วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


จากตำนานพระนเรศวร ถึง...โรงถ่ายค่ายสุรสีห์

โดย ซูม

ในที่สุดอภิมหาภาพยนตร์ไทย เรื่อง “ตำนาน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ก็มาถึงภาค 6 ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายหรือภาคจบของภาพยนตร์ชุดนี้ ได้แก่ตอน “อวสานหงสา” ที่ยังมีฉายอยู่บ้างตามโรงต่างๆในขณะนี้

ผมไม่มีโอกาสได้ดู เพราะต้องไปขึ้นเขียงผ่าตัดในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับภาพยนตร์เข้าฉาย และเมื่อออกจากโรงพยาบาลคุณหมอท่านก็ขอร้องให้พักผ่อนอยู่กับบ้าน ปฏิบัติตนตามคู่มือฟื้นฟูไปพลางๆก่อน

ดูวันเวลาแล้วก็คงไม่ทันที่จะไปดูภาคจบของอภิมหาภาพยนตร์ที่ผมติดตามให้กำลังใจมาโดยตลอดอย่างแน่นอน

แต่สำหรับท่านผู้อ่านที่มีสุขภาพแข็งแรงสามารถไปเที่ยวนอกบ้านโดยไม่ต้องห่วงกังวลใดๆ ถ้ามีโอกาสอย่าลืมไปดูกันบ้างนะครับ

แม้ขณะนี้โรงใหญ่ๆจะถอดภาพยนตร์เรื่องนี้จากโปรแกรมไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีโรง SF ตามศูนย์การค้าอีกหลายๆแห่งฉายอยู่และน่าจะลาโรงโดยสิ้นเชิงในวันอังคารที่ 28 เมษายน ยังพอมีเวลาที่จะไปชื่นชมผลงานอมตะของท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล อีก 2 วันครับ

ดูหนังใหญ่ๆแบบนี้ต้องดูในโรงครับ ไปซื้อแผ่นมาดูเองจะทำให้อรรถรสหย่อนหายไปกว่าครึ่งเลยล่ะ

โดยส่วนตัวผมเองต้องขอขอบคุณท่านมุ้ยไว้ ณ ที่นี้ ที่ตัดสินใจสร้างภาพยนตร์ชุดนี้ขึ้น เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการหยิบยกประวัติศาสตร์ไทยของเรามานำเสนอให้คนรุ่นหลังได้รับรู้รับทราบถึงพระวีรกรรมและความกล้าหาญของพระมหากษัตริย์ไทย ตลอดจนความรักชาติ เสียสละ อุทิศตนเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินของแม่ทัพนายกองและประชาชนชาวไทยในอดีตในการต่อสู้เพื่อปกบ้านป้องเมืองเท่านั้น

แม้ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เองโดยเฉพาะการเนรมิตฉากต่างๆขึ้นนั้นก็ยังเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทยอีกด้วย

ผมไม่แน่ใจว่าท่านมุ้ยใช้เงินไปเท่าใด แต่ค่อนข้างแน่ใจว่ารายได้จากภาพยนตร์ในช่วงแรกๆที่ดีมากๆนั้น ท่านก็เอามาใช้ลงทุนสร้างตอนต่อๆไปของท่านและอาจจะถมเงินใหม่ลงไปอีกด้วยซ้ำเพื่อให้ดีกว่าเก่า

แต่ละชุดที่ออกมาในช่วงหลังๆ จึงยังคงยิ่งใหญ่เกรียงไกรและอลังการไม่แพ้ชุดแรกๆ และในบางฉากบางตอนดูเหมือนจะยิ่งใหญ่กว่าชุดแรกๆเสียอีกด้วยซ้ำ

จนในที่สุดก็ได้อภิมหาภาพยนตร์ที่มีความยาว 6 ชุด 6 ตอน มาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอีกชิ้นหนึ่งของประเทศไทย

สำหรับความตั้งใจของผมในการเขียนถึงภาพยนตร์ชุดตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวันนี้ นอกจากจะขอบคุณท่านมุ้ยแล้ว ยังจะถือโอกาสขอบคุณกองทัพบกไทยด้วย ที่ให้ความร่วมมืออย่างดีและสนับสนุนการสร้างมาโดยตลอด

