วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ดิจิตอลคอนเทนต์ ทางสายใหม่นำไทยโกอินเตอร์

นักอ่านบางท่านเห็นชื่อเรื่องแล้วอาจจะคิดไปไกลว่าวันนี้ต้องอ่านเรื่องเข้าใจยากแน่ๆเลย ไม่ต้องห่วงครับ คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน จะไม่ทำให้ท่านต้องหน้านิ่วคิ้วขมวด เพราะเราทำเรื่องยากให้อ่านง่ายสบายอารมณ์ได้เสมอ

ทีนี้เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า จะได้รู้กันว่า ดิจิตอลคอนเทนต์ (Digital Content) นั้นคืออะไร สำคัญต่อเราๆท่านๆ สักแค่ไหนกันเชียว

ขอบอกเลยว่า ชีวิตเราทุกวันนี้ผูกพันอยู่กับสิ่งที่เรียกว่าดิจิตอลคอนเทนต์อยู่อย่างเหนียวแน่นเลยล่ะครับ เพียงแต่เราไม่ได้สังเกตหรือไม่รู้ว่านี่แหละคือหนึ่งในบรรดาดิจิตอลคอนเทนต์ทั้งหลายเท่านั้นเอง

ดิจิตอลคอนเทนต์ ก็คือสื่อสารสนเทศที่มีรูปแบบเป็นดิจิตอล นึกภาพง่ายๆ ก็คือพวกแอนิเมชันหรือมัลติมีเดียที่เราดูผ่านคอมพิวเตอร์ ทีวี ภาพยนตร์ แท็บเล็ต และที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือโทรศัพท์มือถือ โดยที่เราพบเจอกันบ่อยที่สุดก็จะเป็น แอนิเมชัน, เกม, สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเรียนรู้ (e-Learning) และยังมีส่วนปลีกย่อยอื่นๆอีกเยอะเลยครับ อย่างพวกแอพพลิเคชันต่างๆในโทรศัพท์มือถือที่เราจิ้มเล่นจิ้มใช้กันอยู่ทุกวี่วัน สติกเกอร์ตัวการ์ตูนในไลน์ที่เราส่งให้กันนั่นก็เป็นดิจิตอลคอนเทนต์อย่างหนึ่งเช่นกัน

เราลองมาดูกันทีละส่วนดีกว่า เริ่มที่แอนิเมชัน ซึ่งก็คงรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ขอเล่าลงลึกไปอีกสักนิดว่าแอนิเมชันนั้นสร้างมูลค่าได้ตั้งแต่การออกแบบคาแรกเตอร์ ซึ่งถ้าคาแรกเตอร์นี้โดนใจผู้คนก็สามารถต่อยอด ทำเป็นเกม ของเล่น ของสะสม ฯลฯ สร้างรายได้ให้อย่างมหาศาลเลยล่ะครับ คาแรกเตอร์ดังๆของไทยก็เช่น ก้านกล้วย, ปังปอนด์, เชลล์ดอน คาแรกเตอร์เหล่านี้ยังสามารถพัฒนาไปเป็นแอนิเมชันที่เป็นเรื่องราวต่อเนื่องอย่างการ์ตูนหรือภาพยนตร์ได้อีกด้วย หนังที่ใช้คนจริงๆ แสดงหลายๆเรื่องที่มีบางฉากยากต่อการ ถ่ายทำจริง ก็ต้องใช้แอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้าไปเสริมเติมแต่งให้สมจริง รวมถึงเข้าไปช่วยในงานโฆษณา เกม รายการทีวี เว็บไซต์ การสร้างแบบจำลองต่างๆในยุคนี้อีกมากมาย เห็นไหมครับว่านี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราเลย

ต่อไปก็เป็นเรื่องของเกม ในที่นี้เราหมายถึงเกมที่พัฒนามาจากซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เท่านั้นนะครับ เริ่มจากเกมพีซีออนไลน์ (PC online) หรือเกมที่เราเล่นด้วยคอมพิวเตอร์โดยต้องต่ออินเตอร์เน็ตแล้วเล่นผ่านระบบเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ ซึ่งก็เป็นที่นิยมกันสุดๆในปัจจุบัน ต่างจากเกมประเภทพีซีออฟไลน์ (PC offline) ที่เล่นโดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ได้รับความนิยมน้อยลงทุกที

