วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมบัติสับรธน. ขัดขวางพัฒนาชาติ

ดิเรกเตือนถ้าไม่ปรับแก้ทหารปว.อีก เสรีผวาเปิดทางนปช.-กปปส.กลับมา

ถกร่าง รธน.ร่างแรกวันที่สองเริ่มเข้มข้น เข้าโหมดปมร้อนผู้นำการเมืองและระบบผู้แทนที่ดี “สมบัติ” ชำแหละ 5 จุดเสี่ยง รธน. ขาดสมดุลอำนาจบริหารนิติบัญญัติ สับเละออกแบบรัฐบาลผสมถ่วงความเจริญ ขาดการเชื่อมโยงประชาชน แนะโยกนายกฯคนนอกลงบทเฉพาะกาล “เสรี” ผวาก๊วนการเมืองครองอำนาจ เตือนอย่าคิดสืบทอดอำนาจเด็ดขาด ชุดปฏิรูปสังคมหวั่นเพิ่มอำนาจข้าราชการล้นฟ้า “พงศ์โพยม” ห่วงท้องถิ่นถูกล้ำเส้นล้วงลูก “เสธ.อู้” ฟุ้งปรุงสูตร ส.ว.ยึดโยงชาวบ้าน “เจษฎ์” หวังกระตุกต่อมหิริโอตตัปปะนักการเมือง อดีต ป.ป.ช.ค้านเพิ่มโควตาการเมืองนั่ง ก.ต. ชี้อาจทำให้วุ่นวาย “บิ๊กตู่” ถก คตช.จ่องัดมาตรา 44 ปราบโกง “วิษณุ” แบะท่าใช้อำนาจพิเศษโยกย้าย ขรก.นอกฤดู

การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก เป็นวันที่สอง เริ่มคึกคักสมราคา เมื่อเข้าสู่หมวดผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี ซึ่งประธาน กมธ.ปฏิรูปแต่ละด้านต่างนำเสนอความเห็น ให้ข้อเสนอแนะและท้วงติง ต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

สปช.เริ่มถกปมร้อนโหมดการเมือง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มี น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่สอง โดย พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงภาพรวมในภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี ว่าระบบเลือกตั้ง ส.ส.แบบสัดส่วนผสมทำให้ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อมีความสัมพันธ์กัน สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ทำให้พรรคขนาดกลางและขนาดเล็กมีโอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาล ทำให้ได้รัฐบาลผสม ป้องกันรัฐบาลเผด็จการ ยืนยันว่าระบบเลือกตั้งแบบนี้ไม่ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพหรืออ่อนแอ

“เสธ.อู้” ฟุ้งปรุงสูตร ส.ว.ยึดโยง ปชช.

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวต่อว่า ส่วนที่มา ส.ว. กมธ.ยกร่างฯออกแบบให้มี ส.ว.จำนวน 200 คน มาจาก 3 แนวทาง คือ การเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน การเลือกกันเองและการสรรหาจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อให้ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็น ส.ว.ที่มีคุณภาพยึดโยงกับประชาชนโดยตรง การที่ กมธ.ยกร่างฯกำหนดให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองผู้สมัคร ส.ว.ก่อน ยืนยันว่าไม่ใช่การตัดสิทธิประชาชน แต่ทำให้ประชาชนได้เลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะสมมาเป็น ส.ว. เราไม่อยากเห็น ส.ว.มีฐานที่มาแบบเดียวกับ ส.ส. อย่างไรก็ตาม กมธ.ยกร่างฯพร้อมจะปรับปรุงแก้ไขหากได้ฟังเสียงจากทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่สะท้อนมา แล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์หรือเห็นว่าหนทางใดทำให้การออกแบบโครงสร้างทั้งสองสภานี้นำไปสู่การบริหารประเทศอย่างแท้จริง

กระตุกต่อมหิริโอตตัปปะนักการเมือง

นายเจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า สำหรับหมวด 1 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี จะเป็นรากฐานทำให้บ้านเมืองสงบสุข มีการพัฒนาในด้านต่างๆ ดังนั้น นักการเมืองที่ดีต้องมีความเป็นพลเมืองที่ดีมากกว่าพลเมืองทั้งหลาย ในฐานะที่จะเข้ามาเป็นผู้นำแทนประชาชน โจทย์ที่ กมธ. ยกร่างฯวางไว้คือต้องการให้นักการเมืองมีหิริโอตตัปปะ มีความละอายใจต่อสิ่งไม่ดี ตั้งหน้าตั้งตาทำสิ่งที่เสียสละ จึงกำหนดให้มีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ คอยตรวจสอบจริยธรรมคุณธรรมของผู้นำและนักการเมือง หากผู้นำการเมืองเหล่านั้นไม่ได้เป็นผู้แทนที่ดีตามที่ประชาชนคาดหวัง ก็มีสิทธิถูกถอดถอนได้ ขณะที่พรรคการเมืองก็ควรได้รับการพัฒนาดำเนินการตามอุดมการณ์ของสมาชิก เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาการเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตยในอนาคต

“สมบัติ” ชำแหละ 5 จุดเสี่ยง รธน.

