วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เฒ่าพิจิตร อ้างไร้คนดูแล เดินเท้าร่ำไห้ หาลูกสาวที่เชียงใหม่ (ชมคลิป)

เฒ่าพิจิตร อ้างไร้คนดูแล เดินเท้าร่ำไห้ หาลูกสาวที่เชียงใหม่ (ชมคลิป)

  • Share:

พ่อเฒ่าวัย 72 สภาพใบหน้าเขียวช้ำ เดินเท้าจาก จ.พิจิตร ถึงเมืองพิษณุโลก หวังจะไปขออาศัยลูกสาวที่ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากยกมรดกให้ลูกทั้ง 3 คน แต่ไม่มีใครให้อยู่ด้วย ระหว่างทางเจอพลเมืองดี เร่งให้การช่วยเหลือ...

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 58 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางเทาเรียน เล้งคำ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 975/20 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่า ตนเองได้ให้ความช่วยเหลือชายชรารายหนึ่งไว้ เนื่องจากสอบถามทราบว่า กำลังจะเดินเท้าไปหาลูกสาวที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ทราบชื่อคือ นายจรูญ แซ่บุ้น อายุ 72 ปี ชาว อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก โดยนายจรูญ เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนมีบุตร 3 คน เป็นลูกชาย 2 คน และลูกสาว 1 คน ก่อนหน้านี้ ได้ยกมรดกทรัพย์สินให้กับลูกทั้ง 3 คนไปหมดแล้ว และจะไปขออาศัยอยู่กับลูกชายที่ อ.วังทอง แต่ทางครอบครัวของลูกชายคนนี้ก็ไม่รับ ส่วนลูกสาวที่อยู่ จ.เชียงใหม่ ก็อยู่ไกล ไม่สามารถรับตนไปอยู่ด้วยได้ ล่าสุด ตนได้ไปอาศัยอยู่กับลูกชายอีกคนที่ จ.กำแพงเพชร แต่นายจรูญอ้างว่า ถูกลูกชายทำร้ายร่างกาย จึงได้หนีออกมา


โดยขึ้นรถเมล์จาก จ.กำแพงเพชร มาลงที่แยกปลวกสูง จ.พิจิตร แล้วก็เดินเท้ามาเรื่อยๆ ตอนที่ขึ้นรถเมล์มา ก็สวมเพียงกางเกงตัวเดียว ไม่ได้สวมเสื้อ แต่พอเดินมาถึงที่พิษณุโลก ก็มีพลเมืองดีให้เสื้อ พร้อมกับให้กินข้าว กินน้ำ และพักผ่อน 1 คืน จากนั้นก็เดินต่อมาจนถึงบ้านของนางเทาเรียน ได้เข้าไปสอบถามทางว่า จะไปสถานีรถไฟจะไปทางไหนได้ นางเทาเรียนจึงได้สอบถามรายละเอียดเบื้องต้นเพื่อให้ความช่วยเหลือ พร้อมแจ้งให้ผู้สื่อข่าวรับทราบ

จากการสังเกตพบว่า บริเวณใบหน้าของนายจรูญมีร่องรอยเขียวช้ำ คล้ายถูกทำร้ายจริง จึงได้ประสานต่อไปยัง นายพีชพงษ์ พิทักษ์ หัวหน้าบ้านมิตรไมตรีจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งหลังสอบถามความเป็นมาแล้ว ได้โทรศัพท์สอบถามไปยังลูกชายของนายจรูญ ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งภรรยาของลูกชายนายจรูญ เป็นผู้รับโทรศัพท์ ก็ปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำร้ายร่างกายบิดา แต่ว่าบิดาเป็นขี้น้อยใจ แล้วก็ไม่รู้ว่าบิดาหายออกจากบ้าน เพราะว่าบิดามักจะหายออกไปอย่างนี้อยู่เป็นประจำ ส่วนรอยเขียวช้ำ ภรรยาของลูกชายนายจรูญ กล่าวว่า อาจจะมาจากถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย เพราะปกตินายจรูญเป็นคนชอบดื่มสุรา อาจไปมีเรื่องกัน

ในเบื้องต้น หัวหน้าบ้านมิตรไมตรี กล่าวว่า จะดำเนินการรับนายจรูญไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านมิตรไมตรีก่อน จากนั้นจะนำลูกทั้ง 3 คนมาสอบถามหาข้อเท็จจริง ซึ่งหากมีการทำร้ายร่างกายจริง ไม่ว่าจะจากลูกชาย หรือคนอื่นๆ ก็จะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้