ต่อไปก็เป็นเกมบนโทรศัพท์มือถือ (Mobile Game) ซึ่งทวีความนิยมอย่างไม่หยุดยั้งในปัจจุบัน เพราะเล่นผ่านโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่พกติดตัวกันไปทุกหนทุกแห่ง สะดวกกับการหยิบมาเล่นได้ทุกเวลา สำหรับเกมที่ใช้เล่นในรูปแบบอื่นก็มีพวกเกมที่ต้องมีเครื่องเล่นต่อพ่วงกับจอทีวีหรือจอคอมพิวเตอร์ และเกมอาเขด (Arcade) ก็บรรดาตู้เกมหยอดเหรียญตามห้างสรรพสินค้านั่นล่ะครับ

ดิจิตอลคอนเทนต์อันดับสุดท้ายที่จะต้องพูดถึงคือ อี-เลิร์นนิ่ง ซึ่งก็คือการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งที่เป็นแบบออฟไลน์ ซึ่งก็คือบทเรียนจากดีวีดีหรือซีดีรอม และแบบออนไลน์ เช่นบทเรียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในองค์กร อี-เลิร์นนิ่งมีประโยชน์มากครับเพราะช่วยให้ผู้เรียนสามารถศึกษาบทเรียนได้ด้วยตนเอง โดยไม่ติดขัดกับข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ในการเรียนรู้

คุณผู้อ่านครับ ที่ผมต้องเล่าถึงอุตสาหกรรมดิจิตอลคอนเทนต์ของไทยเราในวันนี้ ก็เพราะมันมีมูลค่ามหาศาล จากผลการสำรวจในปี 2556 มูลค่ารวมทั้งสามสาขาที่ผมได้กล่าวถึงไปนั้นมีไม่น้อยกว่า 15,694 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยเมื่อดูอัตราการเติบโตในปี 2557-2558 ตลาดเกมจะมีอัตราการเติบโตสูงสุด และจะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนหันมาใช้สมาร์ทโฟนกันมากขึ้น แอนิเมชันนั้นเติบโตแบบสม่ำเสมอไม่พรวดพราดแต่ก็ไม่เคยหยุดนิ่ง ส่วนทางสาขาอี-เลิร์นนิ่งนั้นจะเติบโตน้อย เพราะมูลค่าเกือบทั้งหมดมาจากงบประมาณของภาครัฐ การเติบโตจึงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลในยุคนั้นๆเป็นสำคัญ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิตอลคอนเทนต์ของไทยเรานั้นประสบปัญหาหลายด้าน เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก การสร้าง ภาพยนตร์แอนิเมชันสักเรื่องหนึ่ง ต้องใช้ต้นทุนอย่างน้อยก็ 50-60 ล้านบาท ใช้เวลา สร้างตั้ง 2-3 ปี แต่ภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดงใช้ต้นทุน 10-15 ล้านบาท ถ่ายทำสัก 1 ปีก็ได้หนังมาเรื่องหนึ่งแล้ว คนไทยเราที่เชี่ยวชาญทางดิจิตอลคอนเทนต์หลายๆคนก็มีโอกาสทำงานในต่างประเทศ หรือบริษัทต่างชาติ และอยู่เบื้องหลังผลงานที่โด่งดังมากมาย

ทุกวันนี้เมืองไทยเรามีผู้ประกอบการแอนิเมชันและเกมซึ่งเป็นผู้ออกแบบและพัฒนาที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เองนั้นมีมากขึ้น จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้รับจ้างผลิต (out source) ให้กับบริษัทต่างชาติ ซึ่งเขาก็ส่งออกไปจำหน่ายในวงกว้างมีผลกำไรมหาศาล โดยที่เราได้เพียงค่าจ้างในการผลิตเท่านั้น

ที่ผ่านมา ไทยเราต้องนำเข้างานแอนิเมชันและเกมจากต่างประเทศมูลค่าปีละนับพันล้านบาท ในขณะที่การส่งออกยังมีมูลค่าน้อยกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ แต่ก็น่าภูมิใจที่ขณะนี้เรามีผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สร้างผลงานของตนเองส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเกมบนโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งงานจ้างผลิตก็มีมากขึ้น นับว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตรุดหน้ามีอนาคตยาวไกลและสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้สูงมากเลยครับ