จากนั้นที่ประชุมเปิดให้ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูป 13 คณะ นำเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะ โดยนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวท้วงติงว่า การปฏิรูปประเทศและการร่างรัฐธรรมนูญที่ดี ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพสังคม การนำหลักการสากลมาใช้ควรคำนึงถึงสภาพสังคมไทยที่มีความเหลื่อมล้ำสูง ซึ่งจุดเสี่ยงในร่างรัฐธรรมนูญมีอยู่ 5 จุด คือ 1. ขาดความสมดุลระหว่างอำนาจฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ อาทิ การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับรองการเสนอกฎหมายด้านการเงิน เท่ากับว่านายกฯจะมีอำนาจสั่งสภาฯได้ ในทางกลับกัน ฝ่ายนิติบัญญัติกลับมีอำนาจเสนอแค่กฎหมายปกติที่ไม่ค่อยมีความสำคัญ โดยเฉพาะในมาตรา 182 แม้จะเป็นหลักการที่ดี แต่อาจก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น หากรัฐบาลในอนาคตอาศัยอำนาจตามมาตรานี้ เสนอกฎหมายนิรโทษกรรมและรัฐบาลชนะโหวต แน่นอนว่าจะก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก

สับเละรัฐบาลผสมขวางการพัฒนา

นายสมบัติกล่าวต่อว่า 2.การนำระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมมาใช้ จะทำให้รัฐบาลผสมมีปัญหาอยู่ 2 ทาง คือ พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่ได้รับเสียงในสภาฯเกินกึ่งหนึ่งมาเล็กน้อย จะเกิดสภาพพรรคการเมืองมีอำนาจมาก เช่น รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง จะเกิดสภาพพรรคขนาดเล็ก ขนาดกลาง ต่อรองกับพรรคเสียงข้างมาก เกิดระบบโควตาแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรี นโยบายการบริหารไร้เอกภาพ และจากประสบการณ์ไม่มีประเทศกำลังพัฒนาประเทศไหนที่ใช้ระบบรัฐบาลผสม สามารถลดความเหลื่อมล้ำทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางได้สำเร็จ 3. การนำหลักการแบ่งแยกอำนาจในระบบประธานาธิบดีมาใช้กับระบบรัฐสภา การกำหนดให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต้องไม่เป็น ส.ส. เท่ากับขัดกับหลักการรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ต้องการให้ฝ่ายบริหารเชื่อมโยงกับประชาชน

โยกนายกฯคนนอกลงบทเฉพาะกาล

นายสมบัติกล่าวอีกว่า 4. กลไกตรวจสอบอ่อนแอ ควรมีกลไกที่มีประสิทธิภาพ เช่น ให้ ส.ส.จำนวน 1 ใน 10 เข้าชื่อเสนอต่อประธานวุฒิสภา เพื่อตั้ง กมธ.วิสามัญไต่สวนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือรัฐบาลที่ประพฤติมิชอบ โดยเชิญอดีตอัยการสูงสุดมาเป็นประธานการไต่สวน หากพบว่ามีความผิดทางอาญา ให้ประธานวุฒิสภาส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา ซึ่งกลไกจะรวดเร็วกว่าดำเนินการผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ 5. การกำหนดให้นายกฯไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. ระบบนี้มีปัญหาสำคัญตรงที่ หากนายกฯคนนอกเลือกคนนอกมาเป็นรัฐมนตรี เท่ากับว่าฝ่ายบริหารไม่มีส่วนใดเชื่อมโยงกับประชาชนโดยตรงเลย เหลือเพียงฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น กลายเป็นว่าฝ่ายที่ไม่ได้มาจากประชาชนเป็นฝ่ายที่มีอำนาจสูงสุด ตรงนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ หากเห็นว่านายกฯคนนอกมีความจำเป็น ควรกำหนดหลักการให้ชัดเจนว่าต้องเลือก ส.ส.เป็นนายกฯ แล้วไปเขียนเรื่องนายกฯคนนอกไว้ในบทเฉพาะกาลแทน และไม่เห็นด้วยกับการให้วุฒิสภาตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรี หากเอาหลักการนี้มาใช้ควรทำเปิดเผย และต้องให้วุฒิสภาลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่

