วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'วิชา' เปิดสำนวนสอยบุญทรง-พวก ขายข้าวจีทูจีเก๊ เจตนาทำผิดก.ม.

'วิชา' เปิดสำนวนสอยบุญทรง-พวก ขายข้าวจีทูจีเก๊ เจตนาทำผิดก.ม.

  • Share:

"วิชา"แถลงเปิดคดีถอดถอน "บุญทรง"และพวก ต่อ สนช. ย้ำ "จำนำข้าวปู" ไม่มีจีทูจีจริง ชี้พฤติการณ์ ไม่ได้ขายข้าวให้ "คอฟโก" เชื่อมีพยานกันชี้ตัวขึ้นศาล สรุปมีมูลเหตุต้องส่งเรื่องทำการถอดถอน ขณะที่ ”บุญทรง” โต้แย้ง ซัดสืบสวนเร่งรีบ เลือกปฏิบัติ มีอคติกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์...

เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 23 เม.ย. 58 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธาน เพื่อดำเนินการตามกระบวนการถอดถอน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 6 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประกอบ ม. 56 (1) และ ม. 58 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นการแถลงเปิดสำนวนตามรายงานและความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และการแถลงคัดค้านโต้แย้งคำแถลงเปิดสำนวนของนายภูมิ นายบุญทรง และนายมนัส ผู้ถูกกล่าวหา

โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะผู้กล่าวหา กล่าวว่า แม้มีข้อท้วงติงว่าโครงการรับจำนำข้าวจะก่อให้เกิดการทุจริตทุกขั้นตอน แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ไม่ฟังเสียง กลับทำต่อก่อให้เกิดปัญหาวินัยการเงินการคลังของชาติระยะยาว เป็นขบวนการทุจริตที่ร้ายแรงต้องสูญงบประมาณชาติเป็นจำนวนมาก การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เป็นการขายให้ผู้แทนหน่วยงานของรัฐ หรือตัวแทนของรัฐในทุกประเทศ แต่การขายข้าวจีทูจีในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ เพราะพบข้อพิรุธผิดปกติมากมาย ทั้งไม่ได้ขายข้าวให้ตัวแทนรัฐของจีนจริง ไม่มีการเปิดแอลซี แต่กลับมีการชำระเงินหน้าคลัง (Ex Warehouse) ที่สำคัญไม่ได้มีการส่งออกจริง แต่กลับขายให้บริษัทเอกชนในไทยเวียนเทียนขายข้าวในประเทศแทน

นายวิชา กล่าวอีกว่า ป.ป.ช.พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงและรับฟังคำกล่าวหา สรุปได้ว่า นายภูมิร่วมกับนายบุญทรง และนายมนัส พร้อมพวกที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ทำ และจัดการข้าวในคลังสินค้ากลาง ได้มีเจตนากระทำความผิดต่อกฎหมาย พร้อมกลุ่มบุคคลภาคเอกชน เช่น บ.สยามอินดิก้า จำกัด บริษัทสิราลัย จำกัด รวม 21 คน ร่วมขบวนการทุจริตจำนำข้าว ทำโดยข้าราชการประจำ นักการเมือง และนักธุรกิจเอกชน แบ่งหน้าที่ร่วมนำวิสาหกิจจากจีน 2 บริษัทคือ 1. บริษัทกวางตุ้ง สเตชั่นนารี แอนด์สปอร์ตติ่ง กู้ด อินพอร์ต แอนด์ เอ็กซ์พอร์ต สเตชั่น 2. บริษัท ไห่หนาน เกรน แอนด์ ออยล์ อินดัสเทรียล เทรดดิ้ง อ้างเป็นตัวแทนรัฐจีนทำสัญญาแบบรัฐต่อรัฐกับกรมการค้าต่างประเทศ ทั้งที่สองบริษัทไม่ได้รับการรับรองจาก องค์กรไชน่าเนชั่นรอล ซีรีน ออยส์แอนฟู้ดสตร๊าฟ คอร์ปอเรชั่น (คอฟโก) จึงไม่ใช่ตัวแทนของจีนจริง ข้าวแทนที่จะนำออกสู่ต่างประเทศ แต่กลับมีขบวนการนำมาหมุนเวียนภายในประเทศ

