วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผงะศพทารก-ชิ้นส่วน ซุก'เมรุ' กองพะเนิน16ถุงดํา

ขยายผลจากคดีดังอุดรธานี มีรพ.มาจ้างสัปเหร่อเผาทิ้ง ‘ยโสธร’ลอบตัดหัวอีก5ศพ

ระดมลุยค้นสุสานกลางเมืองล่าตัวเมียสัปเหร่อแอบขายศพทารกให้อดีตสมภาร ผงะเจอถุงดำบรรจุชิ้นส่วนมนุษย์กับซากทารกรวม 16 ถุงใต้เมรุ ส่วนเมียสัปเหร่อเผ่นหายไป สอบสวนผัวสัปเหร่ออ้างรับจ้างเผาเศษชิ้นส่วนมนุษย์กับศพทารกจากโรงพยาบาลต่างๆ แต่ไม่ทราบเรื่องเมียขายศพทารกต้องเชิญตัวสอบขยายผล ส่วนที่ยโสธร ศพถูกฝังสุสานชาวคริสต์ถูกตัดหัวหายไป 5 ศพ เชื่อเป็นแก๊งคุณไสยรายเดียวกับที่อุดรธานี

กรณีตำรวจภาค 5 ร่วมกับทหารบุกตรวจสอบวัดห้วยดินจี่ หมู่ 5 ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าพระเฉลิมหรือนายเฉลิม ด้วงทอง อายุ 31 ปี อดีตเจ้าอาวาสของวัดซึ่งถูกจับสึกไปเมื่อปีที่แล้วข้อหาเสพเมถุนได้สร้างวัตถุมงคลโดยนำซากศพเด็กมาผสมมวลสารแล้วขายให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมวัตถุมงคลดังกล่าว ส่วนซากศพเด็กที่เหลือนำไปฝังไว้ใต้ฐานพระพรหมและศาลฤาษีรวม 4 ศพ และหนึ่งในนั้นคือ “ด.ญ.วันเพ็ญ” กระทั่งวันที่ 3 เม.ย. นายเฉลิม อดีตเจ้าอาวาสได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรับสารภาพว่าศพเด็กซื้อมาจากสัปเหร่อคนหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ชื่อ “ป้าบุญ” ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง เจ้าหน้าที่จึงขุดใต้ฐานพระพรหมและศาลฤาษีเพื่อพิสูจน์และพบเพียงศพเด็ก 1 ศพอยู่ในโลงแก้ว สภาพแห้งติดกระดูกและนำส่งแผนกนิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่เพื่อชันสูตรนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 เม.ย. พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ. 5 พร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภาค 5 เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิรวมใจเชียงใหม่เดินทางไปที่สุสานหายยา ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ หลังทราบว่า “ป้าบุญ” อาศัยอยู่ที่สุสานดังกล่าวและตรวจสอบหาซากเด็กภายในสุสาน แต่ไม่พบ “ป้าบุญ” พบเพียงนายสุทัศน์ เนรมิตร อายุ 58 ปีหรือสัปเหร่อนวย เป็นสัปเหร่อประจำสุสานหายยา สอบถามนายสุทัศน์เปิดเผยว่าป้าบุญหรือนางสมบูรณ์ เนรมิตร อายุ 70 ปี เป็นภรรยาของตนไม่ได้เป็นสัปเหร่อตามที่เป็นข่าวแต่ตอนนี้หลบหนีเจ้าหนี้เงินกู้ไปอยู่ที่อื่น ส่วนเรื่องป้าบุญขายศพเด็กให้พระเฉลิมนั้นตนไม่ทราบเพราะทำหน้าที่เพียงเผาศพเท่านั้น

จากนั้น พล.ต.ต.ปชา สั่งให้ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยแยกย้ายตรวจสอบบริเวณสุสานปรากฏว่าบริเวณใต้เมรุเผาศพพบถุงดำรวม 16 ถุง ผูกปากถุงอย่างแน่นหนาซุกเต็มใต้เมรุ เปิดตรวจสอบแต่ละถุงมีกลิ่นเหม็นโชยตลบ ภายในมีทั้งก้อนเลือด อวัยวะมนุษย์ เช่น ตับ ม้าม ไส้และบางถุงมีซากทารกด้วย คาดว่าเกิดจากการทำแท้ง สอบสวนนายสุทัศน์อ้างว่า เศษชิ้นเนื้อและซากทารกมีคนขนมาจากโรงพยาบาลต่างๆ ในภาคเหนือเพื่อมาจ้างให้เผาทำลายทิ้ง โดยให้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างรอเผา

ขณะเดียวกันนางนิชาภา จินายะ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาลนครเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าผู้ดูแลสุสานช้างคลานและสุสานหายยาซึ่งมาที่สุสานด้วยกล่าวว่า เศษอวัยวะที่พบในครั้งนี้นายสุทัศน์แอบลักลอบนำมาเผากันเองเนื่องจากเทศบาลห้ามรับทำลายเศษชิ้นเนื้อมนุษย์ที่เกิดจากโรงพยาบาลต่างๆ อย่างเด็ดขาด ก่อนหน้านี้เคยรับเผาให้กับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เพียงแห่งเดียวแต่งดรับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เนื่องจากเศษชิ้นเนื้อจะมีทั้งน้ำแข็ง สารแช่ศพ สารพวกนี้เวลาเผาในเมรุจะทำให้เมรุพังเสียหายง่ายจึงงดรับอย่างเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายสุทัศน์ต่อไป

พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภ. 5 เปิดเผยว่า การซื้อขายศพทารกน่าจะทำกันเป็นขบวนการทั้งที่เทศบาลสั่งงดเผาเศษชิ้นเนื้อจากโรงพยาบาลอย่างเด็ดขาดแต่จากการตรวจสอบยังพบเศษชิ้นเนื้อมนุษย์กับศพทารกและก้อนเลือดกว่า 10 ถุงคงมีการซื้อขายเป็นธุรกิจจนไปถึงมือพระที่ทำมนต์ดำ พระพวกนี้จะเล่นไสยศาสตร์แล้วนำไปทำเป็นเครื่องรางของขลังขายให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน สิงคโปร์และมาเลเซีย ส่วนนายสุทัศน์หรือสัปเหร่อนวยจะต้องเชิญตัวไปสอบปากคำเพื่อขยายผลต่อไป ส่วนป้าบุญหรือนางสมบูรณ์ เนรมิตร ภรรยาที่หลบหนีคงหาตัวไม่ยากคาดจะได้ตัวเร็วๆ นี้

ต่อมาบ่ายวันเดียวกันที่วัดช้างค้ำหรือวัดเวียงกุมกาม อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 นำซากศพ ด.ญ.วันเพ็ญจากแผนกนิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่มาทำพิธีฌาปนกิจโดยนิมนต์พระ 4 รูป โดยมีประชาชนที่ทราบข่าวมาร่วมพิธี บางคนถึงกับร้องไห้สงสารเด็กและบางคนก็มองหาเลขเด็ดของศพเพื่อตีเป็นเลขหวย สำหรับพิธีฌาปนกิจแบบง่ายๆ มีแผ่นสังกะสีรองศพนำท่อนไม้มาวางเรียงกันเป็นเมรุและจุดไฟเผาเพื่อส่งวิญญาณของหนูน้อยไปสู่สุคติ

นอกจากแก๊งคุณไสยลักลอบนำซากทารกไปมวลสารวัตถุมงคลที่ภาคเหนือแล้ว ภาคอีสานที่ จ.อุดรธานี แอบตัดหัวศพที่ฝังในป่าช้าไปทำพิธีขอหวย ล่าสุดที่ จ.ยโสธร ศพถูกฝังในป่าช้าชาวคริสต์ถูกตัดหัวหายไปถึง 5 ศพ โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา นางกัลยา บุตรพิมพ์ อายุ 47 ปี ชาวบ้านบ้านหนองแสง หมู่ 11 ต.โพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร พร้อมพวกรวม 5 คน เข้าแจ้ง พ.ต.ต.ชัยวิชิต มาตย์เหลือง พงส. พ.ต.ท.เทอดไทย เข็มทอง พงส.สภ.ป่าติ้วว่า ตนพร้อมญาติได้ไปทำพิธีไหว้ศพบรรพบุรุษและญาติที่เสียชีวิตในสุสานท้ายหมู่บ้านหนองแสง ซึ่งเป็นสุสานเก็บศพของผู้นับถือศาสนาคริสต์ ปรากฏว่าหลุมฝังศพของญาติถูกขุดเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ ตรวจสอบพบว่าทั้ง 5 ศพถูกตัดหัวหายไป

สำหรับศพที่ถูกตัดหัวหายไปประกอบด้วย 1.นายฮึน นนทะลุ ตายมาแล้ว 12 ปี 2.นายเพชร นนทะลุ ตายมาแล้ว 11 ปี 3.นางลา แก้วหล่อ ตายมาแล้ว 7 ปี 4.นางทอง พรมลี ตายมาแล้ว 7 ปี และ 5.นายสี ชาติทอง ตายมาแล้ว 11 เดือน กระทั่งภายหลังมีการจับกุมแก๊งตัดหัวศพที่ จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ดุสิต ทองวิเศษ ผกก.สภ.ป่าติ้ว จึงรายงานให้ บก.ภ.จ.ยโสธร ทราบ พร้อมประสานไปยัง บก.ภ.จ.อุดรธานี เพื่อขอข้อมูล เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งเดียวกัน

ต่อมาบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ชลาวุฒิ ไพรวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จ.ยโสธร พ.ต.อ.วีระพงษ์ พงษ์พุ่ม รอง ผบก.ภ.จ.ยโสธรและคณะรุดไปตรวจหาหลักฐานในสุสานอีกครั้ง ตั้งอยู่กลางป่า ท้ายหมู่บ้านพบที่ฝังศพที่ถูกคนร้ายตัดหัวไปญาตินำปูนซีเมนต์มาโบกทับไว้อย่างแน่นหนาทุกหลุม ในสุสานแห่งนี้ ฝังศพเรียงกันไว้เป็นแนวยาวอย่างเป็นระเบียบพร้อมติดป้ายชื่อผู้ตาย ด้วยป้ายเสาคอนกรีต มีศพฝังไว้ทั้งหมดประมาณ 80-100 ศพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ร่วมกันสืบหาตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบสวนผัวสัปเหร่ออ้างรับจ้างเผาเศษชิ้นส่วนมนุษย์กับศพทารกจากโรงพยาบาลต่างๆ แต่ไม่ทราบเรื่องเมียขายศพทารกต้องเชิญตัวสอบขยายผล ส่วนที่ยโสธร ศพถูกฝังสุสานชาวคริสต์ถูกตัดหัวหายไป 5 ศพ เชื่อเป็นแก๊งคุณไสยรายเดียวกับที่อุดรธานี 24 เม.ย. 2558 03:32 24 เม.ย. 2558 03:32 ไทยรัฐ