ผวาก๊วนการเมืองครองอำนาจ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า หากนำรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาตามร่างนี้ไปใช้จะเกิดปัญหามากมาย สิ่งที่ กมธ.ยกร่างฯเสนอยังไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาการเมืองและการเลือกตั้ง ซึ่งก็ไม่ต่างจาก ส.ส.เขต หากอยากเป็น ส.ส.ก็ต้องซื้อเสียง รวมถึงการให้กลุ่มการเมืองสมัคร ส.ส.ได้ จะเกิดปัญหา เพราะทั้งกลุ่ม นปช. หรือ กปปส. จะไปตั้งกลุ่มขึ้นมา กลุ่มเหล่านี้มีฐานเสียงเป็นสิบล้านคน ทำให้พรรคการเมืองหมดความหมาย อาจสร้างความแตกแยกให้คนในชาติ ต่อไปคนที่ตั้งรัฐบาลอาจเป็น นปช. กปปส. นายกฯอาจเป็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ หรือถ้าพระสุเทพไม่สึก ก็จะมีตัวแทน กปปส.เป็นนายกฯ ส่วนการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ให้ สปช. สนช.มาเป็นนั้น อย่าทำเพราะจะถูกครหาว่าตั้งมาเพื่อตัวเอง ทำอะไรขอให้เป็นที่ยอมรับ อย่าเขียนเพื่อประโยชน์ตัวเอง

หวั่นเพิ่มอำนาจข้าราชการล้นฟ้า

นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธาน กมธ.ปฏิรูปสังคม กล่าวว่า ขอเสนอให้ตัดมาตรา 207 ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการ ที่ให้มาจากคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม เนื่องจากไม่ยึดโยงกับประชาชน หากการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงมาจากคณะกรรมการชุดดังกล่าวเพียงอย่างเดียว จะเกิดปัญหาการบังคับบัญชา ข้าราชการระดับสูงอาจไม่ฟังรัฐบาล เพราะไม่ได้ถูกแต่งตั้งจากรัฐบาล ดังนั้น รัฐบาลในฐานะผู้ออกนโยบายต้องมีส่วนแต่งตั้ง โยกย้าย หรือปลดข้าราชการระดับสูง แทนที่จะลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน กลับเป็นการลดอำนาจรัฐบาล เพิ่มอำนาจราชการ กลายเป็นพรรคราชการไป

ห่วงท้องถิ่นถูกล้ำเส้นล้วงลูก

นายพงศ์โพยม วาศภูติ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า หลายมาตราในร่างรัฐธรรมนูญให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีอิสระ และให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่เป็นห่วงว่าการให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจทุกเรื่องในท้องถิ่น จะมีปัญหาตามมาได้ จึงไม่ควรให้มีส่วนร่วมตัดสินใจทุกเรื่อง รวมทั้งเป็นห่วงเรื่องความมีอิสระขององค์กรปกครองท้องถิ่น เพราะที่ผ่านมามักมีการล้ำเส้นจากหน่วยงานอื่น ขณะที่การตั้งสมัชชาพลเมืองควรมีการรวมตัวแบบหลวมๆ ควรมีความเป็นราชการน้อยที่สุด หากเป็นองค์กรราชการจะทำให้เดินยาก

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธาน กมธ.ปฏิรูปการกีฬา กล่าวว่า สนับสนุนให้มีการพัฒนากีฬาให้เป็นเลิศ เพื่อช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ และช่วยสร้างจิตสำนึกระเบียบวินัยของคนในชาติ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขจัดความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำ นำมาสู่ความสามัคคีปรองดอง

สปช.ลำพูนโวยหยามนักการเมือง

ต่อมาที่ประชุมเปิดให้สมาชิก สปช. ร่วมแสดงความเห็น เริ่มจากนายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สปช.ลำพูน กล่าวว่า มีข้อสังเกตว่าร่างรัฐธรรมนูญใช้คำว่า “ประชาชน” ที่อาจหมายรวมถึงบุคคลสัญชาติอื่นที่อาศัยในประเทศไทย ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตต้องมาตีความถ้อยคำเหล่านี้ และยิ่งเห็นสปช.หลายคนต่อว่านักการเมืองไม่ดี ทั้งที่ทุกอาชีพมีทั้งคนดีและไม่ดี จึงเห็นว่าเราแก้ปัญหาไม่ถูกจุด แทนที่จะรับฟังเสียงสะท้อนจากหลายฝ่าย เหตุใดเราจึงไม่ส่งเสริมให้คนดีมาบริหารบ้านเมือง โดยสร้างกระบวนการตรวจสอบฝ่ายการเมืองให้เข้มแข็ง ตนก็เป็นนักการเมืองมาตั้งแต่ ส.จ. นายก อบจ. ส.ส. ส.ว. จนมาเป็น สปช. จึงขอความเป็นธรรมให้นักการเมืองด้วย

