วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ลูก 1 เมีย 3 หาเงินไม่พอใช้

โดย ครูเคท

วันก่อนมีหนุ่มอายุ 35 คนหนึ่ง มารับคำปรึกษาจากครูเคทบอกว่าตอนนี้มีปัญหาทางการเงินชักหน้าไม่ถึงหลัง ที่สำคัญตนเองติดการพนัน มีหนี้สินล้นพ้นตัว แถมมีภาระหน้าที่ต้องดูแล ลูก 1 เมีย 3 (ไม่ได้พิมพ์ผิด) เห็นอย่างนี้ คุณผู้อ่านก็คงคิดว่าสมแล้ว ตัวเองทำตัวเอง อะไรประมาณนั้น แต่อะไรทำให้คนๆ หนึ่งดำเนินชีวิตโดยพาตัวเข้าไปสู่วังวนของปัญหาที่หาทางออกไม่ได้

เราเริ่มต้นการมองปัญหาด้วยการไล่รายรับรายจ่ายของเขาออกมาก่อน พบว่ารายรับของเขาถูกแบ่งออกไปเป็นรายจ่ายในการเลี้ยงดูลูกและภรรยา 3 บ้าน ส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือ เขาใช้เงินในการซื้อเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวและการออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ซึ่งเขามักจะเป็นออกเงินเพราะรู้สึกว่าเพื่อนๆ มีรายได้น้อยกว่าเขา จากการใช้จ่ายอย่างนี้ทำให้เขาหาเงินมาไม่พอ เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงิน เขาก็มักจะเล่นการพนันเพราะเห็นว่าเป็นวิธีเดียวที่ได้เงินเร็ว แต่เมื่อเรานั่งคำนวณเงินที่ได้กับเสียในการพนันนั้น ได้นิดเดียวเสียเกือบทั้งหมด และนั่นเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขามีหนี้สินงอกตามมาอีกมากมาย

หนุ่มนี้แก้ไขปัญหา ซึ่งความจริงเรียกว่าหนีปัญหา ด้วยวิธีหยุดการไปมาหาสู่ลูกและภรรยาทั้ง 3 เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเงินที่จะเอาไปให้ จึงทำให้ตัวเองรู้สึกไม่มีคุณค่าต่อลูกและภรรยาอีกต่อไป ช่วงนี้เขายังหยุดการไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เพราะรู้สึกว่าไม่มีเงินเลี้ยงเพื่อนและเพื่อนก็ไม่มีเงินมากพอที่จะมาจ่ายแทน เขาคิดว่าการหยุดเจอคนเหล่านี้สักพัก จะทำให้เขากลับมาตั้งหลักได้ เพราะกรอบความคิดในหัวของเขา คือ ออกไปเจอคนเหล่านี้ ต้องมีเงินไปให้

ฟังอย่างนี้แล้ว คงรู้สึกว่าน่าสงสารพ่อหนุ่มคนนี้ ที่มีภาระหน้าที่ต้องดูแลคนที่ตนเองรักมากมาย แต่พอได้พูดคุยกันต่อ ก็พบว่าบรรดาภรรยาทั้ง 3 และเพื่อนฝูง เป็นคนที่มีงานการทำทุกคน และเมื่อถามว่าการที่เขาหยุดการไปมาหาสู่คนเหล่านี้ไปเดือนกว่าแล้ว พวกเขาเดือดร้อนเรื่องการเงินอะไรหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ ตอนนี้เองที่เขาเริ่มเข้าใจว่ากรอบความคิดหรือความเชื่อของเขานั้น ไม่เป็นสิ่งที่เขาคิดเองเออเอง และมันถูกบิดเบือนออกไปจากความเป็นจริง

หนุ่มคนนี้ กำลังใช้เงินซื้อการยอมรับจากผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว เขาคิดโดยไม่รู้ตัวว่าการแสดงออกถึงน้ำใจและการเอาใจใส่ดูแล คือการจ่ายเงิน ซื้อของให้ลูก พาคนรัก เพื่อนฝูงไปเที่ยว การดูแลผู้อื่นของเขาคือไม่ให้ใครต้องลำบากเรื่องเงิน

