วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อลังการงานคูเป้ AUDI TT 2015

อลังการงานคูเป้ AUDI TT 2015

  • Share:

Audi TT รถสปอร์ตคอมแพคเจเนอเรชั่นที่ 3 คงไว้ซึ่งเสน่ห์ดึงดูดใจและเพียบพร้อมไปด้วยการออกแบบที่เข้าถึงอารมณ์และคุณสมบัติที่เปี่ยมพลังและคล่องตัว นอกจากนี้ ยังโดดเด่นไปด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมชั้นสูงในส่วนของขุมพลังขับเคลื่อนพร้อมด้วยแนวคิดใหม่ในการควบคุมรถยนต์และการแสดงผลด้วยหน้าจอดิจิตอล Audi virtual cockpit สำหรับรถสองประตูมากความสามารถ Sport Coupe Audi TT คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการผนวกผลงานการออกแบบยนตรกรรมระดับไอคอนเข้ากับเครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่างและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สมรรถนะที่เหนือชั้นเกิดขึ้นจากการพัฒนามาถึงรุ่นที่ 3 เป็นรถ TT เจเนอเรชั่นใหม่ที่ปรับปรุงเทคโนโลยีให้ผู้ขับควบคุมได้ง่ายขึ้น เปิดโอกาสให้เจ้าของรถได้สัมผัสประสบการณ์ของการขับเคลื่อนในรูปแบบสปอร์ตท่ามกลางการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การออกแบบภายนอก
เมื่อครั้ง Audi TT เจเนอเรชั่นแรกเข้าสู่ตลาดเมื่อปี 1998 มันถูกขนานนามว่า เป็นผลงานการปฏิวัติในวงการออกแบบรถยนต์ จากความสวยงามลงตัวตามรูปแบบเรขาคณิต เส้นโค้งที่เชื่อมโยงกลมกลืนทั้งคัน งานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวจากวิศวกรรมของเยอรมนี ประสบความสำเร็จตั้งแต่รถต้นแบบที่ออกโชว์ตามงานแสดงรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก ตามด้วยยอดขายที่มีตัวเลขน่าประทับใจของเวอร์ชั่นผลิตจริงใน TT รุ่นแรก ส่งผลให้รถ TT เวอร์ชั่นแรกสุดกลายเป็นไอคอนไปโดยปริยาย จากรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่และความกล้าหาญในการออกแบบ นักออกแบบของ Audi ได้นำเอาแนวความคิดทางคิลปะและงานวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูง เทคโนโลยีหลายอย่างถูกปรับปรุงให้สามารถนำกลับมาใช้ในบริบทใหม่ โดยมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น TT มีการเชื่อมโยงกลไกต่างๆ ของตัวรถให้ประสานการทำงานเพื่อมอบสมรรถนะที่ดีในการควบคุมโดยเฉพาะการตอบสนองในด้านการเร่งความเร็ว การยึดเกาะกับผิวถนนและความสะดวกสบาย ส่วนหน้าของ New Audi TT คันใหม่นั้น มีการเน้นเส้นสายแนวนอนที่เฉียบคม ขณะเดียวกันที่กระจังหน้าก็ยังถูกออกแบบให้เป็นแบบเฟรมเดี่ยว (single-frame grille) โดยยืดให้กว้างขึ้นและจัดวางฝากระโปรงหน้าให้อยู่ในแนวแบนราบกว่ารุ่นก่อนมุมด้านบนของกระจังหน้าจะมีเส้นสายเหลี่ยมมุมที่เฉียบคมลากเป็นรูปตัววี (V) ผ่านหน้ากระโปรงรถ ซึ่งมีโลโก้สี่ห่วงของแบรนด์ Audi วางอยู่ในตำแหน่งด้านบนเช่นเดียวกับรถสปอร์ตสมรรถภาพสูงอย่าง Audi R8