ฟันธงไม่ปรับแก้ทหารแอ่นแอ๊น

นายดิเรก ถึงฝั่ง สปช. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ให้นายกฯมาจากคนนอก เพราะไม่มีใครเชื่อว่า กมธ.ยกร่างฯต้องการใช้เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อยามบ้านเมืองเกิดวิกฤติ แต่เป็นการเปิดให้อำนาจพิเศษมากดดัน และที่สุดจะมีนายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่เห็นด้วยหาก กมธ.ยกร่างฯจะเปิดช่องเพื่อแก้วิกฤติของบ้านเมือง ซึ่งอาจเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล และการตั้งโจทย์ไม่ให้รัฐบาลเข้มแข็งเกินไป ก็ผิด เพราะคนที่มาดูแลประเทศจะอ่อนแอ ทำให้ประเทศพัฒนาสู้ประเทศอื่นไม่ได้ รัฐบาลผสมไม่สามารถสร้างความพอใจให้ประชาชนได้ จะมีการแย่งตำแหน่งกันในรัฐบาล แค่ตั้งโจทย์ผิดคำตอบก็ผิดแล้ว หากยังเอาเช่นนี้ก็ทะเลาะกันอีก พอเลือกตั้งเสร็จก็จะมีการแก้รัฐธรรมนูญ พอแก้ก็ต้องมีคนออกมาประท้วง ถ้ารัฐธรรมนูญออกมาลักษณะนี้จะมีปฏิวัติตามมาแน่

“บิ๊กป้อม” บอกอย่าคิดมากที่มานายกฯ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่มีอะไรน่ากังวลเรื่องการเปิดช่องให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯ หลายประเทศก็เป็นแบบนี้ นายกฯต้องเป็นคนในประเทศไม่ใช่คนนอกประเทศ ส่วนจะมาอย่างไรตนไม่ทราบ แต่ที่ทราบ ส.ส.เป็นคนเลือก จะเป็นหรือไม่เป็น ส.ส.ก็ได้ แต่คนเลือกต้องเป็น ส.ส. เจตนารมณ์ของผู้ร่างฯเพื่อต้องการเปิดช่องเพราะเมื่อถึงเวลาก็ไม่สามารถเดินไปได้ ก็ต้องมาแก้ไขปัญหาแบบนี้อีก ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ส่วนกระแสข่าวว่าสหรัฐอเมริกาเลื่อนประชุมเตรียมการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ 2016 ไปโดยไม่มีกำหนดนั้น สหรัฐฯขอเลื่อนการประชุมไปต้นเดือน มิ.ย. ยืนยันว่าไม่ได้ยกเลิกการฝึก อาจเป็นความไม่พร้อมแต่ไม่ได้มีปัญหาอะไร และการเลื่อนฝึกครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับจีนและรัสเซีย

ปชป.ติงร่าง รธน.ไม่สะเด็ดน้ำ

ด้านนายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามเนื้อหาการอภิปรายของ สปช. เป็นการอวยสนับสนุนกัน ซึ่งไม่แปลกเพราะเขายอมรับแล้วว่าเป็นพวกเดียวกัน หากไม่ผ่านก็ตายตกตามกันแบบแฝดอินจัน แต่มีสปช.บางส่วนกล้าแสดงออกตรงไปตรงมาว่าไม่เห็นด้วย ก็ต้องชื่นชม ทั้งนี้เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้มีปัญหา เช่น จำนวน ส.ส.เขตและบัญชีสัดส่วนที่ระบุให้มีจำนวน 450-470 คนนั้น ยังชี้แจงที่มาที่ไปไม่ได้ว่าสรุปแล้วทั้งสภาฯ จะมี ส.ส.เท่าไร และจะชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจกติการะบบใหม่อย่างไร ส่วนที่มีคนบอกมาว่าให้ฝ่ายการเมืองหยุดพูดนั้นคงยาก เราเป็นผู้ใช้สิทธิก็มีสิทธิวิจารณ์และท้วงติงให้สังคมฉุกคิด รัฐบาลก็ทำหน้าที่ปราบคอร์รัปชัน โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้เป็นตัวอย่าง อย่าเสียเวลาตอบโต้ ขอให้เร่งทำผลงานจะดีกว่า

