาตรการทางภาษีและไม่ใช่ภาษีแล้ว เคนยายังพยายามเปิดเสรีทางการค้า โดยการร่วมลงนามจัดตั้งเขตการค้าเสรีกับกลุ่มตลาดร่วมแห่งแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาตอนใต้ หรือ COMESA

การร่วมลงนาม COMESA ทำให้เกิดตลาดเสรีขนาดใหญ่ที่มีประชากรรวมกันถึง 350 ล้านคน เท่านั้นยังไม่พอครับ เคนยายังได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าจากสหภาพยุโรปภายใต้ความตกลงโคโตนูและได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าจากสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบัญญัติ African Growth and Opportunity Act (AGOA) อีกด้วย

เดิมเคนยายังเป็นประเทศเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติในด้านศักยภาพต่างๆ ทั้งในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางทั้งการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก มีจุดขนถ่ายสินค้าสำคัญคือท่าเรือมอมบาซา มีเครือข่ายการคมนาคมขนส่งที่ดีส่งต่อไปทั้งทางรถไฟ และทางอากาศเข้าไปยังประเทศต่างๆในทวีปแอฟริกา

ขอเรียนว่า ไม่ได้มีดีแค่ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางซาฟารีแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ แต่เคนยายังมีทรัพยากรธรรมชาติที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งอัญมณี อย่างทับทิม ไพลิน แซฟไฟร์ รวมทั้งพลอยเนื้ออ่อนชนิดต่างๆ

ผู้อ่านท่านที่สนใจจะขยายการค้าการลงทุนไปยังเคนยาที่อยู่ในสาขาเครื่องจักรกลการเกษตร อาหารแปรรูป และอาหารกระป๋อง ก็ยังพอมีโอกาส เพราะอาหารแปรรูปและอาหารกระป๋องที่นั่นยังมีจำหน่ายไม่มากนัก แต่ตอนนี้ ประชาชนคนเคนยามีรสนิยมในการเลือกซื้อสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค เสื้อผ้าสำเร็จรูป และสินค้าแฟชั่น ที่มีคุณภาพมากขึ้น ทำให้พวกนี้จะหันมาสนใจสินค้าไทย เพราะสินค้าไทยมีภาพลักษณ์ขึ้นชื่อว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ทันสมัย และราคาไม่สูง

ส่วนช่องทางการกระจายสินค้าการค้าปลีกโดยเฉพาะสินค้าพวกอาหารและเครื่องดื่มในเคนยานั้น ก็เหมือนกับในประเทศไทย คือสามารถขายได้ใน 3 ช่องทางหลัก

กลุ่มแรกคือ กลุ่มห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่+ซุปเปอร์มาร์เกต กลุ่มที่สองคือ กลุ่มร้านสะดวกซื้อ หรือพวกร้านค้าในสถานีให้บริการน้ำมัน หรือก๊าซ รวมทั้งพวกคิออสหรือร้านค้าขนาดเล็กตามถนน และกลุ่มที่สามเป็นกลุ่มสำคัญที่มีส่วนแบ่งตลาดถึง 80% คือ เป็นกลุ่มที่ค้าขายในรูปแบบตลาดแบบดั้งเดิม ที่เป็นการค้าปลีกในรูปแบบตลาดนัด หรือร้านค้าขนาดเล็กริมถนน รวมทั้งการขายสินค้าเร่ตามท้องถนน ร้านแบบนี้มีกระจัดพลัดพรายตัวอยู่ทั่วประเทศ สินค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นผัก ผลไม้ ถั่วและธัญพืช เครื่องดื่ม และอาหารท้องถิ่น

เคนยายังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจอยู่ เพราะมีศักยภาพแบบที่ผมเรียนรับใช้ไปแล้ว แต่โชคร้ายที่เคนยามีปัญหาด้านการก่อการร้ายบ่อยระยะหลัง เดี๋ยวตูมตามที่โน่นที่นี่ เดี๋ยวกราดยิงในห้างสรรพสินค้า เดี๋ยวเข้าไปฆ่ากันตายในมหาวิทยาลัย ทำให้คนที่จะเข้าไปค้าขายหรือเข้าไปลงทุนกลัว

ท่านผู้ที่ถามมา ก็ต้องมองเคนยาให้ครบทั้งสองด้าน ดังที่ผมเรียนรับใช้ไปแล้วนะครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

26 เม.ย. 2558 09:09 26 เม.ย. 2558 09:09 ไทยรัฐ