ภาพลักษณ์ของรถสปอร์ต Audi TT รุ่นใหม่ดูเคร่งขรึมด้วยการออกแบบไฟหน้าให้แบน พร้อมติดตั้งโคมไฟแบบซีนอนพลัส (Xenon plus) พร้อมไฟแอลอีดี เดย์ ไทม์รันนิ่ง ไลท์ (Daytime Running Light) เพิ่มความสะดุดตามุมมองด้านข้างให้ดูเพรียวลมและแข็งแรง สัดส่วนของหลังคาที่ลาดเทไปยังส่วนท้ายในทรงของรถ Coupe สมัยใหม่ ในขณะที่ตัวรถให้ความรู้สึกพร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าความยาวของ Audi New TT อยู่ที่ 4,180 มิลลิเมตร ใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้านี้ แต่ฐานล้อมีขนาด 2,505 มิลลิเมตร ยาวขึ้นกว่าเดิม 37 มิลลิเมตร ทำให้ระยะของรถในส่วนที่ยื่นออกไปเกินล้อ (Overhang) หน้า-หลัง สั้นลง ตัวรถมีความกว้าง 1,832 มิลลิเมตร และมีสัดส่วนของความสูงเท่ากับรุ่นก่อนหน้าที่ 1,353 มิลลิเมตร

การออกแบบในรายละเอียดอันหลากหลายของ Audi TT ใหม่ ทำให้นึกถึงความคลาสสิกแบบร่วมสมัยของรถ Audi TT เจเนอเรชั่นแรกเส้นโครงร่างของกาบประตูมีขอบสันที่หักเหแสงและดูโดดเด่นในขณะที่ซุ้มล้อที่โค้งมนและกว้างช่วยเสริมรูปลักษณ์ทรงเรขาคณิตอย่างลงตัว เส้นโค้งมนจากซุ้มล้อหน้าสบกับเส้นสายของกระโปรงรถก่อนจะต่อไปเหนือประตูรถและลากจนเกือบเป็นเส้นนอนไปยังส่วนท้ายรถ จึงให้มุมมองที่ปราดเปรียวเพรียวลม กระจกบังลมบานหลังที่แบนราบ กระจกข้างด้านหลังช่วยเน้นย้ำความรู้สึกเคร่งขรึม

ฝาพับปิดถังน้ำมันที่อยู่ทางด้านขวามือของตัวรถมีดีไซน์เป็นรูปวงกลมแบบคลาสสิก ล้อมกรอบด้วยสกรูแบบหลบหัว (หัวจม) การเปิดฝาถังเพียงแค่สัมผัสเบาๆ ที่สัญลักษณ์ TT บนฝาพับ ฝาถังก็จะเปิดทันทีและใน TT รุ่นใหม่จะไม่มีฝาถังน้ำมันอยู่ใต้ฝาพับเหมือนรุ่นแรก เวลาเติมน้ำมันไม่ต้องขันเปิดฝาอีกต่อไปเพียงเสียบหัวจ่ายน้ำมันตรงยังคอถังน้ำมันโดยตรง ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง เส้นแนวนอนในส่วนท้ายของ Audi TT ใหม่ ยังช่วยเสริมความรู้สึกถึงความกว้างของห้องโดยสารแบบรถสปอร์ตที่ถูกขยายให้กว้างขึ้น (อีกเล็กน้อย) ไฟท้ายถูกออกแบบให้เข้ากับส่วนท้ายของตัวรถ ทำให้ดูเข้ากันกลมกลืนกับแผงส่วนท้ายไล่เรียงตั้งแต่สปอยเลอร์หลัง ฝาท้ายและไฟท้ายแบบใหม่ ในส่วนของไฟหน้าเติมความเฉียบคมด้านมุมมองด้วยแถบเส้นในโคมไฟหรี่กลางวัน หรือ Day Time Runing Light สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ระบบไฟส่องสว่างแบบใหม่ที่ให้มุมมองคมชัดและมีอายุการใช้งานยาวนานนับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมจาก Audi นอกจากนี้ ไฟเบรกที่สามที่เป็นแถบบางเฉียบติดตั้งอยู่ใต้ขอบของสปอยเลอร์หลังยังช่วยเน้นรูปทรงไฟท้ายให้โดดเด่นขึ้น เมื่อความเร็วถึงระดับที่ 120 กม./ชม. สปอยเลอร์จะปรับขึ้นอัตโนมัติ โดยยกตัวขึ้นจากฝากระโปรงหลังเพื่อเพิ่มแรงกดส่วนท้าย ท่อระบายไอเสียเป็นแบบปลายท่อคู่กลมขนาดใหญ่แยกออกสองด้าน

