วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เส้นทางชีวิต HP เมื่อถึงคราวต้องแยกบริษัทเป็นสองส่วน

เส้นทางชีวิต HP เมื่อถึงคราวต้องแยกบริษัทเป็นสองส่วน

โดย มาร์ค Blognone
26 เม.ย. 2558 05:30 น.
  • Share:

เมื่อพูดถึงบริษัท HP หรือ Hewlett-Packard ข่าวคราวของบริษัทนี้ดูเงียบไปเยอะในช่วงหลัง

HP เคยทะยานขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของวงการพีซีโลกอยู่หลายปี ก่อนเสียแชมป์ให้ยักษ์จีน Lenovo ช่วงหลังบริษัทเองก็มีปัญหาภายในมากมาย ถึงขนาดว่าตอนนี้ก็ยังเคลียร์กันไม่จบดี

Hewlett-Packard เป็นบริษัทเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของวงการไอที นับอายุน่าจะเป็นรองแค่ IBM เท่านั้น ถ้าให้ย้อนประวัติ HP ก่อตั้งเมื่อปี 1939 ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ ช่วงแรกบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ต่อมาจึงขยับขยายมาทำเครื่องคิดเลข และคอมพิวเตอร์ในท้ายที่สุด

HP ถือเป็นตำนานของซิลิคอนวัลเลย์ ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมไอทีในฝั่งตะวันตกของอเมริกา สองผู้ก่อตั้ง Bill Hewlett และ David Packard ถือเป็นคู่หูคู่แรกที่สร้างบริษัทไอทีหลักพันล้านจากในโรงรถได้สำเร็จ (ก่อนที่ตำนานลักษณะนี้จะถูกสานต่อโดยแอปเปิล ไมโครซอฟท์ กูเกิล เฟซบุ๊ก ในอีกหลายสิบปีให้หลัง)

HP คงความยิ่งใหญ่มานานหลายสิบปี พอเข้าสู่ทศวรรษ 2000s บริษัทตัดสินใจดึงซีอีโอหญิงคนนอก Carly Fiorina เข้ามาบริหาร และในปี 2001 บริษัทซื้อกิจการคู่แข่ง Compaq ถือเป็นอภิมหาดีลที่ทำให้ HP ทะยานขึ้นกลายเป็นบริษัทไอทีที่โดดเด่นมากในยุคนั้น

แต่ Fiorina กลับมีสไตล์การบริหารที่สร้างปัญหามากมาย บอร์ดบริหารคนสำคัญ Walter Hewlett บุตรชายของผู้ก่อตั้งเปิดศึกกับเธอเพราะไม่เห็นด้วยกับการซื้อ Compaq แต่ก็ขวางไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง Fiorina กลับมีปัญหาเรื่องผลการดำเนินงานและมีความขัดแย้งกับบอร์ด จนเธอต้องลาออกไปในปี 2005

HP ดึงตัว Mark Hurd ผู้บริหารจากบริษัทคอมพิวเตอร์ NCR มาเป็นซีอีโอแทน บริษัท HP ในยุคของ Hurd โดดเด่นมาก ถีบตัวขึ้นเป็นผู้ขายพีซีอันดับหนึ่งของโลกสำเร็จในช่วงนี้ ยอดขายและส่วนแบ่งตลาดเครื่องพิมพ์ก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

Hurd นั่งเก้าอี้ซีอีโออยู่ 5 ปี (2005-2010) ช่วงท้ายสมัยของเขามีปัญหาเรื่องคดีล่วงละเมิดทางเพศกับเจ้าหน้าที่สัญญาจ้างของบริษัท ถึงแม้ผลการสอบสวนจะพบว่า Hurd ไม่ผิดแต่เขาก็ถูกบีบให้ลาออกด้วยปัญหาอื่น (ปัจจุบัน Hurd ย้ายไปอยู่กับออราเคิล) ทำให้ HP เข้าสู่ยุคสมัยแห่งความวุ่นวายครั้งใหญ่

ปี 2010 HP ดึงตัว Leo Apotheker ผู้บริหารชาวเยอรมันจากบริษัท SAP มาเป็นซีอีโอคนใหม่ การซื้อกิจการครั้งใหญ่ๆ ของบริษัทในช่วงนี้ล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก HP ซื้อ Palm มาเพื่อหวังบุกตลาดสมาร์ทโฟนแต่ก็ผลงานกลับออกมาแย่จนต้องพับแผนไปทั้งหมด ปัญหากั๊กสองคือ HP ยังข้ามทะเลไปซื้อบริษัทซอฟต์แวร์ Autonomy ของอังกฤษ หวังใช้ขยายฐานลูกค้าไอทีองค์กร แต่กลับมีปัญหาเรื่องคดีความกันวุ่นวาย มาถึงปัจจุบันก็ยังฟ้องร้องกันไม่จบ