เย้ยหลักการสร้าง ปชต.หลงทิศ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามการอภิปรายร่าง รธน.อย่างใกล้ชิด หากปล่อยผ่านก็ยากที่จะแก้ไข ความคิดหลักของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ที่จะกำจัดเผด็จการเสียงข้างมากน่าจะผิดทิศทาง เพราะเสียงข้างมากเป็นหลักประชาธิปไตย หรือจะเอาคะแนนน้อยสุดหรือลากตั้งเป็นหลัก แล้วใช้วาทกรรมบิดเบือนว่าเลือกตั้งโดยอ้อม ส่วนการเพิ่มอำนาจพลเมือง กลุ่มใดได้อำนาจเพิ่มหรือเพิ่มเฉพาะสาวกนกหวีด สิ่งที่ กมธ.ยกร่างฯชุดนี้ มองไม่เห็น คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กติกาแต่อยู่ที่อันธพาลไม่เคารพกติกา แต่พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ตั้ง คณะทำงานประกบ กมธ.ยกร่างฯ และให้ศึกษาวิจัยเปรียบเทียบ ปัญหาที่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาเป็นกุนซือ เพราะความคิดหลักของนายบวรศักดิ์ คงไปต่อได้ยากเต็มทน

หวั่นพรรคงูเห่ายั้วเยี้ยเต็มสภา

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้ กมธ.ยกร่างฯและ สปช.ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง เพราะการเมืองจะไร้เสถียรภาพมาก เชื่อว่ารัฐบาลใหม่คงอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี สืบเนื่องจากปัญหาการเมืองในสภา วุ่นวายเละเทะ เกิดงูเห่ายั้วเยี้ยเต็มไปหมด เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต การจะแก้ ปัญหาเรื่องเสียงข้างมาก คงต้องไปดูในส่วนของกระบวน การยุติธรรมมากกว่า เพราะเกิดการกระทำแบบฝ่ายเดียว นำมาซึ่งปัญหามากมาย ส่วนการไม่ให้ ส.ส.เป็นรัฐมนตรีในเวลาเดียวกันนั้น จะเกิดปัญหา ส.ส.ลาออกไปเป็นรัฐมนตรี จะต้องเลือกตั้งซ่อมกันโกลาหลวุ่นวาย

“เมธี” ค้านเพิ่มโควตาการเมืองนั่ง ก.ต.

นายเมธี ครองแก้ว อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) กล่าวถึงกรณีผู้พิพากษาจำนวน 427 คน ยื่นหนังสือคัดค้านมติ กมธ.ยกร่างฯ ที่ให้เพิ่มสัดส่วนก.ต.ของตัวแทนฝ่ายการเมืองจากเดิม 2 คน เป็นอย่างน้อย 1 ใน 3 ว่า ส่วนตัวมองว่าจำนวน 1 ใน 3 นั้นมากไป ไม่จำเป็นต้องมากขนาดนั้น แม้แต่ทางตุลาการเองขณะนี้มีอยู่ใน ก.ต. 13 คน รวมตัวประธานด้วยก็มีความหลากหลายอยู่แล้ว ขืนมีข้างนอกมากไปอาจทำให้วุ่นวาย แบบเดิม 2 คนดีอยู่แล้ว อยากให้นำคนที่ทำงานได้มา และไอเดียใหญ่ คือ อยากให้เป็นบุคคลที่อยู่นอกวงการจริงๆ เพื่อจะได้ภาพที่แตกต่างจากมุมมองของตุลาการ

เชื่อมือ–ศรัทธา “บิ๊กตู่” ปฏิรูป ปท.

พระสุเทพ ปภากโร แกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการสร้างสันติสุขด้วยการออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ว่า ประเทศจะมีความสันติสุขได้ถ้าคนมีธรรมะ เข้าวัดไปปฏิบัติธรรม หนุ่มๆไปบวชกันบ้าง เมื่อถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์ประเทศขณะนี้หรือไม่ พระสุเทพตอบว่า เป็นพระแล้วจะเป็นห่วงอะไร เป็นหน้าที่คนอื่นไป เมื่อถามว่า ให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พระสุเทพตอบว่า ให้กำลังใจเสมอ ทั้งนายกฯ สนช.และ สปช. ให้ปฏิรูปประเทศให้ได้อย่างที่ประชาชนต้องการ เหนื่อยหน่อย เห็นใจ เมื่อถามย้ำว่ายังเชื่อมืออยู่หรือไม่ พระสุเทพตอบว่า “เชื่อมือ ศรัทธา มั่นคง”

“บิ๊กตู่” ถก คตช.งัด ม.44 ปราบโกง

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ครั้งที่ 3 โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วม โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนประชุมว่า ต้องเร่งรัดการทำงานเรื่องเร่งด่วนให้เดินหน้า หากระบบล่าช้าต้องใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 เพราะรัฐบาลมีเวลาจำกัด แต่ต้องใช้ด้วยความเป็นธรรม รัดกุม หากพบผู้กระทำผิด ทุจริต ต้องดำเนินคดี และทุกรัฐบาลก็ต้องทำเช่นกัน ทั้งนี้ยอมรับว่าการทำงานมีปัญหามาก เนื่องจากที่ผ่านมากระบวนยุติธรรมถูกครอบงำ