โครงสร้างตัวถัง
จากการสร้างยนตรกรรมน้ำหนักเบาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างชื่อและเป็นความเชี่ยวชาญของ Audi รถสปอร์ต New TT นำหลักการใช้วัสดุต่างชนิดกันมาต่อยอดอย่างเป็นระบบ ตามแนวคิดที่ว่า วัสดุที่เหมาะสมถูกนำมาใช้ในปริมาณที่ถูกต้องในจุดที่เหมาะสมเพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด โครงสร้าง ASF (Audi Space Frame) มีการเชื่อมต่อผสานอะลูมิเนียมยึดเข้ากับเหล็กกล้า สำหรับโครงสร้างของ New TT นั้น มีการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำหนักให้ไปอยู่เหนือเพลามากขึ้น ฟอร์แพลน ใช้แผ่นเหล็กกล้าขึ้นรูปหนัก 17% ของน้ำหนักตัวรถ กาบประตูด้านข้างและโครงหลังคาทำจากอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปที่เชื่อมเข้ากับโครงสร้างรถผ่านข้อต่ออะลูมิเนียมรวมทั้งฝากระโปรงหน้ารถ ประตู และฝากระโปรงหลังก็ทำจากวัสดุโลหะเบาเช่นกัน

การออกแบบภายใน
ห้องโดยสารของสปอร์ตคาร์ยุคใหม่ต้องไม่สร้างความจำเจและช่วยสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ตลอดเวลาที่ขับขี่ แบรนด์ Audi ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมนีคือค่ายรถเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยี Virtual Cockpit มาใช้งานในรถสปอร์ตรุ่น TT มันช่วยให้ห้องโดยสารยุคใหม่มีปุ่มควบคุมที่ลดลง ระบบรับคำสั่งแบบ Voice Command รับคำสั่งด้วยเสียงแบบง่ายๆ ระบบ Virtual Cockpit พัฒนาโดย Andre Ebner โดยย่อหน่วยความจำให้เล็กลงเพื่อใช้งานในรถยนต์ การออกแบบภายในและจัดวางอุปกรณ์ที่เน้นความเท่ขรึม และเส้นสายโปร่งเบาพลิ้วไหวช่วยสื่อความเป็นสปอร์ตของรถ New TT ได้เป็นอย่างดี การดีไซน์ภายในห้องโดยสารใช้เส้นแนวนอนและพื้นผิวมาเน้นความกว้างขวางเช่นเดียวกับการออกแบบภายนอก ส่วนของคอนโซลกลางที่เชื่อมโยงงานใช้งานอุปกรณ์โดยกำหนดให้ตำแหน่งคนขับเป็นจุดศูนย์กลาง การออกแบบตำแหน่งของท่านั่งขับที่ดีช่วยรับน้ำหนักขาขณะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ห้องโดยสารของ New TT มีรูปลักษณ์ที่ลื่นไหลพลิ้วไหวต่อเนื่อง แผงหน้าปัดมาตรวัดใช้จินตนาการออกแบบให้มีรูปทรงที่มองดูคล้ายปีกของเครื่องบิน ขณะที่ช่องแอร์ทรงกลมซึ่งเป็นเอกลักษณ์คลาสสิกของรถสปอร์ตก็ยังถูกนำมาใช้ต่อในห้องโดยสารของ TT เวอร์ชั่นล่าสุด จอแสดงภาพมัลติมีเดีย อินเตอร์เฟส (MMI Screen) เป็นจอภาพที่ให้ความคมชัดสูงแม้จะขับท่ามกลางแสงแดดจัดจ้า งานออกแบบที่ล้ำสมัยผสมผสานกันจนออกมาเป็นจอแสดงผลดิจิตอล ผลการตั้งค่าต่างๆ จะแสดงบนจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว

