วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ก.เกษตรฯ จ่อชง คสช. ใช้ ม.44 อุดช่องโหว่ก.ม.ประมงไทย

ก.เกษตรฯ จ่อชง คสช. ใช้ ม.44 อุดช่องโหว่ก.ม.ประมงไทย

  • Share:

รมว.เกษตรฯ เร่งใช้ 6 กิจกรรมหลักแก้ปัญหาประมงไทยผิดกฎหมาย ตามข้อแนะนำอียู จ่อชง คสช. ใช้มาตรา 44 อุดช่องว่างกฎหมาย ก่อนคณะอียู เข้ามาติดตามความคืบหน้าเดือน พ.ค.นี้ ยันโดนใบเหลือง ไม่กระทบส่งออกสินค้าประมง แต่เชื่อจะได้รับการปลดล็อก...

วันที่ 22 เม.ย. นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงถึงแผนเร่งรัดการแก้ไขปัญหา ภายหลังสหภาพยุโรป (อียู) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ว่า ประเทศไทยดำเนินการยังไม่เพียงพอในการป้องกัน ขจัด และยับยั้งการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ว่า จาก 4 แผนหลักที่ทางอียูได้ให้คำแนะนำมา เป็นสิ่งที่กระทรวงเกษตรฯ ยังคงต้องเร่งรัดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ให้เกิดความเข้มข้น คือ การเร่งรัดแก้ไขกฎหมายประมงให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล ซึ่งในช่วงที่การปรับปรุง พ.ร.บ.ประมง พ.ศ. 2490 ที่ได้ผ่านสภาแล้วอยู่ในระหว่าง ทรงลงพระปรมาภิไธยยังไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้น ภายใน 1 สัปดาห์ จะเสนอ คสช.พิจารณาออกเป็นพระราชกำหนด หรือมาตรา 44 มาบังคับใช้เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายก่อน โดยบทลงโทษจะยังคงยึดหลักตามกฎหมายประมงฉบับเก่าไปพลางๆ ก่อน ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนก่อนที่คณะอียู จะเข้ามาติดตามความคืบหน้าในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์

ส่วนการปรับปรุงแผนระดับชาติในการป้องกัน ขจัด และยับยั้งการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ NPOA-IUU พ.ศ.2558 – 2562 ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ชาวประมง และแพปลา โดยเร็วๆ นี้ ทางอธิบดีกรมประมงจะประชุมหารือร่วมกับชาวประมงด้วยเช่นกัน และติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งเรือ หรือ VMS และปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับในสายการผลิตสินค้าประมง หรือ Traceability

นายปิติพงศ์ กล่าวว่า จากข้อแนะนำใน 3 มาตรการหลักของอียูนั้น ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมงได้ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย 6 กิจกรรม ได้แก่ 1. การจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตทำการประมงได้มีการจดทะเบียนเรือประมง เพิ่มเติมจำนวน 4,243 ลำ และออกใบอนุญาตทำการประมง จำนวน 12,455 ลำ 2.การควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง กรมประมงได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมเฝ้าระวังการทำประมง (MCS) ที่ส่วนกลาง และในภูมิภาค จำนวน 18 ศูนย์ เพิ่มชั่วโมงในการปฏิบัติงานควบคุมเฝ้าระวังการทำประมงให้เข้มงวดมากขึ้น และจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกของเรือประมง (Portin - Portout) จำนวน 26 ศูนย์ เพื่อรับแจ้งและตรวจสอบเรือประมงขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป ที่เข้าและออกจากท่าเทียบเรือ

3.การจัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ หรือ VMS ขณะนี้มีระเบียบข้อบังคับให้เรือประมงขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป ติดตั้ง VMS ส่วนเรือประมงขนาด 30-60 ตันกรอส คาดว่าจะประกาศให้ติดตั้ง VMS ในภายหลังเมื่อ พ.ร.บ.การประมง ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ 4.การปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับหรือ Traceability กรมประมงได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบย้อนกลับตลอดสายการผลิตจากเรือประมง แพปลา โรงงานแปรรูป และผู้ส่งออก ให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ โดยการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการประมง และผู้ควบคุมเรือประมง ในส่วนของเจ้าหน้าที่กรมประมงได้มีการฝึกอบรมการดำเนินงานตามมาตรการรัฐ เจ้าของท่า หรือ Port State Measures และเน้นให้ความสำคัญกับด่านตรวจสัตว์น้ำที่มีเรือประมงต่างชาติเข้าเทียบท่า ขนถ่ายสัตว์น้ำจำนวน 7 แห่ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรสาคร สงขลา ระนอง และภูเก็ต

5.การปรับปรุงพระราชบัญญัติการประมงและกฎหมายลำดับรอง ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.การประมง ได้ผ่านการประชุมพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2558 นอกจากนี้ ยังได้ร่างกฎหมายลำดับรอง รวมทั้งสิ้นประมาณ 70 ฉบับโดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมง IUU จำนวน 11 ฉบับ 6.การจัดทำแผนระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ NPOA – IUU กรมประมงได้ปรับปรุงร่าง NPOA-IUU ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร่างสุดท้ายแล้ว คาดว่าจะได้ฉบับสมบูรณ์ภายในเดือนเมษายนนี้

“การประกาศให้ใบเหลืองกับประเทศไทยในครั้งนี้ ยังไม่มีสัญญาณ ที่แสดงถึงผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าประมงแต่อย่างใด แต่กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมายตามข้อแนะนำของ EU เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้น EU จะประเมินผลอีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งหากประเทศไทยดำเนินการอย่างเข้มงวด ในการป้องกันการทำประมง IUU มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม EU ก็จะประกาศยกเลิกใบเหลือง หรือถ้ามีความพยายามในการแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ EU อาจประกาศการให้ใบเหลืองต่อไปอีก 6 เดือน แต่ถ้าหากว่าประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาตามที่ EU เสนอให้ปรับปรุง รวมทั้งไม่แสดงท่าทีในการตั้งใจที่จะแก้ไขการประมง IUUEU ก็จะประกาศให้ใบแดง ซึ่งหมายถึงประเทศไทยจะไม่สามารถส่งออกสินค้าประมงที่ใช้วัตถุดิบจากการจับจากทะเล ไปยังสหภาพยุโรป ที่มีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท/ปี แต่ก็เชื่อมั่นว่า ทั้ง 3 มาตรการหลักที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ไทยสามารถปลดล็อกใบเหลืองจากอียูได้" นายปีติพงศ์ กล่าว

ด้านนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประกาศของอียูในครั้งนี้ ได้มีการปลดล็อกประเทศเกาหลีและฟิลิปปินส์ ซึ่งเกาหลีได้ใบเหลือง เป็นระยะเวลา 2 ปี ขณะนี้ฟิลิปปินส์ได้ใบเหลืองเป็นระยะเวลา 11 เดือน ซึ่งจะเห็นว่าปัจจัยสำคัญที่ทั้งสองประเทศได้ถูกประกาศยกเลิกให้ใบเหลือง เนื่องจากการปรับปรุงกฎหมาย ที่สามารถป้องกันและควบคุมการทำประมงผิดกฎหมายได้ ดังนั้น ในส่วนมาตรการที่ไทยกำลังดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ ก็น่าจะทำให้อียูพิจารณายกเลิกใบเหลืองแก่ไทย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้