วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลชันสูตรชี้ 'เด็กหญิงวันเพ็ญ' ตายในครรภ์ อดีตเจ้าอาวาสฯ พ้นผิด

ผลการชันสูตรโดยแพทย์ระบุว่า เด็กหญิงวันเพ็ญตายก่อนคลอดเป็นมนุษย์ ทำให้อดีตเจ้าอาวาสพ้นความผิด แต่จะกันไว้เป็นพยาน ขณะที่ ป้าบุญ ดอดเข้ามอบตัวกับตำรวจ เพื่อรับทราบความผิด พร้อมปฏิเสธไม่รู้เห็น...

จากกรณีตำรวจภาค 5 ร่วมกับทหาร บุกตรวจสอบวัดห้วยดินจี่ หมู่ 5 ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พระเฉลิม หรือ นายเฉลิม ด้วงทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเดิมเลขที่ 344 หมู่ 11 ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ อดีตเจ้าอาวาสของวัด ซึ่งถูกจับสึกไปเมื่อปีที่แล้ว ได้มีการสร้างวัตถุมงคล โดยใช้วิชาไสยศาสตร์ นำซากศพเด็กมาผสมทำวัตถุมงคล แล้วขายให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมวัตถุมงคลดังกล่าว โดยนำศพเด็กไปฝังไว้ใต้ฐานพระพรหมและศาลฤาษี จำนวน 4 ศพ ซึ่งหนึ่งในนั้น ทราบชื่อคือ ด.ญ.วันเพ็ญ 

กระทั่งเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 58 อดีตเจ้าอาวาสได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมสารภาพว่า ได้นำศพเด็กที่ซื้อมาจากสัปเหร่อ คนหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ชื่อป้าบุญ ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง มาทำพิธี ทางตำรวจจึงได้เข้าไปในพื้นที่วัด เพื่อจะขุดพิสูจน์เอาซากศพออกมา แต่ถูกชาวบ้านฮือต้านไม่ยอมให้ขุดสุดท้ายก็ยอมให้ขุด เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา และพบเจอศพเด็กไม่ทราบเพศที่ถูกฝังอยู่ในโลงแก้ว สภาพแห้งติดกระดูก ซึ่งทางแพทย์แผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ชันสูตรศพเพื่ออยากทราบว่า เด็กนั้นตายก่อนคลอด หรือตายหลังคลอด เป็นข้อกฎหมายที่จะนำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้อง ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 58 ที่ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ได้รับผลการชันสูตรอย่างไม่เป็นทางการจากแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แล้วว่า ผลการชันสูตรศพเด็กหญิงวันเพ็ญ ออกมาแล้วสรุปได้ว่าซากศพดังกล่าวเป็นเพศหญิง และเสียชีวิตระหว่างที่อยู่ในครรภ์มารดา ดังนั้น จึงยังไม่ใช่คน ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องในการครอบครองศพ คือ นายเฉลิม ด้วงทอง อดีตเจ้าอาวาส ที่นำซากดังกล่าวไปฝัง จึงพ้นจากความผิด แต่เราจะทำการสอบสวนเพิ่มเติม กรณีมีการลักขโมยมาหรือไม่

รอง ผบช.ภ.5 กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินคดีในข้อหาปิดบังซ่อนเร้นศพนั้น ก็ไม่เข้าข่ายความผิดเพราะทารกยังไม่คลอดออกมาจากครรภ์ หากคลอดจากครรภ์มารดา จึงได้รับการคุ้มครองสิทธิ เป็นคนทุกประการ นายเฉลิมจะต้องตกเป็นผู้ต้องหาทันที อย่างไรก็ตาม เราจะกันไว้เป็นพยาน สำหรับสาเหตุการตายของทารกนั้น ทางแพทย์ระบุว่า นานเกินไปที่จะพิสูจน์ได้ เพราะเหตุการณ์มันเกิดเมื่อปี 2555 การพิสูจน์ชิ้นเนื้อต่างๆ ไม่ได้แล้ว เพราะแปรสภาพไปหมด  

พล.ต.ต.ปชา กล่าวอีกว่า สำหรับอวัยวะและชิ้นส่วนมนุษย์ที่ตรวจพบที่สุสานหายยา ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เราจะต้องได้ตัว ป้าบุญ หรือ นางสมบูรณ์ เนรมิตร อายุ 72 ปี ชาวบ้าน ถนนทิพเนตร ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนจึงจะทราบว่า นำมาจากที่ไหนกันบ้าง แต่เท่าที่สอบสวน นายสุทัศน์ สัปเหร่อ สามีนางสมบูรณ์ รับว่า ได้นำชิ้นส่วนมนุษย์มาจากโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยคำให้การดังกล่าวสอดคล้องกับที่เจ้าหน้าที่เทศบาล บอกว่า เมื่อก่อนได้รับชิ้นส่วนมนุษย์มาเผาทำลายจริง แต่ปัจจุบันได้งดรับไปแล้ว ส่วนที่เจอสัปเหร่อเป็นคนแอบทำกันเอง หวังค่าจ้างจากโรงพยาบาลในการทำลายดังกล่าว