ระบบแสงสีเสียงของหน้าปัดมาตรวัดแบบ Virtual Cockpit ของ New TT เหมือนในรถต้นแบบหรือรถอนาคตเพื่อสร้างบรรยากาศที่มีความน่าใช้งาน มันผสมผสานหน้าปัดมาตรวัดที่แสดงผลความเร็ว รอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิน้ำในหม้อน้ำ ผนวกรวมเข้าไว้กับ Infotainment ต่างๆ เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์หรือมัลติมีเดีย โดยทำการแสดงผลผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ที่อยู่ตรงหน้าผู้ขับ เข็มความเร็วและวัดรอบจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแบบการแสดงภาพที่คมชัดมาก จอระบบนำทางเล็กๆอยู่ตรงกลางหรือหากไม่ชอบก็สามารถเลื่อนเปลี่ยนได้ ผู้ขับขี่สามารถปรับขนาดของมาตรวัดในจอภาพให้เป็นไปตามที่ต้องการ หรือแสดงผลจอภาพทั้งหมดด้วยระบบนำทางและกำหนดพิกัดผ่านดาวเทียม จอภาพทันสมัยขนาด 12.3 นิ้ว ในหน้าปัดมาตรวัดแบบใหม่ของ TT ยังมีลูกเล่นอื่นๆ อีกเพียบ การใช้งานท่ามกลางเทคโนโลยีที่แปรเปลี่ยน ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต้องคิดค้นหาวิธีผูกมัดใจคนซื้อให้อยู่หมัดด้วยของเล่นแปลกๆ ที่ทันสมัย มาตรวัดแบบ TFT ยังมีอยู่ในรถระดับสูง เช่น Lamborghini / Mercedes Benz / BMW / Ferrari ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็พยายามสร้างสรรค์งานศิลปะบนความเป็นไดนามิกที่น่าใช้งานของรถรุ่นใหม่ราวกับนักมายากล Virtual Cockpit ของ New TT ยังสามารถแสดงค่าต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงการโชว์ระบบ Infotainment ด้วยความคมชัดสูงสุด หน้าปัดและแดชบอร์ดต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลอย่างแท้จริง

ฟังก์ชั่นอื่นๆ ใน Virtual Cockpit ของ New TT ประกอบด้วยการกดคำสั่งสั่งงานผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ปุ่มควบคุมถูกย้ายมาอยู่ในตำแหน่งที่ช่วยทำให้การควบคุมขับขี่รถในปัจจุบันมีความปลอดภัย นอกจากปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยแล้ว New TT ยังใช้แป้นระบบสัมผัสที่กลายเป็นของจำเป็นในรถอย่าง BMW และ Mercedes Benz แป้นควบคุม MiMi วางอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับคันเกียร์เพื่อความสะดวกสบายของคนขับ สวิตช์ควบคุมแบบหมุนคล้าย iDRIVE ของ BMW ทั้งการเข้าสู่เมนูต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว หรือใช้ในการหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อขยายจอภาพที่กำลังแสดงผลของระบบนำทาง วิศวกรของ Audi ออกแบบสวิตช์ควบคุมให้หมุนใช้งานน้อยลงและกดเลือกหรือสั่งคำสั่งให้มีความรวดเร็วมากกว่าสวิตช์ควบคุมของ TT ในรุ่นที่ผ่านมา

