วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ได้ผลสรุป! เสือ 146 ตัว 'วัดหลวงตาบัว' อยู่ที่เดิม

ได้ผลสรุป! เสือ 146 ตัว 'วัดหลวงตาบัว' อยู่ที่เดิม

  • Share:

"กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" ยอมจูบปาก วัดป่าหลวงตามหาบัวฯ หลัง พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก พร้อมพ่อเมืองกาญจนบุรี โดดเข้าไกล่เกลี่ยลงตัว ยันเสือทั้งหมด 146 ตัว ยังอยู่ที่เดิม...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 58 พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาเสือของกลางวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ เข้าประชุมร่วมกับ นายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ ผวจ.กาญจนบุรี นายอดิศร นุชดำรง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายเชิดชัย จริยะปัญญา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พ.ต.อ.ศุภิฏพงศ์ ภักดิ์จรุง รองประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ นายศิริ หวังบุญเกิด ตัวแทนวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ เพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างกรมอุทยานฯ กับมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ เกี่ยวปัญหาเสือของกลาง จำนวน 146 ตัว ที่อยู่ภายในวัดป่าหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่ทางกรมอุทยานฯ จะขนย้ายไปเลี้ยงดูเองที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน และเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี โดยใช้เวลาการหารือประมาณ 1 ชั่วโมง

คณะอนุกรรมการแก้ปัญหาเสือของกลางวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ เข้าประชุม

นายวันชัย ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า จากการพูดคุยร่วมกันของทุกฝ่าย โดยเฉพาะคู่กรณีระหว่างกรมอุทยานฯ กับมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ ได้มีข้อยุติออกมา 5 ประเด็น คือ 1.เสือทุกตัวทุกฝ่ายยอมรับว่าเป็นเสือของกลาง เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินจริง 2.ลูกและหลานของเสือที่ออกมา เป็นเสือของกลางและเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินเช่นกัน 3.เนื่องจากว่าเสือและสัตว์ป่าชนิดอื่นที่อยู่ภายในวัดเป็นสัตว์ป่าหวงห้าม ซึ่งทางวัดก็ได้ดูแลเป็นอย่างดี ทั้งหมดจะไม่มีการเคลื่อนย้ายไปที่อื่น แต่จะต้องร่วมกันเข้าไปตรวจสอบนับจำนวนสัตว์ทั้งหมดว่ามีจำนวนเท่าไร รวมทั้งตรวจสอบไมโครชิพของเสือทั้งหมด และห้ามให้ทางวัดนำเสือของกลางไปหาประโยชน์ในทางมิชอบ ในส่วนของค่าใช้จ่าย ทางมูลนิธิฯ และวัดจะต้องใช้วิธีหาเงินโดยไม่ผิดกฎหมาย

"4.ทางวัดและมูลนิธิฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ จะเข้าไปร่วมกันดำเนินการต่างๆ เพื่อให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย รวมทั้งให้มูลนิธิฯ ไปดำเนินการเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตทำสวนสัตว์ให้ถูกต้องตามกฎหมายของทางราชการ และ 5.ทางวัดฯ และทางมูลนิธิฯ รวมทั้งกรมอุทยานฯ จะร่วมกันดำเนินการอย่างสร้างสรรค์ต่อไป" ผวจ.กาญจนบุรี กล่าว

เห้บชอบที่จะไม่มีการเคลื่อนย้ายเสือและสัตว์ป่าของกลางที่มีอยู่ออกไป

ด้านนายอดิศร รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า กรมอุทยานฯ เห็นด้วยที่จะไม่มีการเคลื่อนย้ายเสือและสัตว์ป่าของกลางที่มีอยู่ออกไปไหน เนื่องจากทางวัดก็ดูแลเสือและสัตว์ป่าของกลาง ที่มีอยู่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งที่ผ่านมา ต้องเรียนว่าทางกรมอุทยานฯ และหน่วยงานราชการ ที่เข้ามาร่วมกันตรวจสอบเสือของกลาง เราไม่ได้มีเจตนาที่จะมาขนย้ายเสือของกลางออกไป เราเพียงแค่ต้องการเข้ามาดำเนินการให้มันถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น สำหรับคดีที่เกิดขึ้นมาก่อนเกี่ยวกับเรื่องหมีควายและนกเงือก ซึ่งตรงนี้เราได้ตกลงกันแล้วว่า เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ นายศิริ ตัวแทนวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ เผยว่า สำหรับการพูดคุยในวันนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ลงพื้นที่มาช่วยแก้ไขปัญหาให้ ซึ่งข้อตกลงต่างๆ ตนมองว่าเป็นแนวทางที่ดี ที่จะนำไปสู่การดำเนินการร่วมกันระหว่างทางวัดมูลนิธิฯ และทางราชการ 

ทั้งนี้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก กล่าวท้ายสุดว่า การหารือในวันนี้ทำให้ทุกฝ่ายได้เริ่มปรองดองกันและจะเป็นความร่วมมือกันร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ให้ถูกต้องและดีขึ้น ฝากสื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ด้วยว่า ขณะนี้กำลังมีสิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นในจังหวัดกาญจนบุรี และจะดียิ่งๆ ขึ้นไป

เสือในวัดป่าหลวงตาบัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ พร้อมทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานฯ ทีมสัตวแพทย์จาก รพ.ปศุสัตว์และสัตว์ป่า ม.มหิดล (ไทรโยค) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่วัดป่าหลวงตามหาบัวฯ ตรวจนับจำนวนของเสือที่มีอยู่ทั้งหมด พร้อมตรวจสอบไมโครชิพเสือให้ถูกต้อง จนถึงขณะนี้การตรวจสอบไมโครชิพเสือยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ส่วนเสือที่นายสัตวแพทย์สมชัย วิเศษมงคลชัย อดีตนายสัตวแพทย์ ที่แจงว่าหายไปจำนวน 3 ตัว อยู่ระหว่างดำเนินตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอยู่ 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้