วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คาร์บอมบ์ขอจับอีก6 ‘บังยี’รับแค่ซื้อ-ขายรถ นัจมุดดินโวยถูกใส่ร้าย

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยผลสอบ “บังยี” ผู้ต้องสงสัยที่ออกหมายจับคดีคาร์บอมบ์ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ฯ ยังให้การปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด อ้างใครมาซื้อรถ ก็ขายไป แต่แนวทางสืบสวนพบอยู่ในกลุ่มขบวนการระดับต้นๆ และเป็นพยานสำคัญที่จะสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการ ระบุมีผู้ต้องหาอีก 6 คน อยู่ในข่ายจะถูกออกหมายจับภายใน 1-2 วันนี้ ขณะที่ชุดสืบสวนจู่โจมเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยร่วมขบวนการคาร์บอมบ์ 3 คน ขณะหลบไปกบดานที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่รอยต่อ อ.ดอนสักและ อ.ขนอม คุมตัวเค้นสอบเครียด ด้าน “นัจมุดดิน อูมา” อดีต ส.ส.นราธิวาสหลายสมัย และสมาชิกกลุ่มวาดะห์ แจ้งจับมือดีโพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊กกล่าวหาเชื่อมโยงเอี่ยวเหตุคาร์บอมบ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทเพราะทำให้เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง

เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีคาร์บอมบ์ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล สาขาเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ยังคงเดินหน้าแกะรอยไล่ล่ากลุ่มคนร้าย โดยล่าสุดได้ออกหมายจับนายอับดุลรอนิง ดือราแม หรือบังยี หรือบังนิง นายหน้าขายรถมือสองผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ติดต่อซื้อขายรถกระบะที่ประกอบคาร์บอมบ์กับรถคุ้มกันรวม 3 คัน และเร่งรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุประมาณ 6-7 คน ส่วนปมเหตุยังคงพุ่งเป้าเป็นฝีมือกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมือง และขบวนการก่อความไม่สงบที่ต้องการขยายพื้นที่การก่อเหตุ

ความคืบหน้าต่อมาเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและสอบปากคำพยานเพิ่มเติม รวมถึงการเก็บดีเอ็นเอ และเก็บสารระเบิดจากตัวบุคคลต้องสงสัย สำหรับนายอับดุลรอนิง ดือราแม ที่ศาลจังหวัดยะลาอนุมัติหมายจับ และควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นผู้จัดหารถยนต์อีก 3 คัน ที่ร่วมไปในขบวนการเดินทางไปยังเกาะสมุย จากการสอบสวนคำให้การของนายอับดุลรอนิงยังไม่ชัดเจน ยังคลุมเครือในหลายประเด็น ยังให้การว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ให้การเพียงว่าใครมาซื้อรถยนต์ก็ขายไป มีคนมาซื้อไปเป็นระยะเวลาเกือบ 1 เดือน แต่ยังต้องขอสงวนรายละเอียดในส่วนนี้ เพราะมีการเชื่อมโยงไปยังผู้กระทำความผิดรายอื่นด้วย แต่จากแนวทางการสืบสวน เชื่อว่า นายอับดุลรอนิง อยู่ในกลุ่มขบวนการระดับต้นๆ เป็นพยานสำคัญที่หากให้ความร่วมมือจะเปิดไปสู่ผู้ร่วมกระบวนการได้ อยู่ระหว่างการติดตามบุคคลที่มาซื้อรถยนต์จากนายอับดุลรอนิง และอยู่ระหว่างการพยายามขออนุมัติออกหมายจับ ขณะนี้ทุกอย่างได้จากคำให้การของพยานและผู้ต้องสงสัย ยังเชื่อตามนั้นทั้งหมดไม่ได้ ยังต้องหาพยานหลักฐานอย่างอื่นมายืนยัน

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทุกกระบวนการทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการทั้งหมด พยายามเก็บทั้งหมดที่มีดีเอ็นเอ ผู้ต้องสงสัยจะถูกตรวจสารระเบิดทั้งหมด ยอมรับว่าการทำงานค่อนข้างยาก แต่การทำงานมีความคืบหน้าทุกชั่วโมง เพียงแต่บางเรื่องยังไม่สามารถยืนยันเป็นหลักฐานหรือเข้าองค์ประกอบความผิดได้มีอีก 6 คน ที่เข้าข่ายจะถูกออกหมายจับตาม พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ แต่บุคคลทั้งหมดทำหน้าที่อะไรยังต้องขอไว้ก่อน รอให้หมายออกมาแล้วค่อยมานำเปิดเผยอีกครั้ง คาดว่าน่าจะขออนุมัติหมายจับได้ภายใน 1-2 วันนี้ มั่นใจในการทำงานเนื่องจากเป็นการทำงานอย่างตรงไปตรงมา การที่จะได้ตัวผู้ต้องหาหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปตั้งประเด็น เพราะบางเรื่องอาจจะไม่ได้ตัวผู้ต้องหา เนื่องจากได้หลักฐานมาเพียงเท่านี้ เพราะอาจมีการปกปิดตัวเป็นอย่างดี ทำให้ไม่สามารถเข้าไปถึงตัวเขาได้ ยืนยันได้ว่าทำตามพยานหลักฐาน บางครั้งถึงรู้ว่าใช่ ถ้าไม่มีพยานหลักฐานเราก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่มี ถึงขณะนี้จากการสอบสวนนายอับดุล รอนิง เจ้าหน้าที่ได้ประโยชน์เยอะ ทั้งเรื่องแนวทางการสืบสวนและจากพยานคนอื่นๆ การทำงานในคดีนี้เหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์ต้องใช้ทุกชิ้นให้เป็นประโยชน์ จึงจะได้ภาพที่สามารถบอกได้ว่าภาพนี้คืออะไร เราต้องมาคุยกันที่ความคืบหน้าของคดีอย่ามาคุยเรื่องความรู้สึก