Cockpit ที่เรียบง่ายแต่ทันสมัยของ TT มีดีไซน์ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงกับคนขับเกือบทั้งหมด พวงมาลัยแบบฐานตัดทรงรถแข่งที่มีก้านวงสามก้านอย่างเท่ คอนโซลโฟมฉีดขึ้นรูปหุ้มด้วยวัสดุพวกหนัง ภายในกรุด้วยแผ่นป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอก ช่องแอร์ทรงกลมสามช่องที่เรียบง่ายแต่ดูดีด้วยพลาสติกและงานกรุขอบสีเงิน ดีไซน์ของ Virtual Cockpit ใน TT เป็นงานออกแบบที่ชาญฉลาด ช่วยลดปัญหาในเรื่องความสับสนของปุ่มและสวิตช์ต่างๆ การนำเอาคุณลักษณะของ Cockpit อากาศยานมาปรับใช้บริเวณกึ่งกลางแดชบอร์ดที่ทำให้มองคล้ายกับปีกของเครื่องบิน พวงมาลัยมีการออกแบบที่สอดคล้องไปกับหน้าปัดมาตรวัด ช่วยทำให้ทัศนวิสัยโปร่งโล่ง วิศวกรของ Audi พัฒนาถุงลมนิรภัยให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 40% ทำให้แป้นทรงกลมตรงกลางวงพวงมาลัยที่ใช้บรรจุถุงแอร์แบ็กมีขนาดเล็กและสมส่วนมากยิ่งขึ้น แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังวงพวงมาลัย Paddle Shift มีสัมผัสที่แน่นและมั่นคงขึ้น รวมถึงยังมีระยะของการกดกระชับมากขึ้นอีกด้วย

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแบบ deluxe ที่มีแผงควบคุมวางตัวในแนวนอนนั้นถูกติดตั้งใต้ช่องแอร์ตรงกลางพร้อมระบบควบคุมการขับขี่ Audi Drive Select และระบบฟังก์ชั่นช่วยเหลือต่างๆ เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตของ Audi TT ใช้พนักพิงศีรษะแบบรวม (integrated head restraints) และอยู่ในตำแหน่งค่อนต่ำลงกว่ารถรุ่นก่อน น้ำหนักของเบาะเบาลงมากกว่าของรถ TT รุ่นก่อนถึง 5 กิโลกรัม พวงมาลัยควบคุมแบบใหม่ที่มาพร้อมระบบปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ มีขอบตัดแบบรถสปอร์ต และหุ้มหนังแบบสปอร์ต 3 ก้าน พร้อมประดับประดาโลหะพวกอะลูมิเนียม แม้ว่ารถ Audi New TT จะมีเบาะนั่งแบบ 2+2 ที่นั่งซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันและมีช่องเก็บสัมภาระด้านหลังที่กว้างถึง 305 ลิตร มากกว่ารุ่นก่อนถึง 13 ลิตร สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระสามารถเพิ่มพื้นที่ได้หากพับเบาะนั่งด้านหลังราบลงกับพื้น แต่เบาะผู้โดยสารตอนหลังคับแคบและเหมาะกับเด็กเล็กมากกว่าผู้ใหญ่ที่มีส่วนสูงค่อนข้างมาก

การควบคุมและแสดงผล
แนวคิดการใช้งาน Audi New TT ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับลักษณะความเป็นรถสปอร์ต ทุกองค์ประกอบของอุปกรณ์ภายใน โดยเฉพาะปุ่มควบคุมการทำงานมีให้เลือก 2 ส่วน คือปุ่มควบคุมและเลือกเปิดใช้งานได้เกือบทุกฟังก์ชั่นจากพวงมาลัย โดยที่ไม่ต้องละสายตาจากถนน หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว มีความละเอียดสูงที่ 1,440 x 540 pixels ให้ภาพคมชัด ตรงขอบล่างของจอแสดงผลแบบดิจิตอล Audi virtual cockpit จะมีแถบแสดงผลถาวรสำหรับอุณหภูมิภายนอก เวลาและระยะทางนับ คำเตือนหรือสัญลักษณ์ข้อมูลต่างๆ ก็อาจปรากฏขึ้นด้วยยูนิตการควบคุม ส่วนที่สองคือ MMI ที่ได้รับการพัฒนาใหม่และจัดวางไว้ตรงคอนโซลช่องกลางโดยจะมีท็อกเกิ้ลสวิตช์ 2 ตัวเพื่อเปิดระบบโทรศัพท์ วิทยุ และแถบเมนูมีเดียต่างๆ ในขณะที่ปุ่มกดสวิตช์กลางจะมีปุ่มด้านข้าง 2 อันเพื่อเข้าสู่เมนูหลักและย้อนหลัง ผู้ขับสามารถเข้าใช้งานโดยแตะแผ่นสัมผัส (touch pad) บนปุ่มกดสวิตช์ โครงสร้างของเมนู MMI คล้ายคลึงกับสมาร์ทโฟน สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นสำคัญทั้งหมดได้โดยตรง New TT ยังมีจอแสดงผลแบบดิจิตอล Audi virtual cockpit ที่แสดงข้อมูลการขับขี่และระบบเครื่องมือต่างๆ เป็นกลุ่มและยังสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยกราฟิกที่ชัดเจน อะนิเมชั่นผู้ขับสามารถเลือกรูปแบบการแสดงข้อมูลได้ 2 แบบ คือ Classic ซึ่งจะดึงหน้าปัดแสดงความเร็ว (Speedometer) กับหน้าปัดวัดรอบ (Rev counter) หรือ Infotainment (ข้อมูล & บันเทิง)

