วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'สกล' เตรียมดึงฟอร์มูลาวันจัดในไทย ทำทีสปอร์ตเป็นทีวีพูล

'สกล' เตรียมดึงฟอร์มูลาวันจัดในไทย ทำทีสปอร์ตเป็นทีวีพูล

  • Share:

“บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ รอเซ็นสัญญาจ้างวันที่ 1 พ.ค.นี้ จึงจะสามารถเริ่มงานในตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. ได้อย่างเต็มตัว จากนั้นต้องทำแผนงานแสดงวิสัยทัศน์ต่อบอร์ด กกท. ภายใน 45 วัน ตามลำดับ โดยโครงการที่เตรียมจะนำเสนอ มีทั้งการดึงฟอร์มูลาวันกลับมาจัดในไทยให้ได้ การสร้างลู่ยางสังเคราะห์ เพื่อช่วยระบายยางในสต๊อกของรัฐบาล และทำให้ทีสปอร์ตเป็นทีวีพูล โดยเป็นแม่งานระดมทุนจากทีวีช่องต่างๆ ซื้อลิขสิทธิ์กีฬามาออกจอ โดยเฉพาะฟุตบอลโลก เพื่อให้แฟนบอลชาวไทยได้ชมฟรีๆ...

24 เม.ย. หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ รับตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด นายสกลเปิดเผยถึงการเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ว่า นับจากนี้จะต้องลาออกจากการเป็นรองผู้ว่าการ กกท. ก่อนที่จะลงนามในสัญญาจ้าง ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 1 พ.ค.นี้ โดยหลังจากนั้น ตนจะกลายเป็นลูกจ้าง ทำให้พนักงาน กกท. ทุกคนเป็นเจ้านายตนทันที ดังนั้นจะใช้อำนาจตามใจชอบไม่ได้ โดยจะต้องทำแผนงานที่แสดงวิสัยทัศน์เอาไว้ให้กับบอร์ด กกท. ภายใน 45 วัน และเมื่อบอร์ดเห็นชอบจะเริ่มประเมินผลงานทุกๆ 6 เดือน

สำหรับแผนงานต่างๆ เบื้องต้นจะมีทั้งระยะสั้น คือ ในช่วงเวลา 3 ปีก่อนเกษียณ และระยะยาว ซึ่งจะทำได้ต่อเนื่องหลังจากที่ตนเกษียณอายุไปแล้ว รวมทั้งโครงการเก่าที่ได้พยายามผลักดันกันมาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น การดึงการแข่งขันรถแข่งสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูลา วัน กลับมาจัดให้ได้ เนื่องจากมองว่า กีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับนี้ สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศมหาศาล รวมถึงการสร้างลู่ยางสังเคราะห์ เพื่อช่วยรัฐบาลระบายปริมาณยางในสต๊อก เนื่องจาก กกท. ได้พัฒนาสูตรการสร้างลู่ยางจนได้รับการรับรองจากสหพันธ์กรีฑานานาชาติ หรือจะเป็นเรื่องของการบริการประชาชนด้านกีฬา เช่น เรื่องของลิขสิทธิ์กีฬา สถานีกีฬาอย่างทีสปอร์ต จะต้องรับบทบาทเป็น “ทีวีพูล” เป็นตัวกลางระดมเงินทุนจากสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ดึงเกมใหญ่ๆเข้ามา โดยเฉพาะการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ทางฟรีทีวี เนื่องจากหากหน่วยงานรัฐซื้อจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อย่างสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ จะเป็นราคาที่ต่ำกว่าภาคเอกชนไปซื้อ เนื่องจากเป็นการบริการประชาชน

นายสกล กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการทำงาน จะเน้นแนวนโยบาย “คิดเร็ว ทำเร็ว แม่นยำ และ แก้ไขได้” ซึ่งเราสามารถคิดนอกกรอบแบบเอกชนได้ แต่ทุกๆขั้นตอนจะต้องถูกต้องตามกฎหมาย โดยทุกๆงานตนไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องได้รับความช่วยเหลือจากคน กกท. ทุกๆด้าน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของสปอร์ต เรื่องของเนื้อหาต่างๆ ตนทำคนเดียวไม่ได้ ก็ยังต้องพึ่งพานายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ และวิทยาศาสตร์การกีฬา เช่นเดียวกันกับทุกๆโครงการ ทุกฝ่ายจะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับ กกท.ให้เป็นองค์กรกีฬาที่เมื่อผู้คนคิดถึงกีฬา ก็ต้องนึกถึง กกท.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้