วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แจ้งข้อหาภูผา โบนันซ่ารุกป่า (ชมคลิป)

แจ้งข้อหาภูผา โบนันซ่ารุกป่า (ชมคลิป)

  • Share:

ตร.เรียกตัว พื้นที่ 109 ไร่ ม.44 ยึดคืน จี้ตรวจสค.1 ‘มูนแดนซ์’

ออกหมายเรียก 3 ผู้บริหารโบนันซ่ารับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบพื้นที่บุกรุกเพิ่มอีก 1 แปลง พื้นที่ร่วม 20 ไร่ ส่วน “พ.อ.สมหมาย บุษบา” นายทหารของภาค 2 ย้ำต้องใช้ ม.44 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเพราะเรื่องสะสมมานานถึง 30-40 ปี แถมยังกระทบกับพื้นที่จำนวนมาก

พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้บริหารโบนันซ่าที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ภายหลังที่ พ.อ.สมหมาย บุษบาคณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่บริเวณสนามแข่งรถและพื้นที่ปลูกบ้านพักของโบนันซ่า รีสอร์ตเขาใหญ่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พบมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเสียดอ้า เขานกยูง เขาอ่างหินรวมกว่า 166 ไร่นั้น

ต่อมาวันที่ 23 เม.ย. พ.ต.อ.บัญญัติ ทั่งกลาง พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับผู้บริหารโบนันซ่าว่า พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกกรรมการบริหารผู้ถือหุ้น บริษัท โบนันซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ จำกัด คือ 1.นายภูผา เตชะณรงค์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ 2.นายปรีชากรณ์ ปราบสงบ และ 3.นายนิธิศเชษฐ์ สุทธิเจริญกุล เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ร.บ.ป่าสงวน พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินและก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมให้นำเอกสารที่คิดว่าสามารถหักล้างข้อกล่าวหามาพบพนักงานสอบสวนด้วย หากออกหมายเรียกครั้งแรกไม่มา พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากไม่มาอีกจะขอออกหมายจับต่อไป คาดว่าจะส่งสำนวนฟ้องได้ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 58 ส่วนการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารในพื้นที่บุกรุกคงจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้และ อบต.ขนงพระ ที่จะดำเนินการต่อไป

ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา นายมลศักดิ์ จงรักษ์ หัวหน้าสำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมาในฐานะเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยภายหลังส่งเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดนครราชสีมาลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดที่สนามแข่งรถของโบนันซ่าว่า จากการตรวจสอบครั้งแรกได้ข้อมูลว่าที่ดินมี นส.3 ก. จำนวน 5 แปลง ออกโดยการเดินสำรวจเมื่อปี 2519 แต่จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่ามีเพิ่มอีก 1 แปลง เนื้อที่เกือบ 20 ไร่ รวมเป็น 6 แปลง ส่วนขั้นตอนการเพิกถอนนั้น หลังจาก ผวจ.นครราชสีมาลงนามเห็นชอบเสนออธิบดีกรมที่ดิน จากนั้นอธิบดีกรมที่ดินสั่งการลงมาให้ตั้งคณะกรรมการเพิกถอนโดยจะมีหัวหน้าที่ดินสาขาปากช่องเป็นประธาน ส่วนคีรีมายาตอนนี้ยังตรวจไม่เสร็จ และเจ้าหน้าที่เราอยู่ระหว่างลงพื้นที่เพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งเบื้องต้นมีการบุกรุกลำรางสาธารณะ ลำคลอง ซึ่งคงต้องตรวจให้ชัดเจนก่อนและต้องตรวจร่วมกับ อบต.ในพื้นที่ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข่าวการจัดการกับการบุกรุกที่ดินที่ อ.ปากช่องทำให้ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ราคาตกนั้น นายมลศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้เกิดผลกระทบเป็นธรรมดาเป็นเรื่องปกติ ส่วนการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ออกโฉนดโดยมิชอบนั้นมี 4 คน คณะกรรมการฯจะสรุปว่ามีใครบ้าง การกระทำประมาทเลินเล่อหรือไม่ มีเจตนาทุจริตหรือไม่ เบื้องต้นทราบว่าทั้ง 4 คนทราบว่าเกษียณไปหมดแล้ว เพราะเหตุการณ์เกิดตั้งแต่ปี 2519 แต่ถึงแม้เกษียณไปแล้วโทษวินัยยังตามได้จนกว่าจะเสียชีวิต

ด้าน พ.อ.สมหมาย บุษบา หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า มาตรา 44 ต้องมีคำสั่งย่อยคำสั่งที่ 3 และ 4 ซึ่งคำสั่งที่ 4 เป็นมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายแต่หลักการยังให้กระทรวงหลักทำงานอยู่ แต่กรณีการทวงคืนผืนป่า อ.ปากช่อง ส่วนตัวเห็นว่าน่าจะต้องเอามาตรา 44 มาใช้ได้แล้วเพราะปัญหาสะสมมานาน 30-40 ปี และกระทบกับพื้นที่มาก อย่างพื้นที่ ส.ป.ก.ให้ทำเกษตรกรรมแต่ข้อเท็จจริงกลับไปทำอย่างอื่นกลายเป็นสนามกอล์ฟ สนามแข่งรถ สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ ฉะนั้นต้องแก้ให้หมด