เครื่องยนต์
Audi TT 2015 มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร TFSI ให้กำลัง 230 แรงม้าที่ 4,500-6,200 รอบต่อนาที ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงยิงตรงไดเรค อินเจคชั่น พร้อมระบบวาล์วแปรผัน AVS (AUDI Valve lift System) ปรับองศาของวาล์วไอเสีย แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,600-4,300 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อน ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 6 สปีด พร้อมกลไกคลัตช์คู่

ระบบเกียร์แบบคลัตช์คู่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ 6 สปีดว่องไวและมีความราบรื่น สามารถปรับโหมดการควบคุมไปเป็นแบบเกียร์ธรรมดาได้ที่แป้นที่พวงมาลัย

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro
รถสปอร์ต Audi New TT ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ช่วยเสริมเสถียรภาพและกระจายแรงบิด ระบบขับเคลื่อนทุกล้อจาก Audi ฝากผลงานไว้มากมายในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น การปรับปรุงชุดขับ 4 ล้ออย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะระบบคลัตช์แบบหลายแผ่นที่ควบคุมด้วยไฮดรอลิกไฟฟ้า ติดตั้งบนเพลาท้าย ช่วยลดน้ำหนักลงราว 1.5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน นอกจากนี้ การกระจายแรงบิดระหว่างเพลาล้อคู่หน้าและคู่หลังนั้นก็ถูกควบคุมโดยระบบไฟฟ้าที่รวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที อัจฉริยภาพของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro คือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาจัดการกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หน้าและคู่หลังอย่างแม่นยำและเหมาะสม ระบบเซนเซอร์ของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ในการควบคุมการทำงาน จะทำหน้าที่ตรวจสอบถึงสภาพแวดล้อม สถานะของรถขณะขับขี่ ความต้องการของผู้ขับผ่านการเชื่อมโยงกับโหมดของการขับเคลื่อน ซึ่งระบบควบคุมจะมีการคำนวณเพื่อการกระจายแรงบิดที่ดี การตอบสนองที่มีความรวดเร็ว ทำให้ผู้ขับสามารถแก้ไขควบคุมได้ในทุกสถานการณ์ เมื่อเชื่อมต่อระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro เข้ากับระบบควบคุมการขับขี่ Audi Drive Select จะทำให้ผู้ขี่สามารถปรับคุณสมบัติของการขับเคลื่อนแบบสี่ล้อตลอดเวลาให้เข้ากับความต้องการตามโหมดต่างๆ คือ "auto" รถจะกระจายแรงขับในระดับที่สมดุลลงตัว โหมด "dynamic" จะกระจายแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังก่อนและในปริมาณมากกว่า โหมด "efficiency" การกระจายแรงบิดจะถูกปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นไปอีกระดับ