ในปัจจุบันมีคนเป็นอย่างนี้มากมาย ชอบซื้อของให้คนนู้นคนนี้ ทำงานสายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่ไม่เคยมีเวลาที่มีคุณภาพกับครอบครัว (เช่น ไม่สนุกในกิจกรรมที่ทำร่วมกับครอบครัว แต่ทำเพราะเป็นหน้าที่) ที่สำคัญไม่เคยใช้เงินเพื่อความสุขของตนเองบ้าง ถ้าหากเรารู้จักตั้งสติและอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ถามตัวเองว่าบุคคลที่เป็นที่รักรอบๆ ตัวเรา เขาต้องการเงิน หรือเขาต้องการเวลา ความรักความห่วงใยจากเรากันแน่

วิธีการแสดงความรักความห่วงใยที่ง่ายที่สุด คือการให้เวลาซึ่งกันและกัน หัดฟังผู้อื่นๆ อย่างตั้งใจ ไม่สอดแทรก ไม่ชี้แนะ ไม่สั่งสอน คือ แค่ฟังอย่างเข้าใจ การสัมผัสเบาๆ การสบตากันเมื่อพูดคุยกัน การพูดจาด้วยภาษาสุภาพนุ่มนวล นี่คือวิธีการแสดงออกถึงความรักความห่วงใยที่ง่ายที่สุด ไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่าย เป็นสิ่งที่ผู้รับสัมผัสได้ทันที แต่แปลกที่ผู้คนในยุคนี้กลับมองข้าม หรือรู้สึกว่าทำยาก เพราะในจิตใจได้สร้างกำแพงบางอย่างกั้นเอาไว้ หลายครอบครัว ไม่สามารถพูดจากันดีๆ ได้ อยากบอกรักลูก ก็บอกด้วยการดุด่าสั่งสอนพร่ำบ่น เป็นห่วง แทนที่จะแสดงออกด้วยคำพูดและสัมผัส กลับใช้ถ้อยคำประชดประชันกันแทน

อ่านบทความนี้แล้ว คุณผู้อ่านลองหันกลับมามองตัวเองว่าเราได้สร้างกำแพงขวางกั้นตัวเรากับใครที่เรารักไว้บ้างหรือเปล่า ลองค่อยๆ ทลายกำแพง ซึ่งจะรู้สึกยากในครั้งแรก แต่ครั้งต่อๆ ไปจะไม่ยากและเป็นไปตามธรรมชาติ ใครไม่เคยยิ้มกับคนในครอบครัวก็ยิ้มซะ ใครไม่เคยกอดพ่อแม่ก็ลองกอดซะ ใครไม่เคยฟังคนอื่นโดยไม่สอดแทรกเสนอความเห็นส่วนตัวก็ลองฝึกฟังอย่างตั้งใจและไม่ตีความไปเองซะ ทดลองทำวันละเรื่อง วันละนิด แล้วคุณจะแปลกใจว่าโลกของคุณจะดูเปลี่ยนไปเป็นโลกที่สดใสทันตา

ท่านใดมีช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์กับบุคคลที่เป็นที่รัก เข้ามาทำ counseling รับคำปรึกษากับครูเคทได้นะคะ ที่ KruKate Counseling Center นัดคิวรับคำปรึกษา โทร. 0814581165 หรือเข้าไปสอบถามปัญหาพูดคุยกันได้ใน แฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer

ครูเคท

ครูเคท

วันก่อนมีหนุ่มอายุ 35 คนหนึ่ง มารับคำปรึกษาจากครูเคทบอกว่าตอนนี้มีปัญหาทางการเงินชักหน้าไม่ถึงหลัง ที่สำคัญตนเองติดการพนัน มีหนี้สินล้นพ้นตัว แถมมีภาระหน้าที่ต้องดูแล ลูก 1 เมีย 3 23 เม.ย. 2558 14:30 23 เม.ย. 2558 17:54 ไทยรัฐ