วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอ็นจีโอ ห่วงเหยื่อค้ามนุษย์ ยันแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

เครือข่ายเอ็นจีโอแถลงข่าว นับถอยหลังสถานการณ์ขึ้นบัญชีการค้ามนุษย์ไทย ชี้มีหลายเรื่องน่ากังวล โดยเฉพาะการใช้แรงงานเด็ก ระบุเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าใจกระบวนการแก้ปัญหา ด้านสภาทนายความ แนะเร่งออกกฎกระทรวง มาตรา 7

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant working group) จัดงานแถลงข่าว ในหัวข้อ “ฤา จะหนีไม่พ้นวังวนการค้ามนุษย์?” จับตานับถอยหลังสถานการณ์การขึ้นบัญชีการค้ามนุษย์ในประเทศไทย พร้อมแนวทางการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน  

น.ส.โรยทราย วงศ์สุบรรณ ตัวแทนเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant working group) กล่าวว่า ประเทศไทยมีมาตรการออกมา เพื่อปกป้องและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎกระทรวงแรงงานประมง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน การแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การตั้งคณะกรรมการระหว่างหน่วยงาน ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาการค้ามนุษย์โดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยดีขึ้น
 
โดยในรอบปีนี้มีหลากหลายสถานการณ์ ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยยังแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ถูกจุด แบ่งเป็นเหตุการณ์ต่างๆ ดังนี้ 1.กรณีเหตุการณ์แรงงานตกเรือที่เกาะอัมบน ประเทศอินโดนีเซีย 2.กรณีการพยายามแก้ไขปัญหาแรงงานเด็ก ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลไทยจะกล่าวอ้างอยู่เสมอว่า ในประเทศไม่มีการใช้แรงงานเด็ก ส่วนเด็กที่เห็นในสถานประกอบการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในภาคเกษตร ภาคอาหารทะเลแช่แข็ง หรืออาหารประมง เป็นเด็กที่ตามผู้ปกครองมาช่วยทำงานในสถานประกอบการ และถึงแม้รัฐบาลไทยจะออกมากล่าวอ้างในลักษณะดังกล่าว แต่นานาประเทศกลับไม่เชื่อ และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องแรงงานเด็กให้ได้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่ว่า ถ้าไม่มีเด็กข้ามชาติอยู่ในประเทศไทย ก็เท่ากับว่าไม่มีแรงงานเด็ก ซึ่งเป็นแนวความคิดและกระบวนการแก้ปัญหาที่ผิดมาก

นอกจากนี้ อีกเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ประเทศไทยไม่เข้าใจว่าจะรับมือกับปัญหาการใช้แรงงานเด็กอย่างไร ก็คือ เหตุการณ์กวาดจับบุตรหลานของแรงงานข้ามชาติที่ตลาดไท รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม โดยไม่สนใจว่าเด็กจะมีเอกสารของการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ ซึ่งในวันนั้น มีเด็กถูกจับทั้งสิ้น 59 คน โดยเป็นเด็กจากประเทศพม่าและกัมพูชา โดยตามหลักการทางกฎหมายแล้ว การจับกุม ผลักดันเด็ก จะต้องมีพ่อแม่ ผู้ปกครองด้วย  เพราะหากเราผลักดันให้เด็กกลุ่มนี้ออกนอกประเทศไปในฐานะผู้เข้าเมืองผิด กฎหมายโดยไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครองติดตาม เราจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าหากเด็กกลับไปยังประเทศต้นทางแล้วจะเกิดอะไร ขึ้นบ้าง ทั้งเรื่องการพลัดพรากและไม่รู้ว่าจะเจอกันได้อย่างไร

ทั้งนี้ ตัวเลขประมาณการณ์ของเด็กที่ถูกสำรวจไว้โดยสำนักงานสถิติ พ.ศ.2550 มีเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยอาศัยอยู่ในประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 300,000 คน ซึ่งขณะนี้มีจำนวนตัวเลขของเด็กที่มาขึ้นทะเบียนว่าเป็นผู้ติดตามของแรงงานข้ามชาติเพียง 90,000 คน จากจำนวนตัวเลขทั้งหมด ซึ่งเท่ากับว่ามีเด็กกว่าร้อยละ 70 ที่เข้าไม่ถึงระบบการทำเอกสาร เพื่อให้มีสิทธิในการอยู่อาศัยถูกต้องในประเทศไทย

ด้านนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ กล่าวว่า จากกรณีการจับกุมแรงงานข้ามชาติเด็กที่ตลาดไท ตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตอบสนองนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งถูกท้วงติงมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา 

ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองเด็ก ระบุอย่างชัดเจนว่า เด็กทุกคนที่เกิดในประเทศไทย จะมีสิทธิอยู่กับครอบครัว การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก และเป็นการทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นคดีที่จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าทำการจับกุมได้ และแทนที่ประเทศไทยจะได้รับการยกย่อง กลับจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์แย่ลงกว่าเดิม และจะหนีไม่พ้นถูกจัดอันดับการค้ามนุษย์ให้ต่ำลงอีก  

ดังนั้น ตนจึงมีข้อเสนอ 7 ข้อต่อรัฐบาลไทย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่ถูกต้องและเป็นรูปธรรม ดังนี้ 1. รัฐต้องเลิกจับกุมเด็กและหันมาใช้วิธีการคุ้มครองเด็กแทน เพราะเด็กไม่ใช่อาชญากร 2. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรเข้าไปจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กมาดูแลเด็กโดยเฉพาะในพื้นที่มีเด็กเป็นจำนวนมาก 3. สนับสนุนให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ 4. ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัดโดยเด็กจะต้องได้อยู่กับครอบครัว 5. เร่งรณรงค์ให้ทุกฝ่ายทราบว่า เด็กที่เกิดในประเทศไทยสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ตามมติ ครม. 6. รัฐต้องทำบัตรบุคคล ซึ่งไม่มีสัญชาติไทยให้กับเด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบสถานะเด็ก 7.รัฐ ควรเร่งออกกฎกระทรวงตามมาตรา 7 ทวิวรรค 3 ของพระราชบัญญัติสัญชาติแก้ไขฉบับที่ 4 พ.ศ.2551 ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศใช้กฎหมายมาแล้ว 7 ปี แต่ยังไม่มีกฎกระทรวงออกตามมา จึงทำให้ปัญหาเด็กที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งกฎกระทรวงนี้จะสามารถแก้ปัญหาได้  

เครือข่ายเอ็นจีโอ แถลงข่าว นับถอยหลังสถานการณ์ขึ้นบัญชีการค้ามนุษย์ไทย ชี้มีหลายเรื่องน่ากังวล โดยเฉพาะการใช้แรงงานเด็ก ระบุเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าใจกระบวนการแก้ปัญหา ด้านสภาทนายความ แนะเร่งออกกฏกระทรวง มาตรา 7 23 เม.ย. 2558 16:34 23 เม.ย. 2558 17:53 ไทยรัฐ