วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ เสนอข้อริเริ่มไทย-แอฟริกา สร้างความสัมพันธ์ทุกมิติ

นายกฯ เสนอข้อริเริ่มไทย-แอฟริกา สร้างความสัมพันธ์ทุกมิติ

  • Share:

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงการประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา ขยายความร่วมมือการค้าและการลงทุนทั้งในภูมิภาคและแอฟริกา เสนอ "ข้อริเริ่มไทย-แอฟริกา" สร้างความสัมพันธ์ในทุกมิติ ระหว่างไทยและแอฟริกา พร้อมขอความร่วมมือสร้างสันติภาพ

วันนี้ (22 เม.ย.) เวลา 14.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงในโอกาสเข้าร่วมประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา (Asian-African Summit) ตามคำเชิญของ นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 21–23 เมษายน 2558 ณ Jakarta Convention Center (JCC) กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดย รอ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณอินโดนีเซีย สำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ ณ กรุงจาการ์ตา ที่ได้เวียนมาอีกครั้ง หลังจากผู้นำทั้งสองทวีปได้พบกันครั้งแรกเมื่อ 60 ปีที่ผ่านมา ณ เมืองบันดุง และวันนี้ ผู้นำกว่า 100 ประเทศ ได้มาพบกันท่ามกลางโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไทยในฐานะหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งการประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนเจตนารมณ์บันดุงมาโดยตลอด นับตั้งแต่การประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา ครั้งแรกของพระเจ้าวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์

เมื่อเอชียและแอฟริกามีความร่วมมือกันทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ ภูมิภาคทั้งสองจะมีความเข้มแข็งมากขึ้น ปัจจุบันมูลค่าการค้ากับเอเชีย มีสัดส่วนร้อยละ 26 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของแอฟริกา รวมทั้งมีการพัฒนาเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยมีสายการบินหลัก 8 สายการบินเชื่อมโยงกว่า 28 เมืองของเอเชียและแอฟริกา เมื่อพิจารณาจากภูมิรัฐศาสตร์ของไทยแล้ว ไทยสามารถเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างเอเชียและแอฟริกา รวมทั้งประเทศในภูมิภาคต่างๆ ด้วย ดังนั้น การทำงานร่วมกันจึงจะสามารถเอาชนะอุปสรรค และทั้งสองภูมิภาคจะได้รับประโยชน์มหาศาล จากการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี ความรู้ และประสบการณ์ในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำว่า จะต้องมีการผลักดันความเป็นหุ้นส่วนที่มีความพลวัตรระหว่างสองภูมิภาคต่อไป เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับ ไทยพร้อมขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับแอฟริกา โดยอาเซียนซึ่งเป็นเสาหลักของนโยบายการต่างประเทศของไทย จะเป็นหนึ่งในองค์กรหลัก รวมทั้งกรอบความร่วมมือต่างๆ อาเซียนมีบทบาทนำ อาทิ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน จะมีส่วนอย่างสำคัญในการช่วยขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างเอเชียและแอฟริกาไปสู่จุดสูงสุดได้

พร้อมๆ ไปกับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม จะเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่จะเชื่อมโยงประชาชน และจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจ และเจตนารมณ์ที่ดีระหว่างประชาชนทั้งสองภูมิภาคด้วย

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ไทยส่งเสริมการเติบโตของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาต่อหุ้นส่วนของไทยในเอเชียเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และเพิ่มขึ้น 10 เท่า สำหรับแอฟริกา

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้น้อมนำปรัญชา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ว่า เป็นหลักการพื้นฐานค่านิยมไทยที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และเป็นเครื่องนำทางประเทศไทยไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยพร้อมที่จะให้ข้อมูล แบ่งปันประสบการณ์แนวทางดังกล่าวแก่มิตรประเทศ เนื่องจากความมั่นคงและมั่งคั่งของภูมิภาคเอเชียและแอฟริการ จะเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทยและภูมิภาค

ปัจจุบัน แอฟริกามีโอกาสมากมาย เพราะเป็นหนึ่งในทวีปที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วที่สุดทวีปหนึ่งของโลก ทั้งยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลในประเทศแอฟริกามีการปฏิรูปมากขึ้น ส่งผลให้มีการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก ช่วยงานและโอกาสกับประชาชน ดังนั้น รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นหุ้นส่วนความสำเร็จของแอฟริกา โดยมีนโยบาย “ข้อริเริ่มไทย-แอฟริกา” เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทุกมิติ ระหว่างไทยและแอฟริกา

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวในตอนท้ายว่า ภูมิภาคเรากำลังเผชิญกับความท้าทายระหว่างประเทศมากมาย อาทิ ความยากจน ความขัดแย้ง การก่อการร้าย โรคระบาด และปัญหาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หุ้นส่วนใหม่ทางยุทธศาสตร์เอเชีย-แอฟริกา ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 จะมีความสำคัญยิ่งขึ้น และขอให้ร่วมมือกัน เพื่อสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองแก่ประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้