สั่งภาครัฐเปิดข้อมูลผ่านดิจิตอล

จากนั้นเวลา 12.30 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นำฝ่ายต่างๆแถลงผลประชุมคตช. โดยคณะอนุกรรมการต่อต้านการทุจริต 4 ฝ่ายได้ข้อสรุป ว่า ด้านการปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างการเรียนรู้ ให้บรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนทุกระดับชั้น และเน้นที่กิจกรรมผ่านโครงการต่างๆ ด้านการป้องกันการทุจริต ให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารมากขึ้นผ่านระบบดิจิตอล ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทางราชการ และ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกทางราชการ เพื่อให้ประชาชนรับรู้มากขึ้น ส่วนด้านการปราบปรามทุจริต ให้นำมาตรการการปกครองและวินัยมาใช้ก่อนดำเนินคดีอาญา โดยเฉพาะกรณีพบผู้บังคับบัญชาทำผิดให้ ศอตช.เข้าตรวจสอบ หากไม่ดำเนินการจะมีโทษทางวินัย ทั้งนี้นายกฯได้ย้ำให้มุ่งดำเนินการต่อความผิดทุกประเภทที่เคยทำมา อย่าละเว้นหรือสองมาตรฐาน

ใช้อำนาจพิเศษโยกย้ายนอกฤดู

นายวิษณุกล่าวว่า ได้กำหนดมาตรการปราบปราม 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ให้ผู้มีแนวโน้มจะทำผิดรู้จักยั้งคิด ปฏิบัติตามกฎหมาย ขั้นที่ 2 ตรวจสอบว่าสิ่งที่ทำผิดหรือไม่ ประมาท จงใจหรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบการใช้งบประมาณ มีรายงานลับมาถึงนายกฯจำนวนมาก ขั้นที่ 3 จัดการในทางบริหาร คือโยกย้ายออกจากพื้นที่ล่อแหลม อย่าปล่อยให้อยู่ทำผิดต่อไป และขั้นที่ 4 ฟ้องร้องดำเนินคดี นอกจากนี้จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายนอกฤดูกาล 3 ประเภทคือ 1.ทดแทนตำแหน่งว่าง 2.สับเปลี่ยนเพื่อประสิทธิภาพงาน และ 3.ผู้ที่อยู่ในรายชื่อ เช่น ข้าราชการกว่า 100 คนที่พัวพันทุจริต ซึ่งมีทั้งอยู่ที่เดิมและโยกย้าย หากเป็นข้าราชการระดับสูงที่หาตำแหน่งรองรับยาก จะเอาออกจากกระทรวงที่สังกัดและหาตำแหน่งรองรับ หัวหน้า คสช.อาจต้องใช้อำนาจมาตรา 11 สร้างตำแหน่งใหม่ชั่วคราว หากสอบสวนไม่พบความผิดก็กลับไปตำแหน่งเดิม ถ้าผิดต้องถูกดำเนินคดี เรื่องทุจริตคดีใหญ่ที่รัฐจับตาดูมีกว่า 30 เรื่อง

เตรียมคลอด ก.ม.จัดซื้อจัดจ้าง

ด้านนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานด้านประชาสัมพันธ์ คตร. กล่าวว่า การประชาสัมพันธ์ดีที่สุด คือการที่ผู้นำประเทศต้องลงมือทำให้เห็นจริง โดยใช้มาตรา 44 เร่งรัดคดีให้รวดเร็ว และแก้ไขปัญหาจัดซื้อจัดจ้างที่มีเงินรั่วไหลมากที่สุด โดยขณะนี้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างใกล้แล้วเสร็จ เตรียมเข้า ครม.สัปดาห์หน้า ทำให้การประมูลงานภาครัฐโปร่งใสมากขึ้น ขณะที่นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริต กล่าวว่าจากเดิมกำหนด 2 โครงการที่ทำข้อตกลงคุณธรรม คือ โครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้ก๊าซเอ็นจีวี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในส่วนต่อขยาย จะเพิ่มอีก 3 โครงการที่ต้องทำข้อตกลงคุณธรรม คือ 1.โครงการเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอล ของกรมประชาสัมพันธ์ ที่มีราคากว่า 1,000 ล้านบาท 2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพของกรมศุลกากร ที่จัดซื้อเครื่องเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์ และ 3.โครงการจัดซื้อเครื่องจักรสำหรับโรงงานยาสูบ

เล็งเข้าเป็นภาคีต้านทุจริตสากล

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) กล่าวว่า เพื่อนำประเทศสู่ความเป็นสากลเรื่องของความโปร่งใส โดยเฉพาะการจัดสรรทรัพยากร น้ำมัน เหมืองแร่ ป่าไม้ ไทยจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกโครงการเพื่อความโปร่งใสในภาคอุตสาหกรรมสกัดทรัพยากร (EITI) ซึ่งจะกำหนดมาตรฐานในการดำเนินการแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิก ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งต่างๆ โดยมอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม จัดทำข้อมูลเสนอ ครม.ในการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นภาคีดังกล่าวต่อไป

สนช.ดีเดย์สอย “บุญทรง” 8 พ.ค.