ขณะเดียวกันที่สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.ต.มาโนช เยี่ยมเจริญ พงส. ได้เชิญนางสมบูรณ์ เนรมิตร หรือ‘ป้าบุญ’อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 ถนนทิพยเนตร ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ มาสอบสวนปากคำ ภายหลังจากที่นายเฉลิม ด้วงคำ อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยดินจี่ ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ให้การซัดทอดว่า ได้รับซื้อซากทารกมาจากป้าบุญ สัปเหร่อในสุสานหายยา

ทั้งนี้ นายสุทัศน์ เนรมิตร อายุ 58 ปี หรือ สัปเหร่อนวย เป็นสัปเหร่อประจำสุสานหายยา ได้พาภรรยา ซึ่งก็คือ ‘ป้านวย’ ซ้อนท้ายรถ จยย.มาส่ง โดยนางสมบูรณ์ หรือ ป้าบุญ ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า ไม่เคยรู้จักกับนายเฉลิม อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยดินจี่ ที่อ้างว่ามาซื้อซากทารกมาจากตน ตามที่เป็นข่าว และพร้อมจะให้ตำรวจพานายเฉลิมมาชี้ตัวตนได้เลย ส่วนที่สุสานหายยาที่สามีตนเป็นสัปเหร่อ ก็ไม่เคยไปก้าวก่ายยุ่งเกี่ยวกับงานเผาศพของสามี แต่จะไปช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดเมรุเท่านั้น เมื่อวานนี้ที่ตำรวจไปค้นสุสานหายยาแล้วไม่เจอตน เพราะตนกำลังหลบหนีคนที่คอยตามมาทวงนี้ จึงหลบไปอยูบ้านญาติ พอเป็นข่าวออกไป วันนี้จึงแสดงความบริสุทธิ์ใจ เนื่องจากตกเป็นจำเลยของสังคม ต่อคำถามว่าจะฟ้องร้องนายเฉลิมหรือไม่ นางสมบูรณ์บอกว่า ตนอยากให้มันจบแค่นี้พอแล้ว

ด้าน พ.ต.ต.มาโนช เยี่ยมเจริญ พนักงานสอบสวน เผยว่า คดีนี้เกิดขึ้นในท้องที่ สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ต่อเนื่องกัน ส่วนถุงดำที่ตรวจพบใต้เมรุในสุสานหายยา จำนวน 19 ถุงนั้น เป็นชิ้นเนื้อมนุษย์ที่โรงพยาบาลต่างๆ มาจ้างให้ นายสุทัศน์ เผาทำลาย เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำสองสามีภรรยาไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น และได้อณุญาตให้กลับบ้านไปแล้ว

ทางด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รอง ผอ.ฝ่ายปฐมภูมิ โรงพยาบาลน่าน ที่มีข่าวพาดพิงว่า มีการส่งชิ้นส่วนศพไปเผาที่สุสานหายยา จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.เชียงใหม่ พบชิ้นเนื้อในถุงดำที่สุสานหายยา และมีการระบุว่า มาจาก รพ.เชียงคำ จ.พะเยา และ รพ.น่าน ทั้งหมด 17 ถุงนั้น

ขอชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ว่า ขั้นตอนเริ่มจากทางฝ่ายพยาธิวิทยา รพ.น่าน โดยแพทย์จะตัดชิ้นเนื้อ ส่งทำ BIOPSY เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคอะไร โดยส่งชิ้นเนื้อไปตรวจที่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เป็นเนื้อที่ตัดจากร่างกายผู้ป่วย ไม่ใช่จากศพ เพื่อทำการวินิจฉัยอีกครั้ง สาเหตุที่ต้องส่งไป เพราะ รพ.น่าน ยังไม่มีพยาธิแพทย์ ส่งไปทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เดือนละประมาณ 300 ราย เสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 3 แสนบาท ส่วนผลการตรวจจะส่งมาในระบบอินเทอร์เน็ต แล้วนำลงในระบบรายงานผลให้แพทย์ทราบ

"เมื่อสิ้นสุดการตรวจทางการแพทย์แล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งชิ้นเนื่อไปเผาทำลายที่สุสาน แต่ในส่วนนี้ทางโรงพยาบาลใน จ.เชียงใหม่ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ซึ่งตามที่เห็นในภาพข่าว น่าจะเป็นชิ้นส่วนที่ส่งไปตรวจและรอการกำจัดทำลาย แต่อาจเกิดปัญหาในการดำเนินการที่ต้องรอเวลา จึงทำให้มีปัญหาขึ้น" รอง ผอ.รพ.น่าน กล่าว.

ผลการชันสูตรโดยแพทย์ระบุว่า เด็กหญิงวันเพ็ญตายก่อนคลอดเป็นมนุษย์ ทำให้อดีตเจ้าอาวาสพ้นความผิด แต่จะกันไว้เป็นพยาน ขณะที่ ป้าบุญ ดอดเข้ามอบตัวกับตำรวจ เพื่อรับทราบความผิด พร้อมปฏิเสธไม่รู้เห็น... 24 เม.ย. 2558 15:44 24 เม.ย. 2558 17:20 ไทยรัฐ