นายวิชา กล่าวอีกว่า มีพยานบุคคลยืนยัน ที่เรากันไว้เป็นพยานในศาล เพื่อชี้ตัวผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด เพราะมีการจ่ายเงินจากนิติบุคคลให้กรมการค้าระหว่างประเทศเป็นเช็คเงินสดจำนวน 29,984.6 ล้านบาทจริง ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติว่านายมนัส นายภูมิ และนายบุญทรง มีมูลความผิดทางอาญา และศาลได้รับฟ้องแล้ว ทั้ง 3 คน ได้ทำความผิดต่อหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่น เป็นมูลเหตุให้ถูกถอดถอนได้ ป.ป.ช.จึงมีมติให้ส่งรายงานและความเห็นมายังประธาน สนช. เพื่อให้ สนช.ดำเนินการถอดถอนบุคคลทั้ง 3 คนต่อไป

ด้านนายบุญทรง โต้แย้งการไต่สวนและข้อกฎหมายจากทาง ป.ป.ช. ว่า เป็นการสืบสวนที่เร่งรีบในการพิจารณา และมีการเลือกปฏิบัติเมื่อเทียบกับโครงการประกันราคาข้าว ของสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ผ่านมากว่า 5 ปี หลัง ป.ป.ช.ให้เหตุผลว่าเอกสารได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมปี 2554 ทั้งนี้ ในคดีของตัวเองได้ขอเพิ่มพยานหลายคนแต่ก็ไม่ได้รับการอนุญาตจาก ป.ป.ช และไม่ได้เรียกสอบพยานฝ่ายคู่สัญญาซื้อด้วย


นายบุญทรง ระบุว่า ป.ป.ช.มีอคติกับรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ตัวเองเป็นรัฐมนตรีอยู่ และเชื่อว่าโครงการนี้มีการทุจริตตั้งแต่แรก จึงไม่มั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากสำนวนถอดถอนที่ ป.ป.ช. ทำขึ้นนี้ พร้อมยืนยันการค้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ต้องตั้งราคาให้ต่ำกว่าท้องตลาด เพราะจะขายข้าวได้มากขึ้น เป็นการช่วยเกษตรกรและเป็นการระบายข้าวในสต๊อก ส่วนการนำข้าวระบายภายในประเทศเพื่อช่วยเกษตรกรและลดจำนวนข้าวในสต๊อกไม่ให้ล้นโกดังข้าว

จากนั้น นายภูมิ ลุกขึ้นแถลงต่อว่า การระบายข้าวถือเป็นประโยชน์ให้กับประเทศ ทั้งการลดค่าจ้างการเก็บรักษา และการรักษาคุณภาพข้าว จึงได้มีการพิจารณาให้มีการระบายข้าวต่อไปในช่วงนั้น และได้มีการแต่งตั้งหลายอนุฯ ขึ้นมาทำหน้าที่ ซึ่งตัวเองได้รับการพิจารณาให้เป็นประธานอนุกรรมการพิจารณาการระบายข้าว ซึ่งการระบายข้าวในแต่ละครั้ง ก็ต้องคำนึงถึงราคาของคู่แข่ง และราคาตลาดโลกด้วย

ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าไม่ได้เป็นการซื้อขายข้าวจริง นั้น เห็นว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นจริง เพราะผู้กล่าวหาไม่เคยสอบสัญญาผู้ซื้อ ดังนั้นจะทราบได้อย่างไรว่ามีการซื้อขายจริงหรือไม่ และถ้าไม่เร่งระบายข้าว ก็จะยิ่งทำให้ข้าวเสื่อมสภาพ อีกทั้งยังจะต้องเสียเงินค่ารักษาคุณภาพข้าว

นายภูมิ ยังกล่าวว่า การเร่งระบายข้าวให้เร็วนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะราคาข้าวอาจจะตกไปมากกว่านี้ เนื่องจากอินเดียส่งออกข้าวจำนวนมาก ทำให้ตลาดโลกมีจำนวนข้าวมาก ราคาก็อาจจะยิ่งตกได้ ส่วนที่ทำการค้าจีทูจีกับจีนนั้น เพื่อนำเงินที่ได้มาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในโครงการและสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

รวมถึง นายมนัส ได้แถลงคัดค้านข้อกล่าวหา โดยระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองมักนำข้าราชการประจำไปเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งตัวเองก็มีชื่อถูกนำมาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทั้งสองฝ่าย ทั้งที่ข้าราชการประจำไม่ได้เกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์อะไรจากทางการเมือง โดยปกติแล้ว จะต้องปกปิดข้อมูลจำนวนสต๊อกของข้าว รวมถึงตัวยาที่ใช้ในการรมยาข้าวก็ถูกฝ่ายการเมืองนำมาทำลายล้างกัน โดยไม่คำนึงถึงข้าราชการประจำว่าจะเป็นอย่างไร และยังไม่คำนึงถึงผลเสียต่อประเทศชาติด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้