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนปากคำนายอับดุลรอนิง ดือราแม หรือบังยี หรือบังนิง หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ถูกออกหมายจับ ปรากฏว่าได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยเฉพาะรถยนต์ที่นำไปก่อเหตุ ว่าเป็นผู้ที่รับซื้อมาจากกรุงเทพฯ นำมาขายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ยังสาวไปถึงบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ทำให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลและความเชื่อมโยง ส่วนผลการสอบสวนนายอับดุลรอนิงได้ให้การที่เป็นประโยชน์ และยังมีข้อมูลอีกหลายอย่างที่ยังไม่รับสารภาพ เจ้าหน้าที่จะขอหมาย พ.ร.ก.เพื่อควบคุมตัวนายอับดุลรอนิง ต่อไปอีก 30 วัน เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

รายงานแจ้งว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำกำลังเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 คน ที่ร่วมขบวนการคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย ขณะกบดานที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่รอยต่อ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช นำตัวไปเค้นสอบเครียดตลอดทั้งคืนที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ขนอม ก่อนนำตัวออกนอกพื้นที่ไปสอบขยายผลเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบตามรีสอร์ตหลายแห่งเพื่อควานหากล้องวงจรปิด รวมถึงรถยนต์อีก 3 คันที่ร่วมก่อเหตุ ประกอบด้วย รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ ตามเต็นท์รถมือสองทั่วภาคใต้ โดยคาดว่าคนร้ายอาจนำรถไปซุกซ่อนไว้

ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 นำคณะนายทหารในพื้นที่มาพบปะสื่อมวลชนใน จ.ปัตตานี เพื่อหารือแนวทางการทำงานการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ในบทบาทสื่อกับการแก้ไขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่าการปฏิบัติงานของหน่วยความมั่นคงมีการบูรณาการยึดหลักกฎหมายและแนวทางสันติวิธี เคารพสิทธิมนุษยชนและมีความโปร่งใส่ โดยยึดหลักแนวคิดที่สำคัญคือ ปรับทุกข์ ผูกมิตร ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมพัฒนา ให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ตามแนวทางชนะจิตใจเพื่อนำไปสู่การชนะทางความคิดอันเป็นปัจจัยสำคัญในการคืนความสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านมาสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ลดลงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งเหตุการณ์และความสูญเสีย

พล.ท.ปราการกล่าวว่า เรื่องคดีคาร์บอมบ์ที่อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี การทำงานเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะเข้าไปดูเเลความปลอดภัยของประชาชนในที่สาธารณะหรือสถานที่ท่องเที่ยวในภาคใต้ โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ตั้งไว้ 12 โซน มีการให้ประชาชนชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสอดส่องดูเเลความสงบเรียบร้อยของชุมชนมากขึ้น ส่วนที่ อ.เกาะสมุย เจ้าหน้าที่เพิ่งเริ่มต้นทำ โดยนำนโยบายมาใช้เหมือนกับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างความมั่นใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนเเละนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา เจ้าหน้าที่มีการปิดล้อมตรวจค้น หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่องโยงกับเหตุคาร์บอมบ์ก็จะเชิญตัวมาให้ปากคำ การทำงานระหว่างตำรวจกับทหารเป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ส่วนที่หลายฝ่ายมองเรื่องนี้เชื่อมโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่นั้น ต้องรอผลสรุปข้อเท็จจริงออกมา ขอร้องสื่ออย่านำไปเชื่อมโยง ถ้านำไปเชื่อมโยงแล้วผลออกมาจะไม่ตรงกัน ส่วนตัวขอไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯเข้าไปพัวพันกับเหตุลอบวางระเบิดเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า “ตรงไหน ใครล่ะที่พาดพิง มันไม่มี มันมีที่ไหน” เมื่อถามว่าย้ำว่า พล.อ.ชวลิตไม่เกี่ยวข้องใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “พี่จิ๋วอาจจะลงพื้นที่ในช่วงนั้นพอดี แต่ผมยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับประเด็นนี้ เพียงแต่เขาจะลงไปทำอะไร อย่างไรอันนี้ผมไม่รู้นะเพราะยังไม่มีในรายงาน” เมื่อถามว่า ต้องขอข้อมูลจาก พล.อ.ชวลิตหรือไม่ว่าลงไปทำอะไรในช่วงนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการ หากเห็นว่าเกี่ยวข้องกับใครก็จะเชิญมาสอบถาม

