วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“อย่ามองแต่เรื่องร้ายๆ...” เปิดใจช้ำๆ คนขับสาย 8 ครั้งนี้ไม่ Fast แต่ Serious

“รวดเร็วเพื่อผู้โดยสาร เสียวสะท้านย่านลาดพร้าว วิ่งยาวถึงสะพานพุทธ เร็วรี่เหมือนกู้ภัย ตะโกนไล่ให้คันอื่นหลบ สยบทุกแว้น ตีโค้งแล่นรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่ถึงป้ายประตูเปิด วิ่งเตลิดแถวเซ็นลาดฯ ขับปาดรถตำรวจ มีด่านตรวจไม่ต้องจอด…9 บาทตลอดสายไม่จ่ายมึงลง!” คำขวัญประจำสายรถเมล์ในตำนานที่ถูกกล่าวขานมากที่สุด

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่พูดคุยกับ เสนาะ ด้วงสำรวย คนขับรถเมล์สาย 8 อายุ 42 ปี ที่มีประสบกาณ์งานขับรถเมล์มาไม่ต่ำกว่า 10 ปี พร้อมกับ เกศรินทร์ ด้วงสำรวย กระเป๋ารถเมล์คู่ใจ อายุ 50 ปี เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสายรถเมล์ที่เหล่าผู้โดยสารยกให้เป็นแชมป์ขับรถสะวี้ดสะว้าดหวาดเสียวที่สุดในกรุงเทพฯ แม้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาข่าวคาว หรือบทความต่างๆ อาจเสนอมุมมองแย่ๆ เกี่ยวกับรถเมล์สาย 8 แต่งานนี้เราจะพาคุณไปส่องแง่มุมดีๆ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ แต่ถ้ารู้เมื่อไหร่ เชื่อได้ว่าทัศนคติที่คุณมีต่อรถเมล์สายนี้จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นแน่ๆ

เจาะข้อสงสัยยอดฮิต! ขับเร็ว วิ่งเลนนอก ครองแชมป์แย่
เสนาะ คนขับรถเมล์ สาย 8 รุ่นใหญ่ประสบการณ์เก๋า แจกแจงคำถามสุดสงสัยถึงสาเหตุที่รถเมล์สาย 8 ขับเร็วจี๋ โดย เสนาะ ขอตอบเป็นข้อเล่าทีละเรื่อง ดังต่อไปนี้

จะรีบเร่งไปไหนกัน : หากจะพูดกันอย่างตรงไปตรงมาแล้ว คนขับรถเมล์ทุกคนต่างมีจุดประสงค์เดียวกัน คือ รีบวิ่งไปรับคนข้างหน้า แต่ด้วยคู่แข่งที่วิ่งชิดติดท้ายอยู่ไม่ห่าง รถเมล์สายเดียวกันคันข้างหน้าก็อยู่แค่คืบ เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหตุให้คนขับรถเมล์ต้องทำความเร็ว เพื่อจะเข้าไปแย่งชิงผู้โดยสารที่รออยู่เบื้องหน้า และนี่จึงเป็นที่มาของคำถามฮิต สาย 8 ทำไมถึงขับเร็วนัก

“แค่ขับแซงคันข้างหน้า ก็ดูเหมือนเร็วแล้ว แต่บางทีเราก็แค่ขับแซงในระยะไม่ไกลนัก เพื่อไปรับคนป้ายข้างหน้าที่รอจะขึ้นอยู่จำนวนมาก หากโดนคันอื่นๆ เขาแย่งรับผู้โดยสารหมด แล้ววันนี้จะเอาอะไรกิน” คนขับรถเมล์สาย 8 ตัดพ้อ

ลักไก่ วิ่งแล่นอยู่เลนนอกสุด : บ่อยครั้งเราอาจจะเห็นภาพข่าวปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ หรือตามอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป คือ ภาพรถเมล์สาย 8 วิ่งอยู่ในเลนที่ 3 ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎจราจร เพราะรถเมล์ไม่ว่าจะสายใดๆ ก็ตาม จะต้องวิ่งเลนเดียว คือ เลนซ้าย แต่ด้วยความที่รถให้บริการสาธารณะไม่ได้มีเพียงแค่รถเมล์เท่านั้น แต่ยังมีรถแท็กซี่ รถตู้จำนวนมากจอดแช่อยู่ในเลนซ้าย คนขับรถเมล์บางคนจึงอาจมองว่า หากรออยู่เช่นนี้อาจทำให้ผู้โดยสารเสียเวลานาน ดีไม่ดี อาจรอนานถึงครึ่งชั่วโมง ทั้งๆ ที่ป้ายต่อไปอยู่ตรงหน้าแล้ว คนขับจึงเลือกที่จะแซงไปที่เลน 2-4 เพื่อรับส่งผู้โดยสาร

