วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บุญทรง แถลงโต้เปิดคดี ยัน คู่สัญญาระบายข้าวเป็นรัฐวิสาหกิจจีนจริง (ชมคลิป)

“บุญทรง” ยัน คู่สัญญาระบายข้าวเป็นรัฐวิสาหกิจจีนจริง “วอน” สนช. อย่าสร้างบรรทัดฐานใหม่ ก้าวล้ำ พรมแดน กระบวนการยุติธรรมก่อนศาล

วันที่ 23 เม.ย. ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีการพิจารณากระบวนการถอดถอน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกจากตำแหน่ง โดยวันนี้ เป็นขั้นตอนการรับฟังคำแถลงคัดค้านโต้แย้งเปิดสำนวน ของคณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุ ถึงการพิจารณาคดีถอดถอนในวันนี้ ว่า เป็นการพิจารณาคดีที่ดำเนินควบคู่ไปกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการก้าวล้ำพรมแดนแห่งกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งคดีนี้เป็นคดีที่ฟ้องจำเลยอื่นอีกหลายราย ที่ไม่ได้มีโอกาสมาชี้แจงในสภาฯ จึงไม่ควรพิจารณาถอดถอนซึ่งอาจเป็นการชี้นำศาลได้

นายบุญทรง กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ดำเนินการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐเหมือนรัฐบาลอื่นๆ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกรอบยุทธศาสตร์การระบายสินค้าเกษตร ขั้นตอนการระบาย การทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการระบายชุดเดิม และการส่งสินค้าแบบ ณ หน้าคลังสินค้า (Ex Warehouse) รัฐบาลในอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องถูกต้องทั้งสิ้น จึงไม่ควรเว้นวรรคเอาผิดเฉพาะช่วง รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายบุญทรง ยังตั้งข้อสังเกตว่า การพิจารณาของ ป.ป.ช.ที่ผ่านมา เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ฟังความฝ่ายเดียว เนื่องจากคดีนี้ไม่มีการสอบพยานฝ่ายผู้ซื้อซึ่งเป็นคู่สัญญา ว่า เป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนจริง หรือไม่ และในข้อเท็จจริง บริษัท GSSG หรือ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจจีนดังกล่าว ได้มีหนังสือไปยัง ป.ป.ช. เพื่อชี้แจงสถานะความเป็นรัฐวิสาหกิจอย่างเป็นทางการ ว่า รัฐบาลจีนถือหุ้น 100 เปอร์เซ็นต์ จริง แต่ไม่ได้รับการพิจารณาจาก ป.ป.ช.แต่อย่างใด

นายบุญทรง กล่าวอีกด้วยว่า แม้แต่ในรัฐบาลปัจจุบันก็มีการขายยางพาราในสต๊อกของรัฐบาลแบบรัฐต่อรัฐกับไห่หนาน ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจีน ที่มีสถานะเดียวกันกับ GSSG และการขายดังกล่าวก็เป็นการขายในราคาต่ำกว่าที่รัฐบาลรับซื้อจากเกษตรกรและต่ำกว่าราคาตลาดเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ นายบุญทรง ยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้ระบายข้าวภายใต้เงื่อนไข Ex Warehouse ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ พร้อมส่งมอบข้าวให้กับผู้ซื้อ รัฐได้เงินครบถ้วนทันที และได้มีการติดตามตรวจสอบว่า มีการส่งมอบข้าวตามสัญญา พร้อมยืนยัน ความบริสุทธิ์และความสุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้กระทำการทุจริต ประพฤติผิดมิชอบ หรือ “ฮั้ว” ตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า การดำเนินการของ ป.ป.ช. ในการชี้มูลความผิดมีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง ซึ่งจะขอต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

ด้านนายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง กรณีถอดถอนออกจากตำแหน่งในประเด็นระบายข้าวนั้น เป็นข้าวเก่าตั้งแต่ปี 2548 ที่ค้างสต๊อกมาหลายรัฐบาล จนตกทอดมาถึงรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งสต๊อกส่วนใหญ่เริ่มเสื่อมคุณภาพแล้ว จึงได้เร่งระบายภายใต้บรรทัดฐานเดียวกันเหมือนกับทุกรัฐบาลที่ผ่านมา นอกจากนั้นประเด็นข้อกล่าวหา “เรื่องฮั้ว” ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาทางอาญาที่ร้ายแรงยังไม่มีหลักฐานปรากฏใดๆ ในสำนวนการกล่าวหาของ ป.ป.ช. ดังนั้น สภาฯ แห่งนี้ไม่ควรสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการพิจารณาคดีถอดถอนควบคู่ไปกับการพิจารณาคดีของศาล หรือ ตัดสินก่อนศาล.

“บุญทรง” ยัน คู่สัญญาระบายข้าวเป็นรัฐวิสาหกิจจีนจริง “วอน” สนช. อย่าสร้างบรรทัดฐานใหม่ ก้าวล้ำ พรมแดน กระบวนการยุติธรรมก่อนศาล 23 เม.ย. 2558 23:18 24 เม.ย. 2558 14:47 ไทยรัฐ