ขณะที่ พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข รอง ผบช.ภ.3 ในฐานะผู้ควบคุมการปฏิบัติในคดีนี้ได้นำเอกสารปึกใหญ่เข้าพบ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ภ.3 เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของพนักงานสอบสวนคดีโบนันซ่าพร้อมเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนมีมติเป็นที่เรียบร้อยจากการรวบรวมพยานหลักฐานโดยภาครัฐ ทั้งป่าไม้ สวนป่า ส.ป.ก.หรือ อบต. และได้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาเพื่อประกอบการดำเนินคดีแล้ว

พล.ต.ต.ธเนษฐกล่าวต่อว่า สรุปที่ที่ถูกบุกรุกมีประมาณ 108-109 ไร่ โดยป่าไม้มี 5 แปลง สวนป่า 8 แปลง และ ส.ป.ก. 1 แปลง และลำรางสาธารณะและทางสาธารณะอีก 4 ไร่ ทั้งหมดทางโบนันซ่าใช้ประโยชน์ 166 ไร่ และต้องนำมาหักออกจาก นส.3 ก. ซึ่งเป็นที่ของเจ้าของ 6 แปลงประมาณ 56 ไร่จะเหลือประมาณกว่าร้อยไร่ข้างต้นที่เกินออกมา ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากช่องได้ออกหมายเรียกผู้บริหาร 3 รายของบริษัทโบนันซ่าให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ขณะนี้เอกสารภาครัฐครบหมดแล้วเหลือเพียงเอกสารภาคเอกชนบางเรื่องมาประกอบ โดยตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อโยงผู้กระทำความผิดและตรวจสอบ นส.3 ก.แปลงที่ 6 อีกว่าเป็นของใคร โดยต้องตรวจสอบกับทางที่ดินสาขาปากช่องว่าใครเป็นเจ้าของ เนื่องจากผู้ดูแลโบนันซ่าได้ชี้ยืนยันว่าที่แปลงที่ 6 ไม่ใช่อยู่ในความครอบครองของโบนันซ่า

ต่อมาเย็นวันเดียวกัน พ.อ.สมหมาย บุษบา หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำหนังสือชี้แจงสื่อมวลชนกรณีโครงการ “มูนแดนซ์” ซึ่งมีบ้านพักพิธีกรชื่อดังรวมอยู่ด้วยว่า กรณีบ้านของนายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดัง ต้องมาดูว่าการออกหลักฐานแสดงสิทธิ์ในที่ดิน 8 ไร่นั้นได้มาอย่างไร พื้นที่ของ “มูนแดนซ์” แบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ 1.มีการออกหลักฐาน น.ส.3 เมื่อประมาณปี พ.ศ.2505 ซึ่งเป็นการออก น.ส. 3 สืบเนื่องมาจากหลักฐานเดิมคือ ส.ค.1 ซึ่งเป็นการได้มาก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน (พ.ศ.2497) และก่อนประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวร “ป่าเขาใหญ่” พ.ศ.2506 ถ้าหากตรวจสอบแล้วถูกต้องตรงตามตำแหน่ง ไม่ใช่ ส.ค.1 บินมาจากที่อื่นถือว่าโฉนดที่ดินที่ออกสืบเนื่องมาจาก น.ส.3 ก. ดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนที่ 2 กรณีการออกหลักฐาน น.ส.3 ก.ไม่มีหลักฐานที่ดินเดิมโดยการเดินสำรวจเมื่อประมาณปี พ.ศ.2519 ซึ่งหลังจากมีการประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวร “ป่าเขาใหญ่” พ.ศ.2506 ไม่สามารถออก น.ส.3 ก. ได้ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2532 ได้มีการจำแนกที่ดินบางส่วนของโครงการมูนแดนซ์ให้แก่ ส.ป.ก.และยังมีพื้นที่บางส่วนยังเป็นป่าไม้ถาวร “ป่าเขาใหญ่” ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2546 ป.ป.ช.ได้มีหนังสือถึงกรมที่ดินให้เพิกถอน น.ส.3 ก. ดังกล่าว ซึ่งออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและเมื่อ พ.ศ.2551 กรมที่ดินได้มีหนังสือถึง ผวจ.นครราชสีมา โดยอ้างว่าหลักฐาน น.ส. 3 ก. ที่ออกหลังประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวร “ป่าเขาใหญ่” ไม่จำเป็นต้องเพิกถอนโดยใช้การพิธีพิจารณาความกฎหมายปกครองแต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรมพัฒนาที่ดินได้จำแนกพื้นที่ของโครงการบางส่วนให้กับ ส.ป.ก. ดำเนินการ ส่วนพื้นที่ที่เหลือยังคงสภาพเป็นป่าไม้ถาวร “ป่าเขาใหญ่”

“เมื่อสถานะของพื้นที่เป็น ส.ป.ก.และป่าไม้ถาวร กรมที่ดินไม่สามารถออกหลักฐานแสดงสิทธิ์ในที่ดินตามหนังสือกรมที่ดินถึง ผวจ.นครราชสีมาเมื่อปี 2551 ได้ กรณีของที่ดินนายสรยุทธ์ เป็นหน้าที่ของกรมที่ดินจะต้องไปตรวจสอบว่าเข้าข่ายกรณีใดใน 2 กรณีนี้และควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบเพื่อให้เกิดความกระจ่างและไม่ให้เกิดความเสียหายกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด” พ.อ.สมหมายกล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้