วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


นาคราชเคียงหิรัญพนาสูร ปริศนาธรรม...เหนือธรรมชาติ

โดย ก้อง กังฟู

ศาลเทพนาคราชเคียงคู่กับศาลท้าวหิรัญพนาสูร.

ตั้งแต่ 16 เมษายน 2558 เป็นต้นมา...กาลเวลาได้ก้าวย่างสู่ จุลศักราช 1377 ซึ่งศกนี้ กำหนดว่า นาคให้น้ำ 4 ตัว บันดาลให้ฝนตก 400 ห่า โดยตกในจักรวาล 160 ห่า ป่าหิมพานต์ 120 ห่า มหาสมุทร 80 ห่า....และ โลกมนุษย์40ห่า

พญานาค.....เป็นเจ้าแห่งน้ำ ซึ่งมีความ ผูกพันต่อความเชื่อของมวลมนุษยชาติ โดยอิทธิพลซึมแทรกเข้าศาสนาทั้ง พราหมณ์ และ พุทธ มานานนับพันๆปี แม้ปัจจุบัน โลกจะเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ อิทธิพลังของพญานาคก็ยังเข้มในศรัทธา...

O O O

ณ...สุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานทันสมัยติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ก็มี ประติมากรรมอันสำแดงถึงอิทธิฤทธิ์ของพญานาควาสุกิ (Vasuki) ใช้กายพันรอบเขามันทระ (Mandara Giri) ให้เทวดากับยักษ์ดึงคนละข้าง เกษียรสมุทร (Ksira Samudra) ซึ่งต้องใช้เวลากวนนานถึง 1,000 ปี เพื่อให้ได้น้ำอมฤต....มีชีวิตเป็นอมตะเมื่อดื่ม

ตาม พุทธประวัติ.....พญานาคก็มีบทบาทเด่นๆในพุทธประวัติหลายครั้งหลายตอน ครั้งหนึ่งขณะที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับนั่งเสวยวิมุตติสุข เกิดปรากฏการณ์ฝนตกไม่ขาดสายนานถึง 7 วัน

ด้วยจิตประสงค์มิให้ฝนและลมหนาวกระทบต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า พญามุจลินท์ผู้เป็นราชาแห่งนาคจึงออกนาคพิภพทำขนด 7 ชั้นล้อมรอบพระวรกาย......แล้วแผ่พังพานคลุมปกถวายกั้นเป็น เศวตรฉัตร

O O O

พญานาคถือว่าเป็นผู้มีความมหัศจรรย์ที่อยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบก มีคุณสมบัติพิเศษในการแปลงกายให้เป็น พญาอสรพิษร้าย หรือ มนุษยเทพ ได้และสามารถมีความเป็นอยู่เฉกเช่นมนุษย์โดยทั่วๆไป...

เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ปกติ พญามุจลินท์ จึงคลายขนด แล้ว แปลงร่างเป็นมนุษย์กราบอัญชลีต่อพระผู้มีพระ-ภาคเจ้า พระพุทธองค์จึงทรงธรรมวาจาว่า...สุโข วิเวโก ตุฏฐัสสะ สุตะธัมมัสสะ ปัสสะโตอัพยาปัชชัง ฯ.....

.....กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงมีการสืบสานในทางพุทธประวัติ สร้างเป็น พระปางนาคปรก

O O O

ด้วยเลื่อมใสต่อ พระพุทธศาสนา.....ในสมัยพุทธกาล พญานาคตัวหนึ่งแปลงร่างเป็นมนุษย์มาบวชเป็นพระ ภิกษุ แต่เมื่อ เผลอหลับก็กลายร่างสู่ชาติภูมิเดิม ซึ่งผิดพุทธบัญญัติ (..ผู้จะบวชเป็นสงฆ์ได้นั้นต้องเป็นมนุษย์เท่านั้น..)..... พระพุทธเจ้าจึงไม่อนุญาตให้อยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ต่อไป..!!

พญานาคนั้นมีอาลัยอาวรณ์เป็นยิ่ง และก็ยอมแต่โดยดีแต่ขอให้มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ติดไว้กับผู้ที่จะบวชบ้าง เพื่อสนองศรัทธาพระพุทธองค์จึงโปรดให้เรียกขานคนที่ต้องการจะบวชว่า...“นาค” สืบต่อกันมากระทั่งทุกวันนี้

O O O

นาคในร่างของพญางูจะพบเห็นทั้งในด้านจิตรกรรมและประติมากรรมโดยทั่วๆไป แม้แต่หน่วยงานราชการบางกระทรวงก็เอาร่างในชาติภูมิเดิมนั้นมาเป็นตราสัญลักษณ์ แต่กับกายที่เป็นมนุษยเทพนั้นไม่ค่อยจะได้พบเห็นกันนัก ค่อนข้างที่จะหายาก...