รายงานแจ้งว่าเมื่อเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้นายไพบูลย์ โอมาก นอภ.เกาะสมุย ประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายปกครอง เทศบาลนครเกาะสมุย ตำรวจ สภ.บ่อผุด สภ.เกาะสมุย ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ และผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก เพื่อตั้งศูนย์กองอำนวยการร่วมป้องกันเฝ้าระวังเหตุ มีการตั้งชุดเฉพาะกิจตั้งด่านตรวจ 24 ชั่วโมง โดยเน้นตรวจค้นรถยนต์และรถต้องสงสัยเพื่อค้นหาวัตถุระเบิด รถจักรยานยนต์ และตรวจบัตรประชาชนผู้โดยสารเรือเฟอร์รี่ ที่เดินทางมาขึ้นฝั่งที่เกาะสมุย รวมทั้งให้สแกนลายนิ้วมือ ในส่วนของเทศบาลนครเกาะสมุยให้เพิ่มกล้อง CCTV และปรับมุมกล้องให้เห็นหน้าคนขับรถยนต์และป้ายทะเบียนอย่างชัดเจน

ด้านนายเกริกไกร สงธานี นอภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากเหตุคาร์บอมบ์ที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ในส่วนของเกาะพะงัน ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงที่มีการจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้ของแต่ละเดือน และได้ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการร่วมกันในการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวช่วงงานฟูลมูนปาร์ตี้ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 2 พ.ค.นี้ โดยสนธิกำลังทหาร ตำรวจ และ อส.ไม่ต่ำกว่า 100 นาย ออกตรวจตราโดยเน้นตรวจค้นวัตถุต้องสงสัย และกำหนดจุดสำหรับให้เรือเข้าเพียงจุดเดียว คือท่าเรือหาดริ้น เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลความปลอดภัย

ที่โรงแรมอิมพีเรียล อ.เมืองนราธิวาส นายนัจมุดดิน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาสหลายสมัย และเป็นสมาชิกกลุ่มวาดะห์ เปิดแถลงข่าวกรณีในโซเชียลเน็ตเวิร์กเผยแพร่ภาพและข้อความว่าตนเป็นกลุ่มการเมืองที่ร่วมกับโจรใต้ก่อเหตุคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย พร้อมนำเอกสาร 3 ฉบับ ที่ถูกมือดีโพสต์ภาพและข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า “ใครบงการระเบิดสมุย เส้นสายกลไกว่ากันว่ากลุ่มการเมืองร่วมมือโจรใต้ทำลายดิสเครดิต รบ.บิ๊กตู่กลุ่มคุมอำนาจตอนนี้ ทางการแกะรอยหาหลักฐานเชื่อมโยงเพื่อดำเนินการตามกระบวนการ ยธ. ไม่ง่ายนัก!” พร้อมทั้งมีภาพนายนัจมุดดินประกอบข้อความดังกล่าว และมีการวงกลมสีแดงรูปนายนัจมุดดิน เขียนข้อความระบุว่า สังกัดอั้งยี่เผาไทย พร้อมทั้งใช้วงกลมสีแดงรูปนายมะแซ อุเซ็ง แกนนำบีอาร์เอ็น โคออร์นิเนต ที่อยู่ในภาพเดียวกัน

นายนัจมุดดินชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพตั้งแต่ปี 2543 ขณะนั้นเป็น ส.ส. ได้นำกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและสมาชิก อบต.ไปทัศนศึกษาและดูงานที่แหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต สมัยนั้นนายมะแซ อุเซ็ง เป็นสมาชิก อบต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จึงมีรูปของตนและนายมะแซ อุเซ็ง ปรากฏอยู่ในภาพผู้ไม่หวังดีกลับนำภาพและข้อความเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก สร้างความเสียหายแก่ตน และสร้างความเกลียดชังต่อบุคคลที่รับข่าวทางโลกโซเชียล เข้าใจผิดว่าตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย ทั้งนี้ ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อดำเนินดีกับผู้ไม่หวังดีที่โพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไปแล้ว

นายนัจมุดดินกล่าวต่อว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะมีการนำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ทุกครั้ง สร้างความเสื่อมเสียแก่ตน ในส่วนของคดีคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน หากพบผู้กระทำผิดขอให้ดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างเฉียดขาด ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยผลสอบ “บังยี” ผู้ต้องสงสัยที่ออกหมายจับคดีคาร์บอมบ์ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ฯ ยังให้การปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด อ้างใครมาซื้อรถ ก็ขายไป... 23 เม.ย. 2558 07:09 23 เม.ย. 2558 07:37 ไทยรัฐ