ในยุคสมัยนี้ดิจิตอลคอนเทนต์เป็นช่องทางแห่งความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจที่หลายๆประเทศกำลังเร่งพัฒนา ภาครัฐของไทยเราก็กำลังให้ความสนับสนุน มีการประสานงานกับภาคเอกชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจบันเทิงและดิจิตอลคอนเทนต์ของไทยได้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ หวังสร้างให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจนี้ของอาเซียน สนับสนุนบุคลากรของไทยให้สร้างสรรค์ผลงานสู่เวทีโลกมากขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางการค้าเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ตามแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ของรัฐบาล

และล่าสุด 7 องค์กรภาครัฐ ประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, กระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยเครือข่ายภาคเอกชน ก็ได้ร่วมกันจัดงาน 4 งานใหญ่ใน Bangkok Entertainment Week ระหว่างวันที่ 27 เมษายน-3 พฤษภาคมนี้ ที่จะ
ทำให้กรุงเทพฯ เป็น “มหานครแห่งความสุข” และแสดงถึงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานระดับเมกะอีเวนต์ของอาเซียนด้วย งานมีดังนี้ครับ

งาน Bangkok Comic Con 2015 x Anime Festival Asia Thailand 2015 วันที่ 30 เม.ย.-3 พ.ค. ที่ไบเทค บางนา, งาน Bangkok International Digital Content Festival 2015 วันที่ 27-29 เม.ย. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็น-ทรัลเวิลด์, และ 30 เม.ย.-3 พ.ค. ที่ไบเทค บางนา, งาน Thailand Comic Con 2015 วันที่ 30 เม.ย.-3 พ.ค. ที่สยามพารากอน และงาน Thailand Toy Expo 2015 วันที่ 30 เม.ย.-3 พ.ค. จัดที่เซ็นทรัลเวิลด์

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เช่น นิทรรศการแสดงวิวัฒนาการของการ์ตูนและแอนิเมชันของไทยกับต่างประเทศ ตั้งแต่ ยุคแรกจนมาถึง Social Media Character ที่โด่งดัง และแอนิเมชัน พระมหาชนก จัดที่บริเวณบีที–เอสสกายวอล์ก วันที่ 27 เม.ย.-3 พ.ค. ส่วน วันที่ 1-3 พ.ค. จะมีเวิร์กช็อปต่างๆ ทั้งการออกแบบคาแรกเตอร์และทำสติกเกอร์ไลน์ โดย Zylostudio ผู้ออกแบบสติกเกอร์ควายไทย “ติดลม” และกลุ่ม LCCT, การเล่าเรื่องจากบันลือสาส์น เจ้าของผลงานดัง อย่างขายหัวเราะ, การทำ flipbook ในสไตล์ของคุณเอง และมี Art Market สาธิตและจำหน่ายสินค้าเก๋ๆ จากความคิดสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ที่ลานด้านหน้าหอศิลป์ฯ โชว์พิเศษที่ผสมผสานการเล่าเรื่องด้วยภาพ สี และเสียง พร้อมทั้งฟังดนตรีจากศิลปินสุดแนว ฯลฯ

ธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์ของไทยเรายังเติบโตได้อีกมากมาย ในยุคสมัยที่คนเราแข่งขันกันด้วยปัญญาและความสามารถอย่างนี้ เป็นโอกาสทองที่ไทยเราจะได้โกอินเตอร์อย่างสง่าผ่าเผย เพราะเรื่องความคิดสร้างสรรค์และฝีมือการผลิตของคนไทยเรานั้นไม่ธรรมดา ขอแค่จับจุดให้ถูกว่าอะไรคือสิ่งที่ต่างชาติอยากได้จากเรา และพยายามไขว่คว้าโอกาสนั้นมาให้ได้ ยิ่งถ้าภาครัฐช่วยสนับสนุนอย่างจริงจังเต็มที่ ไทยเราต้องเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ก้าวไกลไม่น้อยหน้าใครในระดับสากลแน่นอนครับ.

โดย : รายทาง
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน

25 เม.ย. 2558 09:29 25 เม.ย. 2558 09:31 ไทยรัฐ