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิปสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงว่า ที่ประชุมวิป สนช. กำหนดให้มีการประชุม สนช.วันที่ 23 เม.ย. เพื่อแถลงเปิดคดีตามสำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เพื่อให้สนช.ดำเนินการถอดถอน โดยให้ สนช.ยื่นญัตติ ซักถามได้ภายในวันที่ 27 เม.ย. วันที่ 30 เม.ย. เป็นการซักถามคู่กรณี วันที่ 7 พ.ค. เป็นการแถลงปิดสำนวน และวันที่ 8 พ.ค. เป็นวันลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ ซึ่งนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. จะมาแถลงเปิดสำนวนพร้อมกันทั้ง 3 คน เนื่องจากเป็นข้อหาเดียวกัน

หอบคลิปชายชุดดำส่ง ป.ป.ช.

ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. พระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พร้อมพระชินวรณ์ จันทสาโร หรือนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ทนายความ เข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีถูกกล่าวหาสั่งการสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553 จากนั้นพระสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมเอกสารมา 6 ประเด็น เพื่อชี้แจงเรื่องมีกองกำลังติดอาวุธชายชุดดำ โดยนำคลิปวีดิโอ ภาพนิ่งตามที่สื่อเคยเผยแพร่มามอบให้ ป.ป.ช. เพื่อชี้ให้เห็นว่ามีผู้ก่อเหตุร้ายจนทำให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิต รวมถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนจริง การให้ถ้อยคำครั้งนี้ถือว่าครบถ้วนแล้ว อยู่ที่ดุลพินิจของ ป.ป.ช. หากมีการชี้มูลก็พร้อมเข้าชี้แจงต่อสนช. ดีเหมือนกันจะได้ห่มจีวรเข้าสภาสักครั้ง

จ่อยืดเวลา “ธาริต” แจงทรัพย์สิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. ยังรับทราบรายงานจากคณะอนุกรรมการกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นขอขยายเวลาเข้าชี้แจงการแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.มอบหมายให้คณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีดังกล่าวที่มีนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานและผู้รับผิดชอบสำนวน เรียกประชุมวันที่ 22 เม.ย. เป็นผู้พิจารณาว่าจะให้นายธาริตขยายเวลาชี้แจงทรัพย์สินออกไปอีก 30 วันตามที่ร้องขอหรือไม่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะเป็นไปตามกรอบกฎหมายอยู่แล้ว

ตีปี๊บผลงาน 6 เดือน มท.1 พอใจ

วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย แถลงผลงานครบ 6 เดือนของกระทรวงมหาดไทย โดย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ภารกิจของกระทรวงครอบคลุม 5 กลุ่มภารกิจ คือ การปกป้องและเชิดชูสถาบัน งานด้านความมั่นคง การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำ การบริหารราชการแผ่นดิน และงานด้านการปฏิรูป รู้สึกพึงพอใจการทำงานในภาพรวม แม้จะเคยกังวลในส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้าน แต่เห็นแล้วว่าทำงานได้ดี ผู้ว่าราชการทำงานน่าพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม ต้องทำให้โปร่งใสในทุกระดับ ทำตามอำนาจหน้าที่ อย่าให้อำนาจอื่นมายุ่งเกี่ยวแล้วทำให้เสียหายแก่ราชการ สำหรับงานสร้างความปรองดองประเมินเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ต้องประเมินเชิงคุณภาพว่าสังคมมีความเข้าใจมากขึ้น และพอใจในความมั่นคงปลอดภัย จึงจะเดินหน้าประเทศได้

สยบข่าวลือเด้งบิ๊ก ขรก.นอกรอบ

เมื่อถามถึงการดำเนินการกับข้าราชการที่ทุจริต พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า รัฐบาลดำเนินการอยู่บนกฎหมาย เรื่องใดที่ทำได้ก็ทำทันที ถ้ามีการร้องเรียนต้องสืบสวนสอบสวนโดยให้ผู้ถูกร้องเรียนมีโอกาสชี้แจง หากพบการทำผิดต้องทำตามหลักเกณฑ์ เมื่อถามถึงการดำเนินการกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตตามที่นายกฯได้ส่งรายชื่อให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า มอบให้ปลัดกระทรวงฯดำเนินการแล้ว หากพบว่ามีหน่วยงานใดเกี่ยวข้องให้ดำเนินการทันที ในส่วนของรายชื่อต้องดำเนินการบนพื้นฐานของกฎหมาย ถ้าสืบสวนอยู่ก็ต้องรอ สำหรับการปรับย้ายตอนนี้เท่าที่ดูยังไม่มีการปรับย้ายระดับสูง น่าจะปรับใหญ่ทีเดียวช่วงเดือน ต.ค.