รักษาแชมป์รถเมล์ยอดแย่ : คนเรามีทั้งดีและร้ายปะปนกันไป เฉกเช่นเดียวกับคนขับรถเมล์สาย 8 ที่มีอยู่หลายร้อยคน แน่นอนว่า ใน 100 คน ย่อมมีทั้งคนดีและร้าย ซึ่งในความป็นจริง คนร้ายๆ มีจำนวนมากกว่าคนดี เพราะฉะนั้น จึงเป็นที่มาของเหตุการณ์รถเมล์สาย 8 ขับฉวัดเฉวียน แต่มิใช่ว่า คนขับรถเมล์สาย 8 จะไม่มีคนดีเลย ที่นี่ยังมีคนดี คนใจเย็น และเป็นห่วงผู้โดยสารอยู่อีกก็หลายคน

เสนาะ คนขับรถเมล์ รุ่นเก๋า เผยถึงสาเหตุที่สาย 8 สามารถครองแชมป์รถเมล์ยอดแย่ ว่า “ด้วยความที่คนขับรถเมล์และกระเป๋า กินเปอร์เซ็นต์รายได้จากการเก็บค่าโดยสาร เพราะฉะนั้น การแย่งชิงผู้โดยสารระหว่างรถเมล์สายเดียวกัน ก็จะมีให้เห็นเรื่อยๆ แต่เชื่อได้ว่า ไม่มีคนขับรถเมล์คนไหน อยากขับเร็วเพื่อความสะใจ แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความจำเป็นทั้งสิ้น”


เปิดกระเป๋าสตางค์โชเฟอร์ ส่องกระบอกตั๋วกระเป๋ารถเมล์ 
คนขับรถเมล์และกระเป๋ารถเมล์ ผู้ที่มีหน้าที่รับส่งผู้โดยสารไปตามเส้นทางที่กำหนด และดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารจนถึงจุดหมาย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่หาเช้ากินค่ำ มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเหมือนๆ กันกับสายอาชีพในแขนงต่างๆ เพราะฉะนั้น พวกเขาเหล่านี้จึงใช้ความพยายามอย่างมากในการทำงาน มิหนำซ้ำยังต้องเข้าสู่การแข่งขันกับเพื่อนรวมอาชีพ เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้เลี้ยงปากท้อง

การนำรถเมล์มาขับแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ขับให้กับบริษัท และเช่าบริษัทขับ ในส่วนของลุงเสนาะ คนขับรถเมล์สาย 8 ท่านนี้ เลือกที่จะขับให้แก่บริษัท และกินเปอร์เซ็นต์จากรายได้ของแต่ละวัน ซึ่งแตกต่างจากการเช่าขับ ที่จะต้องเสียค่าเช่าให้แก่บริษัทวันละ 3,500 บาท

เสนาะ ด้วงสำรวย คนขับรถเมล์สาย 8 เปิดเผยถึงรายได้ของเขาอย่างไม่ปิดบังว่า “คนขับรถร่วมอย่างผม จะไม่มีเงินเดือน ซึ่งแตกต่างจากคนขับรถเมล์ ขสมก. แต่ของผมจะได้เงินแบบกินเปอร์เซ็นต์ คือ ได้ร้อยละ 10 ส่วนกระเป๋าจะได้ร้อยละ 5 จากรายได้ทั้งหมดของแต่ละวัน โดยใน 1 วัน วิ่งตั้งแต่ตี 5 ถึง 4 ทุ่มจะวิ่งได้ประมาณ 4 เที่ยว ไปกลับแฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ ตกอยู่ที่รอบละ 3 ชั่วโมงครึ่ง รายได้รวมจากค่าโดยสารอยู่ที่ 4,000-5,000 บาทต่อวัน ดังนั้น รายได้ต่อวันของคนขับตกยู่ที่ 400-500 บาทต่อวัน ส่วนกระเป๋ารถเมล์ อยู่ที่ประมาณ 200-250 บาทต่อวัน นอกเหนือจากรายได้ในส่วนนี้ก็จะเป็นเบี้ยเลี้ยงที่ทางบริษัทเป็นผู้จ่ายให้ทุกวัน คนขับได้ 120 กระเป๋าได้ 110 บาท ส่วนวันที่ทำรายได้มากที่สุดคือ 6,000 บาท มักจะเป็นช่วงเทศกาล เช่น ลอยกระทง, ปีใหม่”

“ถ้าถามว่า เป็นคนขับรถเมล์ อาชีพที่ต้องขับรถตั้งแต่เช้ามืดยันค่ำเหนื่อยไหม ตอบได้เลยว่า เหนื่อย แต่ก็ต้องทำ เพราะชีวิตต้องใช้สตางค์ บวกกับรถคันนี้ไม่ใช่รถแอร์ บางทีก็ร้อนจัดๆ ฝนตกหนักๆ เจอผู้โดยสารขี้เมา ชอบโวยวาย แต่เราก็ต้องทน” เสนาะ คนขับรถเมล์มากประสบการณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง


“ก่นด่าคนขับเลวร้าย รู้ไหมผู้โดยสารแสนแย่ก็เยอะ...” จากใจกระเป๋ารถเมล์
เกศรินทร์ ด้วงสำรวจ กระเป๋ารถเมล์คู่ใจ และในฐานะภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากลุงเสนาะ โชเฟอร์ประจำรถเมล์สาย 8 เปิดอกเล่าเรื่องราวระหว่างผู้โดยสารกับกระเป๋ารถเมล์อย่างไม่ปิดบัง เธอเล่าว่า หลายคนอาจมองว่ากระเป๋ารถเมล์ กับคนขับรถเมล์นั้น จะต้องโหด ปากจัด มีพฤติกรรมแย่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับเป็นผู้โดยสารเสียเองที่มีพฤติกรรมแย่ๆ ใส่ผู้ให้บริการอย่างเธอเสมอ เธอยกตัวอย่างประสบการณ์มากมายให้ทีมข่าวฟัง

เริ่มต้นด้วย “ล้วงกระเป๋า” ประสบการณ์ประกอบอาชีพกระเป๋ารถเมล์มามากกว่า 10 ปี ทำให้เธอเจอเหตุการณ์ผู้โดยสารถูกล้วงกระเป๋ามาหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้โดยสารเต็มแน่นขนัดทั้งคันรถ จึงง่ายต่อการกรีดกระเป๋า ล้วงเอาทรัพย์สิน แต่ทันทีที่ผู้โดยสารรู้ตัวว่า ทรัพย์สินหาย คนแรกที่จะโดนผู้โดยสารต่อว่าและกล่าวโทษ คือ กระเป๋ารถเมล์ ทั้งๆ ที่ตลอดเส้นทาง เธอก็ประกาศทุกระยะๆ ให้ผู้โดยสารระวังมิจฉาชีพ

ต่อมา คือเรื่อง “ลวนลาม” ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผู้โดยสารหญิงบางคน บ้างก็โดนผู้โดยสารชายยืนชิดติดบั้นทาย จนสัมผัสกับมือหรืออวัยวะส่วนอื่นๆ ของผู้โดยสารชาย ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเบียดขนาดนั้น ผู้โดยสารชายบางคนบ้างก็ทำทีเป็นหลับไปซบผู้โดยสารหญิง บ้างก็เอามือไปวางไว้ข้างๆตัว เพื่อให้โดนขาอ่อนผู้โดยสารหญิง “ใช่แต่ว่าจะเกิดกับผู้โดยสารเพียงอย่างเดียว กระเป๋ารถเมล์ยังโดนลูบก้นเป็นประจำ” กระเป๋ารถเมล์สาย 8 เล่าอย่างเอือมระอา

ตามมาติดๆด้วยเหตุการณ์ “ขี้เมาโวยวาย จรจัดไม่จ่ายสตางค์” โชเฟอร์และกระเป๋ารถเมล์สาย 8 พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สาย 8 นั้นอยู่ได้ เพราะแรงงานต่างด้าวจริงๆ หากจะให้เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ผู้โดยสารระหว่างคนไทยกับต่างด้าว จะพอประมาณได้ว่า คนไทย 60% ต่างด้าว 40% เลยทีเดียว ซึ่งปัญหาที่จะพบได้บ่อยครั้งในกลุ่มแรงงานต่างด้าว คือ เมาสุรา โวยวาย ร้องเพลงเสียงดัง บางครั้งถึงกับนำกับแกล้มและสุรา ขึ้นมาตั้งวงกินบนรถ จนรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น มากไปกว่านั้น คือ ย่านลาดพร้าว คนจรจัดจะมีจำนวนมาก คนพวกนี้ขี้เกียจเดิน จึงทำเนียนขึ้นรถเมล์แล้วไม่จ่ายเงิน ประมาณ 2-3 ป้ายก็จะลง พอไปเก็บค่าโดยสาร ก็จะทำทีโวยวายเสียงดัง

“อย่ามองแต่เรื่องร้ายๆ อย่ามองเราด้านเดียวเลย คนขับที่ดีก็มี คนไม่ดีเราก็ยอมรับว่ามีเหมือนกัน แต่ขอให้เข้าใจสักนิดเถอะว่า เราก็คนหาเช้ากินค่ำ เรามีลูก เรามีครอบครัว และเราก็มีหัวใจเหมือนพวกคุณนั่นแหละ” โชเฟอร์สาย 8 กล่าวจากเบื้องลึกของหัวใจ

ข่าวคาว หรือบทความต่างๆ อาจเสนอมุมมองแย่ๆ เกี่ยวกับรถเมล์สาย 8 แต่งานนี้เราจะพาคุณไปส่องแง่มุมดีๆ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ แต่ถ้ารู้เมื่อไหร่ เชื่อได้ว่าทัศนคติที่คุณมีต่อรถเมล์สายนี้จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นแน่ๆ 24 เม.ย. 2558 14:56 29 เม.ย. 2558 06:24 ไทยรัฐ