ศิษยานุศิษย์วัดสระน้ำส้ม ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน นครปฐม ผู้เลื่อมใสศรัทธาในอิทธิฤทธิ์ของพญานาค จึงได้สร้างองค์พญานาคในร่างของมนุษยเทพขึ้นประดิษฐานขึ้นริมสระน้ำภายในวัด และเป็นเหรียญเทพนาคราชรุ่นเทวานาคินทร์ ขึ้นจ่ายแจกในบรรดาศิษย์


O O O

วัดสระน้ำส้ม..... เป็นวัดใหม่สร้างขึ้นเพียง 2 ทศวรรษ ครึ่ง โดยหลวงพ่อสมชาย ฐิตธัมโม (ศิษย์หลวงปู่ผาง จิตตคุตโต พระป่า สายหลวงปู่มั่น...) อยู่เพียง 2 พรรษาก็ปลีกวิเวกธุดงค์ต่อ ปล่อยให้ทิ้งร้าง

พระปฐมคณาจารย์ (ธ) จึงแต่งตั้งให้ พระครูปุญยาภินันท์ “หลวงพ่อบุญมี เตชปุญโญ” เป็นเจ้าอาวาส ถึงปี 2553 ได้ละ สังขาร “พระอธิการวันชัย ปภัสโร” จึงรับช่วงเป็นเจ้าอาวาส ได้เล่าถึงปูมหลังว่า...

“...อาตมาเป็นลูกชายหลวงพ่อบุญมี ตอนเป็นฆราวาสไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดูตอบแทนบุญคุณ พอท่านชราจึงมาบวชเพื่อปรนนิบัติ เมื่อท่านมรณภาพเจ้าคณะจังหวัดก็แต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อ...

.....อาตมาจึง รับช่วงมรดกจากพ่อแบบเต็มๆ เป็นทั้งทายาทธรรมและทายาทผู้สืบสันดาน...”

O O O

การตั้งศาลพญานาคภายในวัด เจ้าอาวาสวัดสระน้ำส้มบอกว่า..คงไม่แปลกหรือผิดอะไร

ด้วยพญานาคนั้นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาอยู่แล้ว วัดอื่นๆก็มีการสร้างพญานาคลำตัวยาวๆ ตั้งแต่ประตูวัดยันพระอุโบสถ เพียงแต่ของเรานั้นอยู่ในร่างของมนุษยเทพ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็อยู่ในสื่อความหมายเดียวกันคือ....พญานาค

สำหรับการสร้างนั้นได้ทำกันตามขั้นตอนอย่างถูกต้องตามตำราพราหมณ์ทุกประการ จึงเชื่อมั่นในความเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่เห็นมี คนเอาละคร นางรำ มาแก้บนกันบ่อย อย่างไม่มีเลยก็สัปดาห์ละราย เหนือนั้นก็จะเป็น 2 ราย 3 ราย บางทีก็ถี่กว่านั้นโดยเฉพาะในช่วงใกล้ๆวันหวยออก อย่างช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาทุกๆวันติดๆกัน

O O O

ศาลพญานาคนี้ได้ตั้งเคียงข้างกับศาลประดิษฐานท้าวหิรัญพนาสูร (....ท้าวหิรัญพนาสูร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 สามารถสื่อถึงเทพอสูรองค์นี้ได้ด้วยสัมผัสที่ 6 โดยเป็นเทพที่ปกป้องป่าเขาลำเนาไพร...)

พอทิ้งท้าย....เจ้าอาวาสวัดสระน้ำส้ม พูดอย่างคนอารมณ์ระรื่นว่า “....มันดีไปอย่างที่เอาเจ้าแห่งน้ำมาเคียงคู่กับเทพฯผู้รักษาป่า จะได้พลังร่วม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน....”

..เพราะธรรมคือธรรมชาติ และธรรมชาติก็คือธรรม...บทสุดท้ายคือ เฉลยปริศนาธรรม..!!

ก้อง กังฟู

25 เม.ย. 2558 09:07 25 เม.ย. 2558 09:14 ไทยรัฐ