โดยเฉพาะการอนุมัติพื้นที่ส่วนหนึ่งในบริเวณ กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จังหวัด กาญจนบุรี ให้ยืมเป็นโรงถ่ายซึ่งในช่วงต้นคงตั้งใจว่าจะเป็นเรื่องชั่วคราว แต่พอถ่ายทำไปหลายภาคหลายปีเข้าก็กลายเป็นเรื่องถาวรจนได้

ณ บัดนี้คงต้องใช้คำว่า “ถาวรไปตลอดกาลนาน” แล้วครับ เพราะทางค่ายสุรสีห์ได้ตกแต่งปรับปรุงและจัดสร้างเพิ่มเติมโดยใช้งบประมาณกว่า 700 ล้านบาทเนรมิตโรงถ่ายที่ว่าให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยรวมกันพร้อมสรรพในเนื้อที่ 1,500 ไร่

ภายในบริเวณกองถ่ายจะมีตั้งแต่ วัดมหาเถรคันฉ่อง, กำแพงเมืองหงสาวดี, สีหสาสน- บัลลังก์, คุกใต้ดิน, พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท, ท้องพระโรงหงสาวดี ฯลฯ ที่ยังเก็บไว้ครบถ้วน

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับยุคสมัยสมเด็จพระนเรศวร เช่น ขี่ช้าง ขี่ม้า นั่งเกวียน และในทุกเทศกาลก็จะมีการแสดง พื้นบ้านไทยๆมาช่วยสร้างความครึกครื้นเพิ่มขึ้น

ในบางค่ำบางคืนก็มีการจัดแสดงแสงสี เสียง เป็นของแถมให้อีก

ที่สำคัญเนื่องจากหลายๆส่วนของสถานที่ถ่ายทำเป็นบริเวณสระน้ำ มีการก่อสร้างบ้าน เรือนไทยไว้ริมน้ำอยู่แล้ว ท่านก็เปิดให้เป็น “ตลาดน้ำ” เสียด้วยเลย เรียกกันย่อว่า “ตลาดน้ำกองถ่ายฯค่ายสุรสีห์”

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมแล้วครับ ก่อนผมเข้าโรงพยาบาลยังได้รับข่าวสารจากฝ่ายประชา– สัมพันธ์บ่อยๆว่าจะมีงานเทศกาลโน่นนี่นั่น ซึ่งผมก็นำลงให้แทบทุกครั้งในคอลัมน์ฉบับวันเสาร์

แนวความคิดที่จะเก็บโรงถ่ายภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ไว้ให้เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่เรียนรู้และท่องเที่ยวนั้นเป็นที่ยอมรับของประเทศต่างๆทั่วโลก

ดังเช่นที่โรงถ่ายยูนิเวอร์แซลของสหรัฐฯ,โรงถ่ายโตโฮของญี่ปุ่น, ชอว์บราเดอร์สของ ฮ่องกง และล่าสุดก็คือโรงถ่ายแดจังกึมของเกาหลีใต้ ซึ่งประสบความสำเร็จในทุกๆแห่ง

ผมก็ได้แต่หวังว่าโรงถ่าย ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี จะประสบความสำเร็จเช่นกัน

ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ถือได้ว่าไม่แพงจนเกินไปนักกับการที่จะเข้าไปดูชมและเรียนรู้ รวมทั้งร่วมกิจการสนุกสนานต่างๆ ซึ่งน่าจะมีมากกว่าที่ผมระบุไว้

ทีมงานซอกแซกยังไม่มีโอกาสไปเยือน แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าสุขภาพสมบูรณ์ดีเมื่อไรจะยกพลไปเยือน และเก็บบรรยากาศมาเล่าสู่กันอ่านให้ละเอียดมากกว่านี้

สำหรับวันนี้ขอเชิญท่านผู้อ่านลองไปเที่ยวไปชมกันก่อน...ขับรถไปเมืองกาญจน์ได้เลยถึง อ.เมือง แล้วเขามีป้ายบอกทางให้โดยตลอดไม่หลงแน่นอนครับ.

“ซูม”

25 เม.ย. 2558 09:23 25 เม.ย. 2558 09:23 ไทยรัฐ