Apotheker นั่งเป็นซีอีโออยู่ได้เพียงปีเดียว เนื่องจากปัญหาความวุ่นวายภายในบริษัทหลัง Mark Hurd ถูกปลด (ปัญหาหลายอย่างที่ถูกกดทับไว้ในยุคของ Hurd โผล่ขึ้นมาชุดใหญ่) บวกกับบุคลิกส่วนตัวและผลงานของ Apotheker เองที่ “เอาไม่อยู่” ทำให้เขาถูกบอร์ดปลดออกอย่างรวดเร็ว

หลังเปลี่ยนตัวซีอีโอมาแล้วหลายคน HP ตัดสินใจดึงตัว Meg Whitman หญิงแกร่งอดีตซีอีโอของ eBay มารับงานแทน เธอนั่งเก้าอี้นี้มาตั้งแต่ปี 2011 และปัจจุบันก็ยังคงทำงานอยู่

ภารกิจแรกของ Whitman คือนำพา HP อันแสนวุ่นวายกลับสู่ความสงบและเสถียรภาพ ด้วยบารมีของเธอทำให้ HP กลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง แต่ยังไม่ถึงขั้นกลับมายิ่งใหญ่ได้ดังเดิม

ปัญหาของ HP สอดคล้องกับสภาพอุตสาหกรรมโดยรวม เพราะธุรกิจพีซีอยู่ในช่วง “ขาลง” อันเป็นผลมาจากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเข้ามาชิงตลาดพีซี แม้ HP เคยเล็งเห็นโอกาสนี้ ถึงขนาดลงทุนซื้อ Palm แต่สุดท้ายแผนการทุกอย่างล้มเหลว กลายเป็นว่าบริษัทแทบไม่มีตัวตนในโลกของอุปกรณ์พกพาไปเลย

นอกจากนี้ เดิมทีจุดเด่นของ HP ตั้งแต่สมัยก่อตั้งคือ “นวัตกรรม” ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่พนักงานของ HP ไม่เคยเป็นรองใคร แต่ในยุคของ Mark Hurd เขากลับลดงบประมาณด้านการวิจัยลงมาก เพื่อบีบค่าใช้จ่ายให้บริษัทกำไรเยอะๆ ถึงแม้ในระยะสั้นผลประกอบการออกมาดูดีจริง แต่ในระยะยาวทำให้ความสามารถในการแข่งขันของ HP ลดลงมาก ถ้าลองพิจารณาจริงๆ เราแทบไม่เห็นสินค้าเจ๋งๆ จาก HP ออกมาสร้างความตื่นเต้นให้ผู้บริโภคเลยในช่วงหลัง

โจทย์ของ Whitman จึงยากมาก ช่วงปลายปี 2014 บริษัทจึงพยายาม “คิดใหญ่” โดยประกาศแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวด้วยการแยก HP ออกเป็นสองส่วน

บริษัทแรกคือ HP Inc. จะยังทำธุรกิจดั้งเดิมคือการขายพีซีและเครื่องพิมพ์ต่อไป โดยจะดัน Dion Weisler ผู้บริหารคนในที่ดูแลฝ่ายพีซีขึ้นมาเป็นซีอีโอ ส่วน Whitman จะรับบทเป็นประธานบอร์ด

บริษัทที่สองชื่อ Hewlett-Packard Enterprise จะโฟกัสที่ธุรกิจไอทีฝั่งองค์กรเพียงอย่างเดียว เช่น เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ ธุรกิจฝั่งนี้ Whitman จะนั่งเป็นซีอีโอด้วยตัวเอง

HP หวังว่าการแยกบริษัทครั้งนี้จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจแต่ละฝั่งรวดเร็วมากขึ้น ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดีกว่าเดิม กระบวนการแยกบริษัทจะเสร็จสิ้นในปี 2015 นี้ ระหว่างนี้เราคงต้องเอาใจช่วย HP ให้กลับมายิ่งใหญ่ได้โดยเร็วครับ

มาร์ค Blognone

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้