ระบบกันสะเทือน
ระบบรองรับน้ำหนักของ Audi TT สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรม ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson โครงสร้างชิ้นส่วนของจุดยึดโยงต่างๆ ทำจากอะลูมิเนียม เข้ามาช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung Weight) ทั้งนี้ ระบบกันสะเทือนหลังของ TT ยังเป็นแบบโฟล์ลิงก์ (4-Link) รองรับแรงกดแนวนอน (longitudinal force) และแรงบิดแนวขวาง (transverse force) อย่างเป็นอิสระแยกจากกัน สำหรับชุดบังคับเลี้ยวหรือแรคพวงมาลัย ใช้แบบแรคแอนพีเนียนพร้อมพาวเวอร์ไฟฟ้า ผนวกระบบแปรผันน้ำหนักพวงมาลัย Progressive steering แบบมาตรฐานที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองตามสภาพการขับขี่ ตัวแรคพวงมาลัยถูกออกแบบมาเพื่อการตอบสนองโดยตรงต่อระยะของการหมุน ทำให้การควบคุมเกิดความเฉียบคมแม่นยำ ระบบควบคุมการขับขี่ที่ผู้ขับสามารถเลือกได้หรือที่รู้จักกันในนาม Audi Drive Select จะควบคุมลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์โดยจะมีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกระหว่างโหมด comfort, auto, dynamic, efficiency หรือ individual นอกจากนี้โหมดขับเคลื่อนยังมีอิทธิพลต่อโมดูลต่างๆ ได้แก่ เครื่องยนต์ S tronic, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ทั้งนี้ ในโหมด efficiency นั้น ระบบ Audi Drive Select ก็จะควบคุมไปถึงระบบปรับอากาศและระบบ Auto Start-Stop เพื่อดับเครื่องยนต์ขณะจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและลดการปล่อยไอเสีย (Start-Stop System) Audi New TT มาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18" และยางรถขนาด 245/40 R18 ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ESC (Electronic Stabilisation Control) สามารถปิดการทำงานบางส่วนหรือปิดยกเลิกการทำงานทั้งหมดได้ ช่วยเสริมการควบคุมรถในสไตล์สปอร์ตแบบสุดขั้ว เมื่อขับเข้าโค้งพร้อมกับเปิดระบบควบคุมการทรงตัว ระบบควบคุมเสถียรภาพจะจัดการกับแรงบิดขณะเข้าโค้ง โดยถูกใช้งานในการผกผันแรงบิดให้สามารถกระจายจากล้อหน้าด้านโค้งในไปสู่ล้อหน้าด้านนอกโค้งเพื่อการยึดเกาะที่สมดุล ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro ยังเฉลี่ยแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังทำให้รถสามารถขับเข้าโค้งในลักษณะต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงยังทำหน้าที่ควบคุมรถแบบไถลปัดท้าย (Drifting) อีกด้วย


อุปกรณ์ต่างๆ
Audi New TT ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ครบ เช่นระบบวิทยุ MMI ของ Audi และเบรกมือไฟฟ้า (Electromechnical Parking Brake) พร้อมระบบปลดเบรกมือแบบอัตโนมัติ กุญแจรีโมท, ระบบช่วยปรับไฟสูง (high-beam assist), ระบบข้อมูล-ความบันเทิง เครื่องเล่นแผ่นดีวีดี, การใช้งานสื่อสารไร้สายบลูทูธอินเตอร์เฟส (Bluetooth Interface) และระบบสั่งงานด้วยเสียง วิทยุเครื่องเล่น CD เล่นไฟล์ MP, AAC และ WMA พร้อมช่องจอแสดงผล Audi virtual cockpit ชุดเครื่องเสียงระดับเทพ ประกอบด้วยเครื่องขยายเสียง 155 วัตต์ และลำโพง 9 ตัว ระบบช่วยเหลือต่างๆ จะช่วยให้การขับ TT มีความสะดวกสบาย เพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลอย่างแท้จริง เป็นอีกก้าวหนึ่งของวงการยนตรกรรมจาก Audi ที่จะไม่หยุดนิ่งอยู่แค่นี้อย่างแน่นอน.

Audi TT โฉมใหม่ 2.0 TFSI มีราคาค่าตัวคันละ 3.99 ล้านบาท

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้