วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กตู่หารือผู้นำอินโดฯ ตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาประมง แจง รธน.เสร็จสิ้นปี

บิ๊กตู่หารือผู้นำอินโดฯ ตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาประมง แจง รธน.เสร็จสิ้นปี

  • Share:

บิ๊กตู่หารือผู้นำอินโดฯ ขอบคุณช่วยเหลืออพยพคนไทยออกจากเยเมน เห็นพ้องตั้งคณะทำงานร่วม แก้ปัญหาประมงผิด ก.ม. คาดลงนามเร็วๆ นี้ พร้อมแจงยกร่าง รธน.เสร็จสิ้นปี สู่เลือกตั้งปลายปี หรือต้นปีหน้า...

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 58 ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือทวิภาคี ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับนายโจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ในระหว่างการประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา (Asian-African Leaders Summit) ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 22-23 เมษายน 2558 ว่า เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ความร่วมมือกับอินโดนีเซีย ในการกำหนดวิสัยทัศน์ ความร่วมมือทั้งในกรอบทวิภาคีและภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีกับอินโดนีเซีย ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ในโอกาสครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งการประชุมเอเชีย-แอฟริกาในครั้งนี้ ซึ่งไทยยืนยันที่จะร่วมมือกับอินโดนีเซียในการพัฒนาความสัมพันธ์รอบด้าน ในฐานะที่อินโดนีเซียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 และไทยอันดับ 2 ของอาเซียน เพื่อประโยชน์ร่วมกันและของภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณอินโดนีเซีย สำหรับการประสานงานและให้ความช่วยเหลือในการอพยพคนไทยออกจากเยเมน และยังเห็นพ้องจัดตั้งคณะทำงาน Working Group ด้านการประมงร่วมกัน ในการประสานความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาและวางแนวทางความร่วมมือในระยะยาวต่อกัน ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำ ต่างประเทศ โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งการแก้ปัญหาภาคประมงไทยในลักษณะองค์รวม รวมทั้งประเด็นแรงงานผิดกฎหมาย การต่อต้านการทำประมงแบบ IUU และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดย ครม.เห็นชอบให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาด้านประมง และหวังว่าจะมีการลงนามกันโดยเร็ว

ส่วนทางด้านพัฒนาการทางการเมืองของไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทยกำลังดำเนินตามขั้นตอนที่ 2 ของโรดแม็ป โดยขอให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูป เพื่อความเข้มแข็งทางการเมืองและเศรษฐกิจ สำหรับกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ เพื่อนำไปสู่การประกาศการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า สะท้อนให้เห็นการกลับมาเป็นประชาธิปไตยของไทยอย่างยั่งยืน

สำหรับการส่งเสริมความร่วมมือการค้าและการลงทุน นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ภาคเอกชนไทยมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย พร้อมที่จะขยายการลงทุนในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าอินโดนีเซียจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนอินโดนีเซียขยายการลงทุนในไทย เพื่อเพิ่มพูนปริมาณการลงทุนระหว่างสองประเทศในภาพรวม

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ยังกล่าวเชิญชวนภาคเอกชนไทยเข้ามาลงทุนในสาขาต่างๆ อาทิ อาหารแปรรูป การท่องเที่ยว พลังงาน โดยมีศูนย์ One Stop Linciencing Service ทั้งนี้ ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งไทยได้ขอให้อินโดนีเซียเร่งรัดจัดทำ MRA (Mutual Recognition Agreement) เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้การค้าระหว่างกันมีความคล่องตัว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้