นายกฯร่วมเวทีผู้นำเอเชีย–แอฟริกา

เมื่อเวลา 14.40 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกเดินทางโดยเครื่องบินแอร์บัส เอ 319 ไปยังกรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อร่วมประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา ตามคำเชิญของนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 21-23 เม.ย. ทั้งนี้ ก่อนออกเดินทางพล.อ.ประยุทธ์หันมายิ้มและโบกมือให้ผู้สื่อข่าวที่มาดักรอสัมภาษณ์อยู่บริเวณทางเข้าห้องรับรองพิเศษ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ โดย พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดเดินทางกลับวันที่ 23 เม.ย. เวลา 15.30 น.

“ปู” สักการะองค์พระธาตุพนม

ที่ท่าอากาศยานสนามบินนครพนม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อม ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวนครพนม โดยมีนายไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม และอดีต ส.ส.พรรคในภาคอีสาน และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์นำคณะเยี่ยมชมหอสมุดเมืองนครพนม หอเฉลิมพระเกียรติ พระราชวงศ์จักรี และเดินทางไปที่ อ.เรณูนคร พบปะชาวบ้านชนเผ่าผู้ไทยเรณูนคร มีการรำผู้ไทยเรณูนคร รำบายศรีสู่ขวัญ ก่อนทำพิธีผูกข้อมือตามประเพณีเพื่อเป็นสิริมงคล และร่วมทำบุญนมัสการองค์พระธาตุพนมตามประเพณี โดยนายไพจิตยืนยันว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง และไม่มีนัยการเมือง

“มาร์ค” ร่วมงานปี๋ใหม่พะเยา

ที่วัดลี ต.เวียง อ.เมืองพะเยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะอดีต ส.ส.ภาคเหนือพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาสระเกล้าดำหัวพระครูอนุรักษ์บุรานันท์ หรือครูบาบุญชื่น เจ้าอาวาสวัดลี เจ้าคณะอำเภอเมืองพะเยา และผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมืองพะเยา เนื่องในงานประเพณีสงกรานต์-ประเพณีปี๋ใหม่เมือง มีผู้สูงอายุและชาวบ้านกว่า 200 คนให้การต้อนรับ โดยนายอภิสิทธิ์นำยารักษาโรค จัดเลี้ยงอาหารให้แก่ผู้สูงอายุ และถวายทานแด่พระภิกษุสงฆ์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ช่วงนี้ไม่มีกิจกรรมทางการเมือง จึงออกพบปะและร่วมกิจกรรมดีๆที่หมู่บ้านชุมชนต่างๆ จัดขึ้น จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เวียงพยาว หรือวัดลีด้วย

งัดกฎเหล็กเบรกงานคนเสื้อแดง

ที่มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 26 จ.นนทบุรี กำลังทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองรวม 11 นาย เข้าตรวจสอบเอกสารมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย หลังทราบว่ามูลนิธิเตรียมจัดงาน “เปิดห้องประชุมนวมทอง ไพรวัลย์” และเสวนาเรื่อง “เส้นทางประชาธิปไตย ศึกษาอะไรจากลุงนวมทอง ไพรวัลย์” ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ โดยได้นำคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 มาชี้แจงและขอความร่วมมือให้เลื่อนจัดงานออกไป ซึ่ง น.ส.ศรีไพร นนทรีย์ ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าการจัดงานต้องไม่มีประเด็นการเมือง ไม่มีการเสวนา ต้องทำหนังสือขออนุญาตและทหารจะส่งคนร่วมฟัง หากไม่เหมาะสมจะดำเนินการทันที มูลนิธิเกรงจะได้รับผลกระทบจึงเลื่อนการจัดงานออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ถกร่าง รธน.ร่างแรกวันที่สองเริ่มเข้มข้น เข้าโหมดปมร้อนผู้นำการเมืองและระบบผู้แทนที่ดี “สมบัติ” ชำแหละ 5 จุดเสี่ยง รธน. ขาดสมดุลอำนาจบริหารนิติบัญญัติ 22 เม.ย. 2558 05:55 22 เม.ย. 2558 06:00 ไทยรัฐ