วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มั่นใจอนาคตผลประเมินเด็กไทยขยับ

มั่นใจอนาคตผลประเมินเด็กไทยขยับ

  • Share:

“ณรงค์” เชื่อปฏิรูปห้องเรียนจุดเปลี่ยน รับพอใจแต่เขินประเมินตัวเอง

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหาร ศธ. แถลงผลการดำเนินงานของ ศธ.ในรอบ 6 เดือน โดย พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ศธ.ได้แก้ปัญหาการศึกษาที่มีมายาวนาน โดยผลการดำเนินงานที่สำคัญ 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.พัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ที่ถือเป็นภารกิจหลัก โดยเร่งแก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในเด็ก ป. 1-ป.3 และตั้งเป้าให้ปีการศึกษา 2558 ปลอดจากปัญหาดังกล่าว การปรับปรุงหลักสูตรและการทดสอบทางการศึกษา โดยบรรจุวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ รวมทั้งลดการสอบโอเน็ตเหลือ 5 กลุ่มสาระ ปรับลดกิจกรรมที่ดึงครูและเด็กออกจากห้องเรียน 2.เร่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยขยายการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า 3.พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย การเลื่อนวิทยฐานะที่โยงกับ
ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน นำโครงการคุรุทายาทกลับมาใช้ การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยระยะสั้นช่วยครูเป็นหนี้ขั้นวิกฤติให้ชะลอการฟ้องร้อง พักดอกเบี้ยและชำระหนี้เฉพาะเงินต้นเป็นเวลา 3 ปี ระยะกลางช่วยครูที่มีหนี้ใกล้วิกฤติหรือมีหนี้ค้างกว่า 12 เดือน และระยะยาวช่วยลดดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ชั้นดี 4.การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศและโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล โดยจัดการศึกษาระบบทวิภาคี การให้ทุนช่างเทคนิคและนักปฏิบัติที่ปรับเปลี่ยนจากโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน และการแก้ไขปัญหาความรุนแรงของเด็กอาชีวศึกษา 5.การปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ซึ่งในระยะเร่งด่วน ศธ.เน้นการปฏิรูปห้องเรียนเป็นหลัก เพราะเห็นว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้การปฏิรูปเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ส่วนระยะยาวกำลังจัดทำแนวทางการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ และ 6.การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
“ผมพอใจกับการทำงานของทุกองค์กร แต่ไม่อยากประเมินตัวเองเชื่อว่าคนในแวดวงการศึกษาคงทราบดีว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อย่างไรก็ตามวันนี้อาจจะยังไม่เห็นผลแต่เมื่อห้องเรียนมีการปฏิรูป มั่นใจว่าผลการประเมินการศึกษาไทยในอนาคตจะดีขึ้นแน่นอน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้